สิ่งที่เราอยากให้รู้ก่อนเล่น Borderlands 3


ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับซีรีย์เกมภาคต่อที่แฟนๆรอคอยที่สุดในยุคอย่าง Borderlands 3 หลังจากห่างหายไปนานอยู่ 5 ปีกับภาคสปินออฟ Borderlands: The Pre-Sequel ภาคนี้ต่างกัน Hype กันตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกยันตอนนี้ยังเข็น Content ออกมาโชว์ยังไม่หมดและยังมีความลับซ่อนในเกมอีกมากมาย

ก่อนที่เราจะซื้อมาเล่นวันศุกร์ที่ 13 นี้ เรามาดูกันว่า มีอะไรใหม่ ๆ จากภาค 3 นี้มาให้ชมกัน

Vault Hunter หน้าใหม่

เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับ Borderlands จะที่มีตัวละครหน้าใหม่ทั้ง 4 ตัวประจำทุกภาค ตอนนี้ข้อมุลปล่อยเป็นทางการแล้ว บอกเลยว่าตัวละครมีความแตกต่างตัวภาคเก่า ๆ อย่างชัดเจน

Moze, The Gunner: เมื่อ Moze ต้องการกำลังเสริม เธอจะสร้างเครื่องจักหุ่นรบของเธอเองในชื่อ  “ Iron Bear “  ที่มาและรูปแบบสไตล์การเล่น น่าจะได้รับแรงบัลดาลใจจาก D.Va จากเกม Overwatch ที่พลิกโฉมคลาส Gunner ใหม่ให้เป็นป้อมปืนเคลื่อนที่ได้

Amara, The Siren: อีกหนึ่งตัวละครใหม่จากเผ่า Siren เธอมาในรุปแบบนักกล้ามสายเวท เธอเป็นนักสู้ที่มีความมั่นใจและมีความสามารถอย่างเหลือเชื่อ ด้วยสไตล์ใช้เวทแบบใหม่ประกอบด้วยการสร้างแขน telekinetic หกแขนเพื่อโจมตีด้วยหมัด และดาเมจสายพลังธาตุต่าง ๆ

FL4K, The Beastmaster: หนึ่งในคลาส Hunter ที่ชื่นชอบในการล่า มีสัตว์เลี้ยงคู่ใจหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Skag, Spiderant และ Jabar สิ่งมีชีวิตลึกลับที่เดินด้วยสองขาและถือปืน พร้อมทั้งทักษะพรางตัวที่ใคร ๆ ก็หาตัวแกไม่เจอ

Zane, The Operative:  ตัวละครที่มีความคล้ายกับ Zero ใน Borderland 2 เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องยุทโธปกรณ์เทคโนโลยีสนามรบ คลาส Assassin  ที่สามารถหลอกล่อศัตรูด้วย Hologram มีโดรนช่วยในการสแกนและต่อสู้ และโล่บาร์เรียอันทรงพลัง

ตัวละครเก่าก็กลับมา

ถึงแม้ตัวละครเก่าเราจะไม่ได้เล่นแล้วก็ตาม ทีมงานเคลมไว้ว่า พวกเขาจะมีบทบาทกันทุกตัวละคร ในเนื่อเรื่องภาคนี้อย่างแน่นอน ทั้งตัวละครที่เราเคยเล่นและตัวละครในเนื้อเรื่องภาคเก่า ไม่ว่าจะเป็น  Sir Hammerlock , Lilith  , Brick , Maya , Zer0 , Tina, Marcus, Ellie, Claptrap, Moxxi และอื่น ๆ อีกมากมาย แม้แต่ Rhys จาก Tales from the Borderlands ก็ยังมี

แต่มีอยู่ตัวละครที่แฟน ๆ ชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ ของซีรีย์อย่าง Handsome Jack  จะไม่ได้กลับมาในภาค 3 อย่างแน่นอน หลังจากทีมงานตอบคำถามไว้ว่า บทบาทของ Jack จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ถ้าเอา Jack กลับมาอีก ก็ถือว่าเราไม่ได้ให้เกียรติทั้ง Jack และทีมเขียนบท

ศัตรูและตัวร้าย

ศัตรูก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของซีรีย์ Borderlands ที่ทำออกมาได้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเชิง เท่ ตลก ยัน ร้ายบริสุทธิ์  ในภาคนี้ไม่ขอสปอยล์บอสในเกมว่ามีตัวไหนบ้าง ทีมงานออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า จะมี Boss เยอะที่สุดเท่าที่เคยทำเกมตระกูลนี้มา

