Review: Marvel’s Avengers 3 ปีแห่งการรอคอยอันน่าผิดหวังของแฟนเกม

ในขณะที่ DC นั้นมีแฟรนไชส์เกมอย่าง Batman เชิดหน้าชูตาเสมอมาตลอดศตวรรษที่ผ่านมา Marvel เองกลับมีเกมฟอร์มใหญ่ออกมาน้อยมาก และเมื่อประกาศออกมาทีจึงสร้างความคาดหวังให้กับแฟน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่จักรวาลภาพยนตร์ MCU กำลังจะสิ้นสุดลงใน Avengers Endgame ปี 2019

แต่ดูเหมือนเกมนี้จะทำออกมาได้น่าผิดหวังไปมาก และเพราะอะไรมันถึงเป็นแบบนั้น มาชมกันได้ใน Marvel’s Avengers

Story

โลกมนุษย์สงบสุขจากการมีตัวตนของเหล่า Avengers สมาชิกทีมปัจจุบันที่ประกอบไปด้วย Iron Man / Thor / Black Widow / Captain America และ Hulk และวันที่พวกเขาเฉลิมฉลองกันกับประชาชน กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่จะอยู่ในใจของผู้คนไปอีกนาน

เหตุการณืนั้นมีชื่อว่า A-Day – Taskmaster และกองกำลังปริศนาก่อความวุ่นวายร้ายแรงจนพวกอเวนเจอร์ต้องออกโรงกอบกู้สถานการณ์ และเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี จนเกิดระเบิดรุนแรงบางอย่าง ซึ่งเกิดจากเทคโนโลยีของเหล่าอเวนเจอร์เอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ Captain America

ทีมอเวนเจอร์ถูกยุบ ผลกระทบจากการระเบิดรุนแรงนั้นทำให้ประชาชนบางส่วนกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษหรือก็คือ Inhuman และหนึ่งในนั้นคือ Kamala Khan ที่แทบจะเป็นตัวเอกของเกมภาคนี้ หน้าที่ของเธอก็คือ ไปรวบรวมสมาชิก Avengers ให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อหยุดแผนก่อการร้ายของบริษัท AIM และ George Tarleton หรือก็คือ M.O.D.O.K นั่นเอง

แม้จะปูโครงเรื่องมาได้น่าสนใจ แต่มันก็แค่ช่วงแรก เพราะการเล่าเรื่องต่อจากนี้ จะมีซีนขยี้อารมณ์บางส่วนแต่ก็น้อยเกินจนเราไม่อิน และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจะรุนแรงมันก็หาทางออกได้ง่ายเกินกว่าที่เราจะคาดไว้ซะอีก แถมบางฉากยังขาดความสมเหตุสมผลกันแบบเกินไปมาก สรุปก็คือ เนื้อเรื่องของเกมนี้ทำดีมากแต่ก็แค่เฉพาะในตอนแรกเท่านั้น น่าเสียดายตัวละครและคอนเซปต์มาก เพราะถ้าจะเอาให้หนักกว่านี้มันก็ทำได้ น่าเสียดายที่เขาไม่ทำ

Presentation

ด้วยความที่เป็นเนื้อเรื่องแบบ Original ของเกมนี้ แน่นอนว่าเราคงไม่ได้เห็นฉากสำคัญ ๆ อะไรจากหนังมากนัก แต่อย่างน้อยเรายังจะพอเห็นสิ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่อย่าง ยกตัวอย่างเช่นหน่วย AIM ซึ่งเป็นตัวร้ายหลักของภาคนี้ หรือแม้แต่ตัวละครบางตัวที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้มาโผล่อยู่ในเกมนี้ด้วย

และด้วยความที่เกมนี้มันไม่ใช่เกม Open World มีเพียงฉากขนาดใหญ่ที่มีทางแยกให้เราออกไปสำรวจทางนั้น ทางนี้เล็กน้อย ทำให้ภูมิประเทศและฉากต่าง ๆ ของเกม ไม่ใช่ฉากกว้างใหญ่อะไร อาจเป็นเพียงห้องทดลองเล็ก ๆ อาคารขนาดใหญ่สักที่ หรือพื้นที่บางส่วนของป่าไม้และสถานที่เพียงแค่นั้น

