Review One Punch Man: A Hero Nobody Know ท่านเทพหมัดเดียวตาย กับระบบการเล่นที่ไม่ชวนให้ลุ้นแม้สักนิด

One Punch Man จัดเป็นการ์ตูนที่ถือว่าได้รับความนิยมมากเรื่องหนึ่ง แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการปั้นตัวร้ายให้ดูน่าเกรงขาม ก่อนที่จะถูกไซตามะ ตัวเอกของเรื่องต่อยหมัดเดียวร่ายแหลกสลายไป แต่การหยิบเอาเรื่องราวของฮีโร่หมัดหนักผู้ไร้เทียมทานคนนี้จะสนุกหรือเปล่า วันนี้เราจะมาพิสูจน์กัน

สมาคมฮีโร่ ผู้ปกป้องโลกจากเหล่าสัตว์ประหลาดชั่วร้าย

เรื่องราวใน One Punch Man: A Hero Nobody Know จะเป็นการดัดแปลงเนื้อหาจากในฉบับหนังสือการ์ตูน โดยเพิ่มตัวละครที่เป็นตัวแทนของผู้เล่นเข้าไปในเกม ซึ่งเราจะได้รับบทเป็นฮีโร่มือใหม่รับภารกิจออกตามจัดการเหล่าสัตว์ประหลาดตามใบสั่งเพื่อเลื่อนขั้นไปสู่ระดับที่สูงกว่าต่อไป จนได้มาเจอกับไซตามะ ฮีโร่ระดับ B ผู้จืดจางและแทบไม่มีใครรู้เลยว่าได้ปราบเหล่าสัตว์ประหลาดและตัวร้ายจนราบไปหลายรายด้วยการต่อยเพียงหมัดเดียว ด้วยความประทับใจทำให้ตัวละครของเรารู้สึกฮึดสู้และสัญญากับตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะเก่งได้เหมือนกับไซตามะต่อยหมัดเดียวหลับให้ได้

สำหรับเนื้อเรื่องของเกมนั้นก็เรียกว่าแทบจะหยิบมาจากในหนังสือการ์ตูนแทบจะทั้งหมด เพิ่มแต่ตัวละครที่แป็นเหมือนตัวแทนของเราเข้าไปเท่านั้น การดำเนินเรื่องก็เป็นไปตามสูตรสำเร็จของการ์ตูนแทบจะทุกอย่าง ปั้นตัวร้ายหรือคู่แข่งที่ดูน่ากลัว สุดแกร่ง แต่ก็ถูกนำพาไปโดนไซตามะต่อยตัวแตกตายแทบจะทุกครั้ง แม้จริงอยู่ที่การสร้างเนื้อหาของสมาคมฮีโร่ที่ดูมีลำดับขั้นตอนที่ดี ก็น่าจะทำให้แฟน ๆ การ์ตูนรู้สึกดีได้บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ดีเกินกว่านั้น

ซึ่งนี่เป็นปัญหาเดียวกันของเกมจากหนังสือการ์ตูน Shonen Jump คือจะไม่สามารถแหวกกรอบจากเนื้อหาในการ์ตูนได้มากนัก เรียกว่าทุกอย่างแทบจะเดาได้ทั้งสิ้น ยิ่งถ้าหากคุณไม่ใช่คนที่อินกับเนื้อหาของเวอร์ชั่นอนิเมะหรือหนังสือการ์ตูนมาก่อน คุณจะเบื่อมันอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียวเลย

โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องของเกมไม่ได้โดดเด่นหรือน่าติดตามอะไรนัก โดยเฉพาะคนที่ติดตามดู One Punch Man ในภาคอื่น ๆ มาก่อนแล้ว อาจจะรู้สึกดีหน่อยที่ได้เห็นหน้าตัวละครอื่น ๆ ของเรื่องโผล่มาให้ได้ดีใจบ้าง แต่ก็มีอยู่แค่นั้นจริง ๆ แหละ

ภารกิจของฮีโร่ ที่เรียบง่ายไม่ต่างกับเดินไปจ่ายตลาด

โหมดการเล่นหลักของเกมนั้นจะเป็นในแนว RPG ผู้เล่นต้องทำภารกิจสั่งสมค่าประสบการณ์เพื่อฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเมื่อเลเวลสูงขึ้นก็จะได้รับค่า Grown Point ไว้ไปอัปเกรดตัวละครในด้านต่าง ๆ ตามต้องการ เมื่อแกร่งขึ้นก็จะรับภารกิจที่ยากขึ้นได้เพิ่มอีก และนอกจากภารกิจปราบศัตรูแล้ว ยังมีภารกิจหาของ บรรเทาทุกข์ให้ชาวเมืองทั่วไป เช่นหาของ ตามจับขโมย และอื่น ๆ ที่ไม่แตกต่างกันนักให้เราได้ฟาร์มเลเวลกันอย่างมากมาย

