Review: Sea of Solitude – สูญเสีย เดียวดาย กลายเป็น ปีศาจ


*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของเกม*

ท่ามกลางความมืดมิดในจิตใจ เราเคยค้นพบอะไรบ้าง?

หัวใจคนเรา อาจโดดเดี่ยวหรือดำมืดไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อย มันก็คุ้มค่า ที่จะลองแหวกว่ายหาแสงสว่าง ภายใต้ก้นบึ้งแห่งทะเล ที่เรียกว่าหัวใจ

ขอเชิญทุกท่านท่องทะเลแห่งความโดดเดี่ยว กับ Sea of Solitude

Story 

Sea of Solitude คือเกมจาก Jo-Mei Games ทีมผู้พัฒนาเกมอินดี้ชาวเยอรมัน จัดจำหน่ายโดย EA

Sea of Solitude จะเป็นเรื่องราวของ Kay สาวน้อยวัย 20 ปี ผู้กลายร่างเป็นปีศาจ เธอตื่นขึ้นมาบนเรือ และพบว่าที่ใต้น้ำข้างล่าง คือเมืองทั้งเมืองที่น้ำท่วมจนมิด แถมยังมีปีศาจลอยเท้งเต้งไปมา พร้อมเขมือบทุกชีวิตที่ผ่านมาใกล้ คุณจะต้องออกผจญภัยบนโลกล่มสลาย เพื่อค้นหาอดีตและที่มาของ  Kay กับปีศาจทั้งหลาย ที่จะทำให้คุณสะเทือนใจ

ผมบอกตามตรงว่า ยิ่งเล่นไปเรื่อย ๆ ผมยิ่งรู้สึกตึงเครียดพอสมควร เนื้อเรื่องของเกมนี้มันมืดหม่น แถมยังเหมือนกับชีวิตประจำวันของพวกเรา ทั้งเรื่องพี่น้อง ครอบครัวแตกแยก การทะเลาะเบาะแว้ง การแยกจาก แต่ละเรื่องมันคือสิ่งที่เราเข้าใจความรู้สึก และมันก็ทำให้เราอินได้ง่ายมาก

ช่วงแรก ๆ เนื้อเรื่องอาจจะไม่เข้มข้นเท่าไหร่ แต่พอเล่นไปซักพัก เราจะเริ่มดำดิ่งลงสู่ปมในใจของ Kay ที่ยากจะแก้ไขให้กลับมาดีดังเดิม ผมรู้สึกว่าพัฒนาการของ Kay มันเข้ากับชีวิตคนจริงมาก มันเป็นการเตือนเราหลาย ๆ อย่าง ให้ลองย้อนกลับมามองตัวเรา ได้กลับมาคุยกับตัวเองมากขึ้น และเกมที่พยายามเล่าเรื่องจริงจังขนาดนี้ก็ไม่ได้มีเยอะนัก ทำให้เนื้อหาของเกมนี้น่าประทับใจดี

ส่วนตัวผมชอบเนื้อหาของเกมนี้นะ มันจริงดี แม้บางอย่างอาจดูไกลตัวแต่ก็ไม่ได้ยากเกินเข้าใจ ทุกอย่างยังอยู่บนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ บางปมปัญหาอาจจะดูคลี่คลายง่ายเกินไป จนอาจขัดกับตัวปัญหาที่น่าจะหนักอึ้งและละเอียดอ่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทีมงานนำเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องความเศร้า การสูญเสีย ความเจ็บปวด เอามาเล่าได้อย่างกลมกล่อม

Presentation

เกมนี้จะเน้นการนำเสนอในเชิงสัญลักษณ์ ถ้าอยากเข้าถึงเนื้อเรื่องอย่างเต็มอิ่ม เราต้องขยันตีความ เพื่อมองหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจุด หรือไม่เราก็ต้องขยันเสพบทพูดเข้าไว้ จะได้ตามเนื้อเรื่องทัน และเข้าใจเรื่องราวภายในเกมมากยิ่งขึ้น

แนวคิดทะเลก็น่าสนใจดี มันทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Life of Pi ที่ตัวเอกต้องติดอยู่บนเรือกลางมหาสมุทรอันอ้างว้าง เกม Sea of Solitude ก็นำเสนอภาพในแบบเดียวกัน เราลอยไปมาอย่างโดดเดี่ยวบนท้องทะเล ไม่ว่าทะเลนี้จะหมายถึงอะไร เราก็พอเดาได้ว่านี่คือภาพแทนจิตใจ ของ Kay  มวลน้ำมหาศาลจมเมืองทั้งเมือง ก็เหมือนจิตใจที่ลึกเกินหยั่งถึงก้นบึ้ง บางครั้ง ความเจ็บปวดและอีโก้ก็ทำให้เราตาบอด มองไม่เห็นสิ่งสวยงามรอบตัวเหล่านั้น เหมือนอย่าง Kay และตัวละครอื่น ๆ