การออกแบบตัวละครที่มีปัญหากันมาตั้งแต่ช่วงเปิดตัว แม้ว่าเปิดจริงจะดูดีขึ้นมาก แต่ก็ต้องบอกกันตามตรงว่า มันยังห่างไกลจากต้นฉบับที่ดูดีจนยากจะลบออกไปจากใจใครหลายคนได้ อย่างเวอร์ชั่นหนังและเวอร์ชั่นคอมมิค และต้องยอมรับว่าเข้าไปเล่นเกมจริง ๆ แล้ว ก็ยังมีบ้างที่ไม่ค่อยพอใจกับดีไซน์ตัวละครสักเท่าไร และแม้จะได้เสียงพากย์ของนักพากย์มากฝีมือมาร่วมผลงานแต่ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดูดีขึ้นมาเลย

หากว่าแม้แต่แฟน ๆ Marvel ยังเอือมระอา แฟนทั่วไปก็คงยากหน่อยที่จะหันมาสนใจเกมนี้ แต่อย่างน้อยข้อดีของมันก็คือเอฟเฟคท์ ลีลาของเหล่าฮีโร่เมื่อออกบู๊ มันคือสิ่งที่แฟน ๆ Marvel อยากเห็น และได้สัมผัสมันเป็นเกมมานานแล้ว แต่น่าเสียดายที่มันทำออกมาแบบมีดีเท่านี้จริง ๆ

และสิ่งที่ค่อนข้างแย่หน่อยก็คือเกมนี้ใช้เวลาในการสร้าง รวมเวลาเปิดตัวนานหลายปีมาก แต่เมื่อเปิดมา เกมกลับมีตัวละครให้เล่นอยู่เพียง 6 ตัวเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะได้มากกว่านี้ แม้จะมีการประกาศชัดเจนแล้วว่าอนาคตจะมีการอัปเดตคอนเทนต์และตัวละครให้ฟรี ๆ แต่ผู้เขียนรู้สึกว่าการใช้เวลานานขนาดนี้ และมีตัวละครให้เลือกเพียงน้อยนิดในช่วง Launch มันน้อยเกินไปจริง ๆ

Gameplay

มาว่ากันถึงจุดสำคัญของเกมกันบ้างอย่างเกมเพลย์ อย่างแรกคือสิ่งที่ทุกคนควรรู้ว่าเกมนี้ดึงเอาทีมสร้าง Tomb Raider อย่าง Crystal Dynamic มาสร้าง และผู้เขียนเองก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเหมือนกับ Tomb Raider ขนาดนี้

ในเกมเพลย์ฉากแรกที่เราได้เล่นเป็น Kamala Khan นั้น ใครเคยเล่น Tomb Raider มาก่อน จะรู้เลยว่าหลายสิ่งหลายอย่างนั้น มันยกมาจาก Tomb Raider แทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระะบบนำทาง Waypoint ระบบปีนป่าย เกมเพลย์ และการตัดเข้าฉากคัทซีน ที่เหมือนถอดแบบมาจาก Tomb Raider แทบจะทั้งหมด

โชคดีที่ระบบ Combat หรือการต่อสู้นั้นยังพอจะให้เราสนุกไปกับมันได้บ้าง แต่ก็ยังมีความขาด ๆ เกิน ๆ โดยเฉพาะการเลือกใส่ท่าทางการโจมตีของตัวละครมาไม่ค่อยดีนัก อย่างเช่น Iron Man ที่หากใครดูหนังหรือดูการ์ตูนมา จะรู้ว่าเป็นตัวละครที่มี Gadgets เยอะมาก ๆ แต่พอมาอยู่ในเกมกลับมีสกิลยิงบีม ยิงพลังไม่กี่ท่า นอกนั้นคือการเดินหน้าเข้าประชิดตัวและเตะต่อยแบบมัน ๆ เท่านั้น มันก็ดูจะขาดความเป็น Iron Man ไปพอสมควร โชคดีที่เรายังได้เห็น Hulkbuster อยู่ในฐานะสกิล Ultimate ของเขา

