Review : Razer Hammerhead หูฟัง True Wireless เล่นเกม ฟังเพลง ครบจบในตัวเดียว

หูฟัง True Wireless ที่เน้นการใช้งานเพื่อการเล่นเกมพร้อมดีไซส์ที่โฉบเฉี่ยวโดดเด่นตามสไตล์ Razer

ในช่วงที่ผ่านมาเราก็หยิบหูฟังของ Razer มาแนะนำกันหลายตัวและในขณะที่หูฟังส่วนใหญ่ที่เราหยิบมารีวิวเป็นหูฟังเกมมิ่งแบบแท้ ๆ ที่ใช้งานบน PC หรือเครื่อง Console แต่วันนี้เรามีหูฟัง True Wireless ที่ใช้งานสำหรับบนโทรศัพท์มือถือมาแนะนำกัน

Spec พื้นฐานของ Razer Blackshark V2

  • Driver :  13 มม.
  • ความถี่ : 20Hz – 20,000Hz
  • ไมค์โครโฟน :  Omnidirectional
  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.0 ระยะสูงสุด 10 เมตร
  • สั่งการด้วยระบบสัมผัส

มาใน Package และหน้าตาภายนอกที่โดดเด่น เรียกได้ว่าดูเห็นรู้เลยว่าเป็นหูฟังของ Razer แม้จะมาในรูปแบบของหูฟัง True Wireless  ตัวหูฟังมาในกล่องใส่ทรงวงรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นกล่องชาร์จไฟให้กับหูฟังด้วยตามรูปแบบของหูฟัง True Wireless ทั่วไป  ตัวหูฟังยึดกับช่องชาร์จด้วยแม่เหล็กซึ่งยึดติดอยู่แบบมั่นคงในระดับหนึ่ง ส่วนตัวกล่องมีรูปร่างที่ถือได้ว่าค่อนข้างบางและเน้นทรงยาว

โดยรวมแล้วกล่องเก็บของ Razer Hammerhead ก็มีขนาดกลาง ๆ พกพาได้ง่ายโดยในกล่องจะให้เชือกคล้องมาด้วย แต่ส่วนของเคสหรือกล่องเก็บหูฟังนั้นมีข้อติที่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนอยู่บ้าง เริ่มตั้งแต่ดีไซส์ที่เป็นทรงวงรีเสมอกันทำให้เวลาอยู่ในกระเป๋าหรือเราไม่ได้มองเคสอยู่เราจะไม่รู้เลยว่าจะต้องเปิดเคสจากฝั่งไหน  และด้วยดีไซส์ที่ Razer ทำมา ก็ทำให้เราแทบไม่สามารถเปิดเคส Razer Hammerhead ด้วยมือเดียวได้เลย

อีกจุดที่ถือเป็นอะไรที่น่าแปลกใจมาก ๆ ก็คือเมื่อเปิดเคสออกมา Razer กลับตัดสินใจวางหูฟังสำหรับหูซ้ายไว้ที้ด้านขวาและวางหูฟังสำหรับหูขวาไว้ที่ด้านซ้าย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าดีไซส์แบบนี้มันมีประโยชน์อะไรนอกจากสร้างความสับสนในช่วงแรก ๆ ของการใช้งาน  และอีกจุดที่ต้องพูดถึงคือคุณภาพของพลาสติกตัวเคสที่หากเทียบกับราคาหูฟังแล้วเราคาดหวังว่าน่าจะได้พลาสติกี่มีคุณภาพสูงกว่านี้ ยิ่งหากเทียบกับหูฟังของ Razer รุ่นใหม่ ๆ เองเราจะเห็นได้ชัดว่ามีคุณภาพการประกอบและคุณภาพของพลาสติกที่ดีกว่าเคสของ Hammerhead True Wireless แบบชัดเจน