และด้วยแนวคิดที่ว่า เมื่อเราเศร้า เราจะกลายเป็นปีศาจหรือ monster ก็เป็นอีกแนวทางการนำเสนอที่น่าสนใจ ผมนึกถึงหนังเรื่อง The Lobster ขึ้นมาเลย ชื่อไทยของหนังเรื่องนี่้คือ โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์ ซึ่งก็เป็นคอนเซปต์ที่คล้ายกัน เกมนี้คือสูญเสีย เดียวดาย กลายเป็น ปีศาจ และหากจะกลับคืนร่าง เราต้องค่อย ๆ คลายปมจิตใจของแต่ละคน พวกเขาจึงจะกลับสู่ร่างมนุษย์ 

เทียบกันแล้ว คนเราเวลาอารมณ์ด้านลบท่วมท้นมาก ๆ ไม่ว่าโกรธ ผิดหวัง หรือเศร้าโศก หากเราตามสายน้ำอารมณ์ไม่ทัน เราก็จะกลายเป็นอีกคน อีกคนที่เราไม่พึงประสงค์ อีกคนที่จมอยู่ในทะเลน้ำตา

แต่เมื่อใดที่ปมในใจคลายออก จนเกิดความสงบในจิตใจ ทะเลน้ำตาจะค่อย ๆ แห้งหายไป ไม่ว่าเรื่องจะจบด้วยดีหรือร้าย แต่สุดท้ายทุกปมก็จะคลี่คลาย เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นปีศาจ จนสูญเสียตัวตนของเราไปอย่างถาวร

ด้วยภาพที่เป็นทะเล มองไปทางไหนก็มีแต่น้ำ บวกกับเพลงที่นุ่ม ๆ ไม่จัดจ้าน ทำให้อารมณ์ของเกมนี้ค่อนข้างสงบกลมกลืน เล่นไปก็สบายหูสบายตา

เรื่องฉากและการนำเสนอเชิงสัญลักษณ์ ถือเป็นจุดเด่นของเกมนี้เลย แม้ว่าบางช่วงอาจจะมีแผ่วลงบ้าง แต่หลาย ๆ ฉากก็ทำออกมาได้ลึกล้ำ น่าจดจำ ต้องขอชื่นชมการตีความของทีมงานที่รังสรรค์โลกแห่งความโดดเดี่ยวนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่ในการด้านการดีไซน์ฉาก ผมว่าเกมนี้อาจจะยังตีโจทย์ไม่แตก เพราะสำหรับเกมที่เน้นการสำรวจ เน้นเนื้อเรื่อง วิวทิวทัศน์ควรจะโดดเด่น แต่กับเกมนี้ วิวอะไรก็ดูคล้ายกันไปหมด พื้นที่แต่ละจุดเหมือนไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่ ตึกก็ตึก ทรายก็ทราย น้ำก็น้ำ สีสันคล้าย ๆ กันไปหมด ดูแล้วมันกลืนกันไปหมดเลย จะมีแค่พวกเหตุการณ์สำคัญ  ที่ฉากจะเปลี่ยนไป ถ้าทีมงานทำให้ทิวทัศน์ต่าง ๆ มีสไตล์จัดจ้านมากกว่านี้ น่าจะทำให้เราเล่นได้เพลินมากขึ้นและเข้าถึงอารมณ์ยิ่งขึ้น

และในเรื่องของบทพากย์ อันนี้คงต้องของติหน่อย เพราะบทพูดบางจุดยังฟังดูเงอะงะ บางท่อนก็ดูเล่นใหญ่ไป 

อย่างในฉากเปิด บทพูดที่ Kay พูดออกมา ผมว่ามันดูละครไปหน่อย คนที่เศร้ามาก ๆ จะพูดแบบนี้จริง ๆ เหรอ หรืออย่างตอนคุยกับพวก monster ตัว Kay เองก็ดูไม่ได้กลัวพวก monster เลย แถมยังดูยอมรับความเจ็บปวด และความผิดจากอดีตได้รวดเร็วเหลือเชื่อ ไม่แน่ใจว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่ส่วนตัว ผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าคนที่เจ็บปวดจากอดีต หรือคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำให้คนอื่นเสียใจมาก ๆ จะยอมรับทุกอย่างได้เร็วขนาดนั้น เพราะถ้าคลายปมในใจได้ไวขนาดนั้น ทำไม  Kay ถึงกลายมาเป็นปีศาจล่ะ จริงไหม แรก ๆ ผมเลยขัดใจพอสมควร ต้องเล่นไปสักพัก เราถึงจะได้เห็นบทกับการพากย์ที่เริ่มเข้ากัน

