5 เกมแข่งรถเปิดโลกกว้างที่ยังหาเล่นได้ในตอนนี้

แม้เกมแข่งรถจะยังมีให้เลือกเล่นอีกมากมายสำหรับเกมยุคนี้ แต่ถ้าหากกำลังมองหาเกมแข่งรถเปิดโลกกว้างคุณภาพน้ำดีมาเล่นเกมหนึ่ง ก็คงอาจจะหาเล่นลำบากสักหน่อย เนื่องจากเกมแนวดังกล่าวไม่ค่อยมีให้เลือกเล่นเยอะมากนัก

แต่แน่นอนว่า 5 เกมเหล่านี้เป็นเกมแข่งรถเปิดโลกกว้างที่ยังสามารถหาเล่นได้ ณ ตอนนี้ แถมทุกเกมยังมีความสนุกสนานเฉพาะตัวที่มีการนำเสนอไม่ซ้ำกับใครอีกด้วย แล้วจะมีเกมอะไรบ้าง เรามาสอดส่องกันเลยดีกว่า

Midnight Club 2

แม้มันอาจจะเป็นเกมเก่าตั้งแต่ปี 2003 แต่ก็ต้องบอกเลยว่าความสนุกจากการเล่นเกมนี้ จัดเป็นหนึ่งในเกมแข่งรถเปิดโลกกว้างที่ดีที่สุดตลอดกาลอีกเกมหนึ่ง

Midnight Club 2 เป็นเกมแข่งรถเปิดโลกกว้างจากค่าย Rockstar Games พัฒนาโดย Angel Studios (ปัจจุบันคือ Rockstar San Diego) ที่ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มคอนเทนต์จากเกมภาคก่อนถึงสองเท่า ด้วยระบบการขับขี่แบบอาร์เขตไม่เน้นสมจริงแต่ความมัน การออกแบบสนามแข่งแบบเปิดกว้างไร้กำแพงกั้น และโหมดเกมการเล่นที่หลากหลาย ทำให้เกม Midnight Club 2 ที่ทั้งสนุกสนานกับท้าทายในด้ายการจำเส้นถนนกับทางลัด

Midnight Club 2 สามารถซื้อเล่นได้ผ่าน PC (Steam)

The Crew 2

ถ้าเกมเมอร์อยากลองเล่นเกมประเภทแข่งขันเข้าเส้นชัยที่ไม่ได้มีเพียงแค่ “แข่งรถ” อย่างเดียว และชื่นชอบการขับชมวิวหรือตะลุยแผนที่ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา (แบบย่อส่วน) เกม The Crew 2  น่าจะเหมาะสำหรับคุณที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้

ใน The Crew 2 ผู้เล่นจะได้แข่งขันอีเวนท์ต่าง ๆ ตั้งแต่การแข่งขันรถบนท้องถนน, สนามแข่ง, แรลลี, เส้นทางวิบาก หรือกระทั่งการประลองความเร็วบนสายน้ำด้วยเรือความเร็วสูง รวมถึงการประกาศศักดิ์ดาเป็นเจ้าแห่งเวหาด้วยการแข่งขันเครื่องบิน และอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่านี่อาจเป็นเกมท้าประลองความเร็วที่ครอบคลุมวงการมอเตอร์สปอร์ตทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้

The Crew 2 สามารถซื้อเล่นได้ผ่าน PC (Steam, Uplay, Epic Games Store), PlayStation 4 และ Xbox One

Burnout Paradise Remastered

burnout paradise remasteredParadise City คือเมืองสวรรค์ของเหล่านักซิ่งเลือดเดือดที่ออกมาสร้างความปั่นป่วนทั่วเมืองตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนราวกับสนามเด็กเล่น ด้วยระบบเกมการเล่นที่มันเดือดอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน

คงไม่ต้องกล่าวอธิบายเกี่ยวกับเกมซีรีส์ Burnout มากนัก เพราะเกมนี้ให้ผู้เล่นเข้าถึงอีเวนท์การแข่งขันรถยนต์ที่ไม่มีกฎระเบียบใด ๆ ทั้งสิ้นนอกเหนือจากเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งให้ได้ โดยระหว่างการแข่ง ผู้เล่น (รวมถึง AI) จะสามารถชนรถให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเละออกสนามกันไปข้างหนึ่ง รวมถึงกด Boost เร่งความเร็วที่สามารถเติมเชื้อเพลิงด้วยการทำกิจกรรมเสี่ยงอันตราย ตั้งแต่ขับรถสวนเลน, สตันท์, ริฟต์ และไล่บี้คู่แข่ง ซึ่งทำให้บรรยากาศการเล่นจึงเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ

Burnout Paradise Remastered สามารถซื้อเล่นได้ผ่าน PC (Origin), PlayStation 4 และ Xbox One

Need for Speed: Heat

Need for Speed Heatหลังจากซีรีส์เกม Need for Speed เริ่มซบเซาต่อเนื่องนับตั้งแต่เกมภาค Reboot (2015) และ Payback ซึ่งมีกระแสตอบรับรีวิวค่อนข้างย่ำแย่ แต่ในที่สุด Need for Speed: Heat ก็สามารถกอบกู้ชื่อเสียงให้แฟรนไชส์กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอกับเกมเพลย์ที่กลับคืนสู่รากฐานเดิมที่ NFS ควรจะเป็น

Need for Speed: Heat มีอีเวนท์การแข่งขันทั้งหมดสองรูปแบบ คือการแข่งขันช่วงกลางวันอย่างถูกกฎหมาย เพื่อแลกกับเงินรางวัล และการแข่งขันช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นการแข่งขันรถแบบผิดกฎหมาย โดยการแข่งขันทั้งสองรูปแบบล้วนมีความจำเป็นสำหรับการสร้างความคืบหน้าของเนื้อหา นอกจากนี้ ระบบไล่ล่าตำรวจที่เคยเป็นจุดเด่นของซีรีส์ NFS ก็ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมทวีความโหดเป็นหลายเท่าตัวด้วยระบบ Heat Level ที่หน่วยงานตำรวจจะพยายามทุกวิถึทางเพื่อหยุดคุณให้จงได้

Need for Speed Heat สามารถซื้อเล่นได้ผ่าน PC (Origin), PlayStation 4 และ Xbox One

Forza Horizon 4

ถ้าหากยกตำแหน่งเกมแข่งรถเปิดโลกกว้างที่ดีที่สุดในตอนนี้ ก็คงไม่มีทางหนีพ้น Forza Horizon 4 ที่องค์ประกอบเกมทุกอย่างเกือบจะสมบูรณ์แบบ

ไม่ว่าจะเป็นภาพกราฟิก บรรยากาศ ระบบเกมเพลย์ การขับขี่รถ และจำนวนคอนเทนต์ ทุกอย่างล้วนสามารถทำได้ดีมากสำหรับเกม Forza Horizon 4 นอกจากนี้ ตัวเกมยังมาพร้อมระบบ Multiplayer เป็นรูปแบบอีเวนท์ให้เหล่าคอมมูนิตี้ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อแลกกับของรางวัลเป็นรถพิเศษ และแน่นอนว่าระบบออนไลน์ยังมีคนเล่นเป็นจำนวนหนาแน่นอีกด้วย ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นเกมที่สาวกเกมแข่งรถไม่ควรพลาดหรือลองเล่นสักครั้งหนึ่ง

Forza Horizon 4 สามารถซื้อเล่นได้ผ่าน PC (Microsoft Store) และ Xbox One

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close