ด้านการเชื่อมต่อของเคสหูฟังสำหรับชาร์จไฟนั้นจะใช้การเชื่อมต่อผ่านสาย USB C ซึ่งในตัวกล่องก็มีสายชารจ์แบบเชือกให้มาด้วยเช่นกัน

สำหรับตัวหูฟังนั้นมีดีไซส์ที่โฉบเฉี่ยวโดดเด่นมาพร้อมกับโลโก้ของ Razer ซึ่งตัวหูฟังนั้นมีรูปร่างและคุณภาพที่น่าประทับใจครับ ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาและมาในดีไซส์ที่เน้นความกระชับในการสวมใส่ เรียกได้ว่าใส่เล่นเกมจะออกท่าทางดีใจยกไม้ชูมือก็ทำได้เต็มที่หรือจะใส่ไปวิ่งออกกำลังก็กระชับไม่มีหลุดแต่อย่างใด แุถมหูฟังยังกันน้ำแบบ IPX4 เรียกได้ว่าเหมาะกับการใส่ไปออกกำลังกันเหงื่อได้พอดี ใครที่อยากได้ความกระชับมากขึ้นในกล่องทาง Razer ก็มีตัวหุ้มหูฟังซีลีโคนเสริมมาให้หนึ่งชุด

จุดสังเกตุที่ต้องพูดถึงคือตัวหูฟังไม่ได้ออกแบบมาให้บล็อคเสียงภายนอกแบบสิ้นเชิง ทำให้ระหว่างการใช้งาน Hammerhead เราอาจยังได้ยินเสียงรอบข้างเข้ามาในหูได้เป็นระยะ  ใครที่ชื่นชอบหูฟังแบบ Isolate เราออกจากโลกภายนอกแบบเต็มที่ก็อาจจะขัดใจกับการใช้งาน Hammerhead ตัวนี้ได้

ตัวหูฟังไม่ไม่มาพร้อมไฟ RGB แต่อย่างใด โดยส่วนที่เป็นโลโก้นั้นทำหน้าที่เป็นส่วนควบคุมด้วยระบบสัมผัส ไม่ได้เป็นการสั่งการด้วยการกดปุ่ม  การสั่งการทุกอย่างของ Hammerhead จะทำผ่านการ “แตะ” ที่บริเวณปุ่มตรงนี้ ซึ่งการใช้ระบบสัมผัสในการสั่งการนั้นก็ทำงานได้เป็นอย่างดี การแตะหนึ่งครั้งจะเป็นการรับและวางสาย หรือหยุดและเล่นเพลง การแตะสองครั้งจะเป็นการข้ามเพลง และยังมีการแตะสามครั้งและกดค้างเพิ่อเปิดโหมด “เกมมิ่ง”

โดยรวมแล้วการตอบสนองของระบบสัมผัสนั้นตอบสนองรวดเร็วและแม่นยำ จะมีก็แค่เราต้องจำให้ได้ว่าการสั่งการคำสั่งต่าง ๆ นั้นต้องกดแบบไหน ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถเข้าไปตั้งค่าปุ่มคำสั่งเหล่านี้ได้ผ่าน App ของตัวหูฟังที่เราโหลดมาลงในโทรศัพท์มือถือครับ

เมื่อพูดถึง App แล้วก็ต้องพูดถึงให้หมดว่าเราสามารถตั้งค่าอะไรได้บ้าง โดยรวมแล้วนอกจากตัวปุ่มคำส่ง ส่วนอื่น ๆ ที่เราตั้งค่าได้ผ่าน App ของตัวหูฟังก็คือการปรับ EQ ที่มีให้เลือกเพียงแค่ 3 โหมด การอัพเดท Firmware ของตัวหูฟังก็ทำการอัพเดทผ่าน App ตัวนี้ด้วยเช่นกัน