Gameplay

เนื่องด้วยเกมนี้เน้นการสำรวจ เหมือนอย่างพวก Journey หรือ Abzu ทำให้หลัก ๆ  เราต้องท่องเรือไปตามที่ต่าง ๆ บางที่ก็ต้องลงไปเดินตามตึกรามบ้านช่องเพื่อค่อย ๆ แก้ปริศนา แต่ละที่ก็จะมีวิธีแก้ปริศนาต่างกัน บางที่คุณอาจต้องจุดไฟ บางที่ก็แค่เดินหลบอุปสรรคไปเรื่อย ๆ จนถึงเป้าหมาย เมื่อเจอลูกไฟที่ถูกวิญญาณสีดำหรือ corruption ปิดล้อมอยู่ เราก็ต้องดูดพวก corruption ออกมาเพื่อช่วยลูกไฟนั้น

และแน่นอนว่าเราตายได้ ในบางฉาก ทะเลจะกลืนกินเราหากเราเผลอลงไปว่ายน้ำ บางที่ก็มีปีศาจปลายักษ์ว่ายวนไปมา ถ้าเราอยู่ในน้ำตอนที่มันเข้ามาใกล้ เราก็โดนกิน บางทีพลาดตกน้ำจากที่สูง ๆ ก็ตายได้เหมือนกัน แต่พอตายแล้ว เราก็แค่เริ่มใหม่จากจุด checkpoint ใกล้ ๆ กับที่เราตาย 

แง่หนึ่งมันก็ดีที่เราไม่เสียอะไรเลย เพราะตัวเกมเองก็คงอยากให้เราสนใจเนื้อหาของเกมมากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน การที่ไม่มีบทลงโทษก็ทำให้เราไม่ต้องระวัง เหมือนว่าตายก็ตาย ไม่เห็นเป็นอะไร ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะมีผลลัพธ์ที่ชวนให้น่าสนใจกว่านี้ อย่างเช่น ถ้าเราตายบ่อย ๆ จะได้ bad ending หรือไม่ก็ส่งผลต่อรูปลักษณ์ของ Kay

นอกจากนี้ เราจะได้เจอมินิเกมเล็ก ๆ ให้เราขยันสำรวจทะเลแห่งนี้มากขึ้น 

อย่างแรกคือจดหมายในขวดแก้ว มันจะซ่อนอยู่ตามอาคารต่าง ๆ ซึ่งจดหมายพวกนี้เขียนโดยคนในเมือง มันจะทำให้เราได้รู้ว่าคนในเมืองนี้มีชีวิตยังไง พวกเขาคิดหรือเขียนอะไรกันบ้าง บางอย่างก็น่าเศร้า บางอย่างก็เปี่ยมด้วยกำลังใจ

มินิเกมอีกอย่างคือนกนางแอ่น นกพวกนี้จะเกาะอยู่ตามริมหลังคา พอเจอแล้วเราก็แค่ไล่มันออกไป ซึ่งผมไม่ค่อยชอบระบบนี้เท่าไหร่ เพราะผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องนกนางแอ่น หรือไล่ไปทำไม คือเกมนี้พยายามทำให้ทุกองค์ประกอบมีความหมาย สื่อสารบางอย่างออกมาในเชิงสัญลักษณ์ พอมาเป็นการไล่นกดื้อ ๆ ผมเลยรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ค่อยเข้ากับเกม อีกอย่างคือพอเราไล่นกปุ๊บ จอของเราจะจับภาพตามนกที่บินออกไป ทำให้บางครั้ง ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่ต้องหลบสิ่งกีดขวาง พอภาพกลับมาจับที่ตัวละครของเรา เราอาจจะตกตึกจมน้ำไปแล้วก็ได้

อีกอย่างที่ผมรู้สึกคับข้องใจคือเรื่องการบังคับตัวละคร เกมนี้ถ้าคุณอยู่บนบก คุณวิ่งได้ตามสบาย แต่เวลาจะปีนตามขอบตึกขอบกำแพงเนี่ย บอกตามตรงเลยว่าผมดูไม่ค่อยออกว่าตรงไหนปีนได้ หรือไม่ได้ บางจุดมันดูไม่สูงขนาดนั้น กระโดดไปก็มือถึงขอบกำแพง แต่ทำไมถึงปีนไม่ได้ล่ะ 