แต่สำหรับตัวร้ายทีเ่ป็นตัวเอกในภาคนี้ Troy และ Tyreen Calypso หรือจะรู้จักกันในชื่อว่า “พี่น้องฝาแฝด Calypso“ เป็นกลุ่มหัวหน้าของ “Children of the Vault ” เจ้าฝาแฝดคู่นี้มีกองทัพที่เต็มไปด้วยพวก Psychos, mechs, mutants กับ monsters. Armored heavies, fire-breathing dinosaurs และ  spiderants กับ varkids ส่วนเป้าหมายและแรงจูงใจ เรายังไม่ทราบแน่ชัด

ปรับเกมเพลย์ใหม่

จากที่ตัวอย่างเกมเพลย์ปล่อยออกมาเราจะเห็นชัดเจนว่า การเคลื่อนที่ได้รับการอัพเกรดให้คล่องตัวมากขึ้น ผู้เล่นจะสามารถเกาะปืนกำแพงที่แตกต่างกันหรือจะเกาะข้ามสิ่งกีดขวางได้แล้ว ยังสไลด์ด้วยการวิ่งแล้วกดนั่งได้ ทำให้เราโยกย้ายเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเดิมและลื่นไหลตามธรรมชาติ ใครที่นึกไม่ออกให้นึกถึง เกม APEX Legend

ยังมีเรื่องของสภาพแวดล้อมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการฆ่าได้ ผู้เล่นสามารถผลักถังระเบิดไปให้ศัตรูแล้วยิงถังให้ระเบิดได้ สามารถยิงน้ำมันให้มันจุดไฟเพื่อสร้างความเสียหายโดยรวมได้ อีกทั้งที่กำบังที่ดูไม่แข็งแรง ผู้เล่นสามารถยิงให้พังลงก็ได้

NPC ในภาคนี้สามารถ Revive ผู้เล่นได้ (ผู้เล่น Revive NPC ได้เช่นกัน) เรื่องปืนก็ปรับใหม่ ให้ปืนมีสองโหมดทุกกระบอก และมีธาตุใหม่ในเกมชื่อว่า Radiation ศัตรูที่ติดความเสียหายจากธาตุ Radiation นี้ถ้าถูกสังหารจะระเบิดตัวเองและสร้างความเสียหายธาตุ Radiation ใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง

ยานพาหนะที่ตกแต่งได้

Borderlands 3 ส่งมอบประสบการณ์สร้างสีสันในการเดินทาง ด้วยการเพิ่มระบบตกแต่งให้กับยานพาหนะได้แล้ว สามารถเปลี่ยนโครงรถ ล้อ เกราะ อาวุธและสีได้ แถมยังสามารถขโมยรถของศัตรู มาแยกชิ้นส่วนที่สถานี Catch A Ride  อีกทั้งผู้เล่นยังติดสินใจได้ว่าจะให้รถมีกี่ที่นั่งได้อีกด้วย

Loot ปรับใหม่

Loot คือปัจจัยหลักของซีรีส์ Borderlands ที่โด่งดังมาได้ขนาดนี้ และภาค 3 ก็ยังทำหน้าที่ขยายขอบเขตให้ใหญ่ขึ้นไปอีกด้วยมีปืนมากกว่า 3 พันล้านกระบอก ให้เราได้เล่น บางปืนก็มีกระสุนหลายธาตุในกระบอกเดียว ปืนมีระบบสับเปลี่ยนรูปแบบการยิงได้  และเราไม่ต้องกด loot กระสุนและยาเองอีกต่อไปแล้ว จะออโต้ loot ให้เองเลยทันที

ผู้ผลิตก็มีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Hyperion vladov Torgue อีกทั้ง Atlas จากภาค 1 ก็กลับมาอีกรอบ  สำหรับ COV หรือ Children of the Vault คือผู้ผลิตหน้าใหม่ที่เสนอปืนที่มีกระสุนไม่จำกัดแต่แลกมาด้วยกับระวังเรื่อง Overheat ความร้อนของปืน  อีกทั้งยังมีปืนมากมายที่รอผู้เล่นมาสำรวจ

ความหายากของปืนมีหลายระดับแบ่งเป็นสีต่าง ๆ ตั้งแต่ Common, Uncommon, Rare, Very rare และ Legendary แถมสืบมาว่าจะมีระดับใหม่ที่เป็นสีสายรุ้ง น่าจะเปิดเผยทีหลังกันตอนเล่น  อีกทั้งยังมีเรื่องตัวเลขที่เป็น Score ของปืนที่นำเข้ามาใส่ เพื่อให้ผู้เล่นจะได้ชั่งน้ำหนักว่าปืนที่เราได้มากับที่ใช้อยู่อันไหนมันดีกว่ากัน ก็คือพลังของปืนนี้นี่เอง อีกทั้งยังมีเรื่องของระเบิดและโล่เกราะกำบังภาคนี้ถูกออกแบบมาใหม่ด้วย