แน่นอนว่าภารกิจในเกมแม้จะมีมหาศาล แต่คุณจะเบื่อมันอย่างรวดเร็ว เพราะส่วนใหญ่ก็มีแต่ภารกิจซ้ำ ๆ ไม่ได้มีความแตกต่างกันสักเท่าไหร่ มีแตกต่างบ้างก็ศัตรูที่เจอหรือ Event แบบสุ่มที่เกิดขึ้นในระหว่างต่อสู้(จะอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อ Gameplay) และการที่ต้องมานั่งเล่นภารกิจแบบนี้ซ้ำ ๆ ต่อเนื่องนี้มันชวนให้รู้สึกว่ามากเกินไปเหมือนกัน แม้การเป็นฮีโร่นั้นจะหมายถึงการออกปราบปรามเหล่าร้ายและทำให้ประชาชนในเมืองพอใจ แต่ความน่าเบื่อของภารกิจนั้นก็ไม่ชวนให้เรารู้สึกอยากลุกขึ้นมาปกป้องเมืองนี้สักเท่าไหร่

สิ่งที่น่าจะสนุกที่สุดของเกมคงเป็นการแต่งตัวละครหรือห้องพักของเรา ซึ่งของแต่งตัวแต่งห้องต่าง ๆ นั้นจะได้มาจากการทำภารกิจในเกมสำเร็จ ซึ่งนอกจากแต่งสวยหรือหล่อได้แล้ว การอัปเกรดตัวละครในแนวทางต่าง ๆ ก็สามารถเลือกได้เช่นกันว่าจะให้ตัวละครของเราเป็นฮีโร่แบบไหน จะเป็นแบบมาตรฐาน จอมพลัง หรือผู้ใช้พลังจิต ซึ่งในแต่ละสายก็จะมีท่าโจมตีไม่เหมือนกัน เลือกได้ตามใจชอบเลยว่าจะใช้ท่าแบบไหน

แม้การแต่งตัวละครของเราจะทำได้หลากหลาย แต่ท้ายที่สุด เรื่องราวของเกมก็จะจบแบบที่เราเดาได้แน่นอน แม้จริงอยู่ที่ความสนุกของเรื่องจะอยู่ที่เราได้เห็นว่าศัตรูแข็งแกร่งขนาดไหนก่อนที่จะโดนนายไซตามะต่อยร่างแหลก แต่รูปแบบการเล่นและความน่าดึงดูดในจุดนี้ไม่ชวนให้เรารู้สึกสนใจหรือสนุกไปกับมันได้เลย กลายเป็นเกมที่เราเล่นแล้วอยากเลิกไปไว ๆ หรือรีบเล่นรีบจบไป ไม่มีความรู้สึกผูกพันใด ๆ หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

ยื้อเวลา เพื่อรอคอยการมาของเหล่าฮีโร่

ระบบการเล่นของเกมจะมีความคล้ายคลึงกับเกมอย่าง Naruto Shippuden ที่ Spike Shunsoft ทำ ผู้เล่นมีปุ่มโจมตีเบาและหนัก ปุ่มป้องกัน หลบการโจมตี และใช้ท่าไม้ตาย ผู้เล่นจะสามารถวิ่งรอบฉากได้ทุกทิศทาง หลบการโจมตีของศัตรูได้ค่อนข้างอิสระแบบไม่ต้องหันหน้าเจอกับศัตรูตลอดเวลา ทำให้การเล่นเกมนี้จะรู้สึกแปลกนิดหนึ่งสำหรับคนที่ชินกับเกมต่อสู้แบบปกติอื่น ๆ เช่น Street Fighter

อย่างที่บอกไปว่าท่าไม้ตายของตัวละครที่เราสร้างสร้างนั้นสามารถเลือกได้จากสไตล์แบบต่าง ๆ ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปในแต่ละแบบ แต่กลายเป็นว่าแบบ Standard ที่ได้ติดตัวมาแต่แรกนี่แหละที่ดีที่สุด เพราะแบบอื่น ๆ ดูจะสุดโต่งเกินไปจนใช้งานได้ยากมาก หรือถ้าอยากเล่นตัวละครอื่น ๆ ก็เลือกเปลี่ยนตัวได้ตามสถานการณ์ แต่สำหรับฮีโร่ที่มีความสามารถมากอย่างไซตามะ ก็จำเป็นต้องรอเวลาให้พวกเขามาถึงก่อนจึงจะสามารถเลือกเปลี่ยนมาใช้งานได้