เวลาลงเรือปุ๊บ บอกเลยว่าขัดใจสุด ๆ การควบคุมเรือก็ยาก เพราะเราถอยเรือตรง ๆ ไม่ได้ ต้องให้มันวนไปข้างหน้าก่อนแล้วค่อย ๆ หันหัววนกลับมา ที่แย่ที่สุดคือ บางทีพอเราจอดเรือไว้ริมหลังคาชัน ๆ น้ำทะเลจะซัดเรือขึ้นมาบนหลังคาได้ แล้วพอจะออกเรือ ปรากฏว่าไปไม่ได้เพราะเรือมันเกยขึ้นไปอยู่บนหลังคา วิธีแก้คือต้องเริ่มฉากนั้นใหม่เพราะออกเรือไม่ได้ ซึ่งเสียเวลาโดยใช่เหตุจริง ๆ

พอการควบคุมไม่ค่อยลื่นไหล เลยทำให้การแก้ปริศนาไม่ลื่นไหลไปด้วย ปริศนาในเกมไม่ได้ยาก ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าต้องแก้ยังไงหรือทำอะไร แต่พอบังคับตัวละครไม่ได้อย่างใจ เลยทำให้เดินพลาดบ้าง ปีนพลาดบ้าง แล้วก็ต้องมาเริ่มแก้ปริศนาใหม่ ซึ่งบางทีอารมณ์ในเกมกับบทพูดกำลังเข้มเลย เรากำลังจะอินแล้ว แต่ดันต้องมามัวปวดหัวกับระบบการเล่นเนี่ย มันขัดใจจริง ๆ ทำให้เราเสพเนื้อเรื่องได้ไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่

Performance

Performance คือจุดที่น่าหงุดหงิดที่สุด ทั้งที่กราฟิกเกมนี้ พูดตรง ๆ ว่าก็ไม่ได้รายละเอียดขนาดนั้น ทั้ง texture ของผิวน้ำ ตัวละคร หรือแม้แต่แสงเงา แต่ทำไมภาพมันกระตุกไปหมดเลยล่ะ ทั้งที่โน้ตบุ๊คผมการ์ดจอ GTX1050ti ก็ไม่น่าจะย่ำแย่มาก ไม่รู้นะว่า PS4 สามารถเล่นที่ 60FPS ลื่น ๆ มั้ย หรือต้องใช้สเปคขนาดไหนกันแน่ แถมกราฟิกของเกมนี้ก็ปรับคุณภาพไม่ได้ด้วย แล้วแบบนี้จะได้เล่นลื่น ๆ มั้ยเนี่ย

แล้วหน้าจอโหลดเกมเนี่ย ผมจำได้ว่าตอนเข้าเกมครั้งแรก ผมรอโหลดหน้าแรกอยู่นานมาก พอผมจะต่อจอยเล่นก็ใช้จอยไม่ได้ ไม่รู้เพราะ Origin หรือเปล่า เพราะตอนที่ไปลองกับเกมอื่นใน Steam จอยผมก็ทำงานปกติ

กลายเป็นว่าอะไร ๆ ก็ติด ๆ ขัด ๆ ไปหมด ดังนั้น ผมขอเดาเลยแล้วกันว่าเกมนี้พอร์ทมาไม่ค่อยดี มองในแง่ดีว่า อย่างน้อยก็ยังไม่เจอบั๊กที่น่าปวดหัว

สรุปแล้ว Sea of Solitude เป็นเกมที่คอนเซปต์ล้ำลึก น่าสนใจ มีเนื้อหาและรายละเอียดต่าง ๆ ที่น่าค้นหา แต่น่าเสียดายที่วิธีการนำเสนอและการออกอาจแผ่วบางลงไปในบางจุด ทำให้ถ่ายทอดรสชาติเนื้อหาที่เข้มข้นออกมาได้ไม่สุด รวมถึงระบบการเล่นที่ซ้ำไปมาตลอดทั้งเกม และยังขัดขวางการเสพเนื้อหาไปกลาย ๆ ถ้าเพิ่มเติมระบบการเล่นอีกนิด นี่จะเป็นเกมหนึ่งที่เล่นแล้วอิ่มใช้ได้ ส่วนถ้าถามว่าน่าซื้อมาเล่นไหม ผมว่ารอลดราคาก่อนแล้วค่อยซื้อดีกว่า เพราะราคาเกือบ 700 บาทยังถือว่าแรงเกินไปสำหรับคอนเทนต์ของเกมนี้

Verdict 7.1/10