คุณ Paul Sage ได้พูดในงาน PC Gamer ไว้ว่า “ระเบิดเป็นอีกหนึ่งไอเทมโปรดของผมในเกมนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก ในภาคก่อนหน้านั้นมีระเบิดอยู่ไม่กี่แบบ แต่ในภาค 3 นี้เรามีระเบิดที่มีความสามารถแปลก ๆ จำนวนมาก เมื่อคุณได้เอาระเบิดเหล่านี้มาผสมผสานกับรูปแบบการยิงปืนของคุณ มันจะสร้างมิติการต่อสู้ที่หลากหลายมากและโล่เกราะกำบังในภาคนี้ก็มีความสามารถที่หลากหลายเช่นกันเช่น เกราะที่มีพลังป้องกันสูงมาก ๆ เมื่อคุณย่อตัว”

สถานที่ใหม่

นอกจาก Pandora แล้ว ภาคต่อนี้ได้ขยายสเกลพื้นที่ให้เล่นอย่างกว้างใหญ่มากขึ้น ด้วยนำเข้าดาวดวงใหม่มาให้สำรวจกัน เริ่มกันที่ Promethea เมืองแห่งอนาคตที่เป็นบ้านหรือโรงงานของบริษัทปืน Atlas

Venus สถานที่เงียบสงบที่อาศัยอยู่โดย Storm monks และอื่น ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น  EdenSix ,Athenas

ส่วนการเดินทางนั้นไปดาวหรือสถานที่ต่าง ๆ นั้น ทำด้วยโดย ยานอวกาศของเราที่อัพเกรดจากฐานเราชื่อว่า Sanctuary 3 นอกจากจะทำหน้าที่เดินทางไปไหนมาไหนแล้ว ยังเป็นส่วนรวมหรือ HUB ของเกมนี้ ผู้เล่นจะไม่โดดเดี่ยว มี NPC หลักฝ่ายเราอยู่ด้วยตามสไตล์ภาคที่ผ่าน ๆ มา อีกทั้งยังมี ปืนที่เราพลาดเก็บไปก็จะมาส่งให้ดูอีกรอบก็ที่นี่แหละ

ความยาวตัวเกม

ทีมงานบอกไว้ว่า Borderlands 3 ยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าติดตามไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องหลักหรือเควสเสริม  ดังนั้นก็อยากให้เล่นทุกเควสทั้งหมดถ้าเป็นไปได้ สำหรับเฉพาะเนื้อเรื่องหลักก็ใช้เวลาประมาณ 35 ชั่วโมงนิด ๆ  แน่นอนว่ายังมีเรื่องของ การฟาร์ม หาของ สำรวจ ทำอะไรสนุกๆอีก คงจะต้องใช้เวลาเกินกว่านั้นแน่นอน

ระบบ level

ประกาศแล้วว่า Level จะมีถึง 50  ถ้าตรวจสอบ Skill Tree ดี ๆ ก็มีเพียงพอต่อการใช้แต้มได้สกิลดี ๆ อย่างน้อย 2 Skill Tree แล้ว ซึ่งจะต่างจากภาคแรกที่เลเวลเต็มที่ 69 และภาคสองเลเวลเต็มที่ 80 ไม่นับรวม OP

อีกหนึ่งทีเด็ดของ Borderlands 3 นี้คือ level-syncing feature  ที่ทำให้ผู้เล่น Coop สู้ด้วยกันได้ ถึงแม้ว่าเลเวลจะต่างกันแค่ไหนก็ตาม แต่จะได้ของแค่คนเดียวแทนที่จะแบ่งกันได้ทุกคน สามารถปิดระบบนี้ได้ และนี่เป็นเหตุผลที่จะทำให้เวลามีเพื่อนที่ต่างเลเวลกันแล้วเล่นด้วยกันไม่ได้ สามารถเล่นด้วยกันได้แล้ว

Ping System และ Emotes

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่กำลังนิยมในหมู่เกม FPS นั่นคือระบบ Ping ที่สามารถสื่อสารโดยส่งสัญญาณบางอย่างให้เพื่อนร่วมทีมรู้ โดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน ต้องขอบคุณ Apex Legnd ที่คิดค้นระบบนี้ขึ้นมา (จริงๆก็มีเกมอื่นที่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ปังเท่าเกมนี้แหละ)