ด้านการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นอยู่ Razer ระบุว่ามีอายุการใช้งานอยู่ที่ 12 ชั่วโมงในการชาร์จเคสแบบเต็มหนึ่งครั้ง จากการทดสอบใช้งานจริง โดยรวมแล้วเราสามารถฟังเพลงได้ติดกัน 3 ชั่วโมง โดยรวมแล้ว Hammerhead ก็ถือว่ามีการใช้งานที่ค่อนข้างสั้นหากเทียบกับหูฟัง Truewireless ตัวอื่น ๆ

จุดที่น่าประทับใจน่าจะเป็นเรื่องความเสถียรของสัญญาณโดยเฉพาะหลังการอัพเดท Firmware ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 เราสามารถรักษาการเชื่อมต่อได้ถึง 10 เมตรจริง ๆ ตามที่ Razer โฆษณาเอาไว้ แต่แน่นอนว่าที่ระยะเกิน 4-5 เมตรก็เริ่มมีอาการเสียงขาดปรากฎให้เห็น แต่ตัวสัญญาณก็ไม่ได้หลุดขาดหายไปแต่อย่างใด

ในส่วนของการเชื่อมต่อแบบ Low Latency ซึ่ง Razer ชูเป็นจุดเด่นนั้นมาในความเร็วระดับ 60ms ซึ่งใช้เพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ โดยรวมแล้วหากสังเหตุดี ๆ เราก็ยังเห็นการดีเลย์อยู่บ้างโดยเฉพาะในเกมแนวเดินหน้ายิง FPS แต่โดยรวมแล้วเสียงและภาพที่แสดงผลมาก็ไม่ได้มีอาการแลคที่ชัดเจนก็ทำให้ Razer Hammerhead ถือเป็นหุฟัง True Wireless สำหรับการเล่นเกมที่แท้จริง ตัวหูฟังยังรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่อง PlayStation 4 ด้วยเช่นกัน

สำหรับตัว Gaming Mode ที่เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ทาง Razer ใส่มาในตัวหูฟังและอ้างว่าช่วยลดอาการแลคของเสียงได้อีกระดับนั้น ตัวผมเองฟังแล้วแยกความต่างไม่ออกเลย ซึ่งจุดนี้อาจจะต้องเป็นผู้เล่นที่มีสัมผัสที่ไวจริง ๆ

สุดท้ายและส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของคุณภาพเสียง โดยรวมแล้ว Hammerhead ตัวนี้ให้เสียงที่มีคุณภาพดี มีรายละเอียดเสียงที่กว้างและครบถ้วน จุดที่เป็นจุดด้อยก็คือเรื่องของเสียงเบสที่มาน้อยไปหน่อย แถมข่าวร้ายก็คือเมื่อปรับโหมด EQ ไปบูสต์เสียงเบสผมก็พบว่าคุณภาพเสียงส่วนอื่น ๆ นั้นดูด้อยลงไปแบบเห็นได้ชัด

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หูฟังระดับ Audiophile  แต่ Hammerhead ก็ให้เสียงที่มีคุณภาพดีพร้อมรายละเอียดที่ชัดเจนแม้ส่วนของเบสจะเบาบางไปหน่อยนั่นเอง

สรุปแล้ว Razer Hammerhead ถือเป็นหูฟัง True Wireless สำหรับการเล่นเกมเป็นหลัก ด้านการใช้งานเพื่อการฟังเพลงก็สามารถใช้ควบคู่ไปได้ แต่อาจจะไม่เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการหูฟังที่เน้นเบสแบบหนัก ๆ จุดเด่นของ Hammerhead จริง ๆ คือเรื่องของความเร็วในการเชื่อมต่อและความแรงของสัญญาณ รวมไปถึงผู้ที่ชิ่นชอบหูฟังที่มีดีไซส์ที่โดดเด่นใส่สบายในราคาไม่สูงจนเกินไป

Razer Hammerhead ออกวางจำหน่ายแล้ววันนี้ตามตัวแทนจำหน่ายชื่อดังในไทยทั่วประเทศ ในราคา 2,690 บาท

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close