หากนับเฉพาะการเล่นเกมแบบปกติที่ไม่ได้รอเรียกตัวฮีโร่สุดโกงออกมาแล้ว ตัวเกมนั้นค่อนข้างธรรมดามากทีเดียว เพราะรูปแบบการเล่นนั้นมีแค่แบบเดียวคือรอจังหวะสวนด้วยท่าหลบหรือป้องกันจนกว่าการโจมตีจะหมดรอบ ไม่มียุทธวิธีหลากหลายเหมือนกับเกมต่อสู้อื่น ๆ แม้จะดีหน่อยตรงที่ระบบการเล่นไม่ไร้สมองมากขนาดแค่กดรัวปุ่มอย่างเดียวก็ชนะได้ แต่ความหลากหลายในการเล่นที่น้อยขนาดนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เกมน่าสนใจขึ้นเลย ยิ่งมารวมกับเควสในเกมที่น่าเบื่ออยู่แล้ว ก็ทำให้เราอยากเลิกเล่นเกมนี้ไปทำอย่างอื่นแทนเสียจริง ๆ

น่าเสียดายที่ในส่วนของ Gameplay นั้นไม่ได้ช่วยหนุนนำใด ๆ ให้เกมนี้น่าเล่นขึ้นมาเลย เพราะคุณจะเบื่อมันอย่างรวดเร็วมาก ๆ แม้จะมีข้อดีตรงที่เรียนรู้ได้เร็ว ไม่ต้องมาควงปุ่ม จำท่าให้ยุ่งยากแบบเกมต่อสู้อื่น ๆ แต่เพราะแบบนั้นมันก็เลยทำให้เกมขาดความน่าสนใจอย่างที่ควรจะเป็นไปโดยปริยาย

ปัญหาปวดหัวใจ ของคนเล่นบนระบบคอนโซล

ดูเผิน ๆ แล้วตัวเกมอาจจะไม่ได้มีปัญหาด้านเทคนิคใด ๆ ออกมาให้รู้สึกปวดใจ ทว่าตัวเกมก็แอบมีปัญหาทางด้าน Performance ซ่อนอยู่ไม่น้อย เริ่มจากฉากเดินในเมืองที่กระตุกแบบที่รู้สึกได้ ทั้งที่ฉากภายนอกการต่อสู้นั้นไม่น่าจะมีรายละเอียดอะไรมากมายขนาดที่เครื่อง PS4 จะรับไม่ไหว ก็เลยชวนให้แปลกใจว่าเพราะอะไรทำให้ตัวเกมมันกระตุกถึงขนาดนี้

ส่วนในฉากต่อสู้เองก็มีปัญหาที่เกิดขึ้นให้เห็นบ้าง จากการสุ่มของ Event ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการกระตุกของกราฟฟิก รวมไปถึงการหมุนมุมกล้องอันชวนปวดหัว ผสมกันมาในรวดเดียวแบบนี้ก็ทำให้อารมณ์ในการเล่นสะดุดได้ด้วยเหมือนกัน ปัญหาดังกล่าวนี้ก็เกิดขึ้นกับระบบอื่น ๆ อย่าง PC หรือ Xbox One เช่นกัน ซึ่งก็อาจจะต้องรอการปรับ Patch แก้ไขที่อาจจะมีเพิ่มมาในอนาคตข้างหน้า

โชคดีที่เกมไม่ได้มี Bug ร้ายแรงขนาดทำให้เกมล่ม แต่ความรู้สึกโดยรวมนั้นก็ยังไม่น่าประทับใจอยู่ดี

Conclusion

น่าเสียดายที่ One Punch Man: Hero Nobody Know มีรูปแบบการเล่นและนำเสนอที่น่าสนใจ เนื้อเรื่องที่แข็งแรงจากการเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูนมาก่อนแล้ว แต่ด้วยระบบการเล่นที่ธรรมดา ความน่าเบื่อของภารกิจ และปัญหาด้านเทคนิคที่มีให้เห็นทั้งเกม ทำให้เราไม่รู้สึกประทับใจอะไรในเกมนี้นัก ซึ่งอาจจะดีสำหรับคนที่ชอบนายไซตามะเป็นทุนเดิม แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อินอะไรขนาดนั้นก็คงต้องขอแนะนำให้ผ่านไปเลย หรือถ้าคิดว่าไม่มีอะไรจะเล่นแล้ว ก็แนะนำว่าให้กดแกมนี้มาเล่นในช่วงลดราคาจะรู้สึกเสียดายเงินน้อยที่สุดครับ

คะแนน 5/10

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close