คุณสามารถปิงบอกศัตรูว่ามาจากไหนให้เพื่อนทราบ ๆ ได้ หรือแม้กระทั่งบอก Loot Box ให้เพื่อน ๆ มาเก็บ และคุณก็แอบไปเอากล่องที่ดีกว่า (เรารู้ว่าคุณก็เคยทำมาก่อน)  อีกทั้งยังมี Emote แสดงอารมณ์แทนคุณได้ หรือจะอยากจะโชว์สเต็ปเต้นเหมือน Fortnite ก็ได้เช่นกัน

Guardian Rank

Guardian Rank ถูกต่อยอดมาจาก Badass Rank ของภาค 2 ที่จะให้ Stat พิเศษครอบคลุมทั้งไอดี สำหรับภาคนี้ Guardian Rank จะถูกเปิดใช้งานก็ต่อเมื่อเราจบเนื้อเรื่องของภาค 3 แล้วต่อให้ผู้เล่นยังมีเลเวลไม่ถึงสูงสุดที่เลเวล 50 ก็ตาม

สิ่งที่ผู้เล่นจะได้จาก Guardian Rank นี้จะแบ่งออกเป็น 3 สาย นั่นคือ Enforcer , Survivor และ Hunter นอกจากนั้นในแต่ละสายก็จะมีโบนัสพิเศษเพิ่มให้เมื่อทำการอัพเกรดจนถึงจุดที่กำหนดเอาไว้เพิ่มอีกเช่นกัน และตัวละครทุกตัวที่เราสร้างมาจะได้ประโยชน์จาก Guardian rank นี้

ถ้าใครนึกไม่ออกให้นึกถึง Palagon Level ของ Diablo 3 แทน

End Game

หลังจากเล่นเนื้อเรื่องจบแล้ว มี Guardian Rank แล้ว อย่าคิดว่า เราจะไม่มีอะไรทำอีกต่อไป เพราะความสนุกจะทวีคูณขึ้นไปอีก สำหรับเกม Borderlands เพราะ จะมีคอนเทนต์ End Game ออกมาให้เราเล่นไม่หยุดกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะโหมด True Vault Hunter หรือก็คือ New Game+ นั่นเองนอกจากศัตรูจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ไอเท็มที่ได้รับในโหมดนี้ก็จะดีขึ้นด้วยเช่นกัน

Mayhem Mode คอนเทนต์ใหม่ของภาคนี้ที่เพิ่มความยากแบบทวีคุณหลายเท่าตัว แต่แลกกับการได้ไอเทมที่ดีแล้ว มีสิทธิ์ได้ประเภทไอเทมพิเศษคือ  Anotion Gear ที่เพิ่มความสามารถใหม่จากอาวุธเดิม  และยังมีสถานที่  Proving Grounds และ Circle of Slaughter arenas ที่เปลี่ยนรูปแบบด่านและศัตรูตลอดเวลาที่เข้าไปเล่น ทำให้ EndGame นี้ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะรอ DLC

โดยรวมแล้ว น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากเกม Diablo 3 ในส่วน Rift ของ Adventure Mode

เนื้อหาอัพเดตหลังวางจำหน่าย

นอกจากโหมดการเล่นหลังจบเกมแบบ End Game Content แล้ว ยังมีการอัพเดตเพิ่มเติมอีกในอนาคต เช่น Event ต่าง ๆ และ DLC โดยมีรายละเอียดดังนี้

Bloody Harvest Event

เนื้อหาเสริมอัพเดตฟรี Spooky activities และรางวัลพิเศษจาก Event

Maliwan Takedown

เนื้อหาเสริมอัพเดตฟรี แผนที่ใหม่ ศัตรูใหม่ Boss ใหม่ รับรางวัลอันทรงพลัง

DLC 1 (เสียเงินซื้อเพิ่ม)

อยู่ใน Season Pass เนื้อเริ่มเสริมใหม่ เตรียมเผยรายละเอียดเร็ว ๆ นี้

Platform

Borderlands 3 วางจำหน่าย 13 กันยายนนี้ บนระบบ PS4, Xbox One, PC และ Stadia ด้วย

โดยสำหรับชาวคอนโซล จะมีระบบ Split-Screen สำหรับเล่น Coop บนหน้าจอเดียวกัน และรองรับ HDR 4K หรือจะเลือกปรับเป็น 60 Framerate นิ่ง ๆ สำหรับ PS4 Pro กับ Xbox One

สำหรับชาว PC ตอนนี้จำหน่ายบน Epic Store เป็น Time Exclusive  6 เดือน ปีหน้า Steam ก็สามารถจำหน่ายได้เช่นเดิม

ส่วนสำหรับออนไลน์ Cross-Platform ตอนนี้ยังไม่สามารถรองรับได้ ณ ตอนนี้