แต่การที่ตัวละครในเกมขาดเอกลักษณ์ไป ไม่ใช่เรื่องเสียหายมากนัก เพราะมันก็มีข้อดีของมันอยู่บ้างเกมเพลย์การต่อสู้ของเกมนี้จะเหมือน ๆ กับระบบ Hack & Slash คือเดินหน้าลุยยับได้เลย แต่ก็มีการใส่ระบบล็อคเป้า เพื่อให้การโจมตีและใช้สกิลประเภท Skill Shot นั้นทำได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงศัตรูที่มีความหลากหลาย และเราไม่สามารถกดยิง กดเตะต่อยมั่ว ๆ ได้เลย ไม่อย่างนั้นตายแน่นอน

ศัตรูที่เราเจอจะมีทั้งพวกโล่หนา ที่ต้องอาศัยการกระโดดข้ามไปตีอีกฝั่ง หรือพวกตัวใหญ่ที่เหมือนแทงค์ เลือดเยอะ ตีแรง ต้องอาศัยการหลบหลีกและการโจมตีที่เหมาะสม ทำให้การต่อสู้ในเกมนี้ไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด เว้นแต่คุณจะลดความยากเกมลงเป็นแบบ Easy และอย่างที่เรากล่าวไปข้างต้น เกมนี้ไม่ใช่ระบบ Open World แต่จะเป็นการเลือกพื้นที่ให้เราลงไปลุย ดังนั้นระยะเวลาการเล่นต่อรอบก็อาจจะไม่นานนักขึ้นอยู่กับโหมดที่เราเลือกเล่น

ไม่พูดถึงไม่ได้คือระบบความเป็น RPG ของเกมที่ถ้าเลเวลตัวละครไม่ถึง อุปกรณ์แกร่งไม่พอนี่ถือว่าเป็นงานยากแน่นอน และวิธีที่จะทำให้ตัวละครเราเก่งขึ้นก็มีทางเดียวคือเล่นแบบซ้ำไปซ้ำมาหรือที่เรียกว่าการ Grinding ซึ่งเกมเพลย์แบบนี้คนที่ชอบก็จะชอบเลย ส่วนที่ไม่ชอบก็จะเกลียดเกมนี้ไปเลย และเป็นข้อดีตรงที่แฟน ๆ Marvel จะสนุกกับการเก็บเลเวล ปลดล็อคเกียร์ต่าง ๆ ให้ฮีโร่ของเราเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไปจะสนับสนุนกับระบบ Challenge Card ของฮีโร่แต่ละตัว

Challenge Card จะทำหน้าที่เหมือนระบบ Battle Pass ของเกมอื่น แต่กับเกมนี้จะแยกเป็นของฮีโร่แต่ละตัวไปเลย โดยฮีโร่แต่ละคนจะมี Challenge Card 40 ระดับ ให้เราปลดล็อค ซึ่งไอเทมที่ได้ก็จะมีตั้งแต่ Nameplate, สกินแต่งตัว, ท่า Takedown ของแต่ละตัวละคร และเงื่อนไขในการอัปเลเวล Challenge Card ก็คือการเล่นตามภารกิจแบบ Daily Mission, Weekly Mission เหมือนกับเกมอื่น ๆ สำหรับคนที่ชอบระบบนี้ก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร แต่กับคนที่เกลียดการ Grinding หรือเล่นซ้ำไปซ้ำมาก็อาจจะต้องเบือนหน้าหนีระบบนี้กันอีกรอบ

โหมดการเล่นของเกมนี้มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Warzone ที่เป็นภารกิจขนาดยาวเอาไว้ลุยกันหนัก ๆ และลุ้นรับของดี ๆ หรือโหมดสำหรับคนไม่ชอบเล่นอะไรนานอย่าง Drop Zone ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี และพื้นที่สำหรับลองของใหม่ ๆ อย่าง HARM Rooms ก็ถือว่ามีประโยชน์ แถมในโหมดยากขึ้นก็จะมีของรางวัลตอบแทนที่แม้จะไม่มาก แต่ก็ถือว่าท้าทายความสามารถของเราและทีมได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้ มันจะดูดี และไม่มีปัญหาเลยถ้ามันไม่มีปัญหาที่ Performance ของเกม ซึ่งเราจะว่ากันในหมวดต่อไป

โดยรวมแล้ว Marvel’s Avengers ถือว่าเป็นเกมซูเปอร์ฮีโร่ที่ดี แต่ถามว่าดีถึงขั้นไม่ควรพลาดเลยไหม ก็เกินไปอยู่บ้าง อาจจะพูดได้ว่ามันเป็นเกมสำหรับแฟนมาร์เวลโดยเฉพาะ เพราะคนที่ไม่ชอบซูเปอร์ฮีโร่หรือค่ายมาร์เวลนั้น อาจจะไม่สนใจเกมนี้เลยถ้าได้อ่านหัวข้อถัดไป

Performance

น่าเจ็บปวดใจที่เกมนี้มีปัญหาหนักมากในส่วนของ Performance นับตั้งแต่ช่วงเบต้า และการเปิดให้เล่นจริง ตัวเกมก็มีปัญหาด้าน Performance มาแต่แรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาการเฟรมเรทตก โหลดฉากไม่ทันของเครื่อง PS4 หรือปัญหาบัคการแสดงผล และการ Optimize ที่ไม่ดีพอบนระบบ PC

จนกระทั่งในช่วงที่เกมเปิดจริง หลากหลายปัญหายังคงรุมเร้าอยู่ แต่บนระบบ PC จะหนักกว่าชาวบ้านในเรื่องของการเชื่อมต่อ ที่หลายคนออกมาบอกว่าไม่สามารถจะเล่นกับเพื่อนหรือโหมดออนไลน์ เลยยิ่งทำให้ใครหลายคนท้อใจมากเข้าไปอีกในการเล่นเกมนี้ แม้กระทั่งในปัจจุบันที่เกมออกมาเกือบเดือนนึงแล้ว อาการนี้ก็ยังไม่หายดี สำหรับสาย PC คงปวดใจที่ประกอบคอมมาแรงมากแต่เล่นแล้วมีปัญหา ส่วนบนคอนโซลเองก็ไม่แพ้กัน เพราะอาการเฟรมตก กระตุก ก็มีให้เห็นอยู่บ้าง ยังไม่รวมบัคต่าง ๆ เช่นสกิลพอยท์หาย หรือเกิน และการเล่นฉากต่อไปไม่ได้ ด้วยปัญหาบางประการ

แม้จะมี Major Patch ออกมาแก้ปัญหาต่าง ๆ แต่มันก็เป็นการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง แต่เพิ่มปัญหาอีกอย่างเข้ามา ทำให้เกมไม่สมบูรณ์พร้อมเสียที ยังไม่นับรวมกับจำนวนตัวละคร และปริมาณคอนเทนต์ที่น้อยไปหน่อยสำหรับเกมราคาขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่มีการเปิดตัวละครใหม่อย่าง Hawkeye และ Kate Bishop มาแล้ว แต่ตัวเกมก็ยังไม่อัปเดตเข้ามาให้เล่นกันจริง ๆ เรื่องนี้อาจจะเป็นปัญหาของทีมผู้พัฒนาล้วน ๆ เลยก็เป็นได้

ภาพรวมของ Marvel’s Avengers ในตอนนี้ต้องบอกว่าแย่กว่าที่คิด และในฐานะคนที่รอมานานนับตั้งแต่โปรเจกต์เกมประกาศสร้าง ถือว่าผิดหวังอย่างมาก เพราะระยะเวลานานขนาดนั้นมันควรจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ และไม่ใช่การหยิบเอาระบบเกมอื่นมาใส่แบบตรง ๆ ขนาดนี้เหมือนกัน ใครที่คิดจะซื้อเกมนี้ ตอนนี้แนะนำว่ารอลดราคาจะดีกว่า

Score 6/10

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close