Review: League of Legends: Wild Rift กับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้เหมาะกับสมาร์ทโฟน

แม้ว่าจะมีหลายคนที่ยังคงรอคอยสิทธิ์การเล่น Beta ของ League of Legends: Wild Rift หรือ LoL ฉบับมือถือ แต่หากคุณยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ลองมาอ่านรีวิวของพวกเรากันดูก่อนได้ว่า การเอา MOBA ชื่อดังระดับโลก มาย่อส่วนลงบนมือถือ จะออกมาเวิร์คแค่ไหน

Gameplay

อาจจะไม่ต้องอธิบายอะไรมากสำหรับผู้ที่รู้อยู่แล้วว่า League of Legends คือเกมอะไร มันคือเกม MOBA ที่ทุกคนรู้จักกันดี เพราะเปิดให้บริการบน PC มายาวนานนับ 10 ปีแล้ว และในที่สุดทางเจ้าของเกมอย่าง Riot ก็ตัดสินใจที่จะนำเกมนี้มาลงให้กับมือถือ โดยยังอ้างอิงรูปแบบการเล่น และสกิลต่าง ๆ ของแต่ละตัวละครให้เป็นแบบเดิมไว้ แต่ปรับรายละเอียดในส่วนของเกมเพลย์ให้กระชับฉับไว และเหมาะสมกับการเล่นบนมือถือมากยิ่งขึ้น

สำหรับมือใหม่ ไม่ใช่ปัญหา เพราะในบทเรียนสอนเล่นนั้นแทบจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นเอาไว้ครบ ขอเพียงอ่าน ไม่กด Skip จบโหมดฝึกมาเล่นเป็นทุกคนแน่นอน แต่ปัญหาน่าจะอยู่ที่เหล่าคนเล่นเกมนี้ที่ย้ายมาจากเกมอื่น หรือแม้กระทั่งย้ายมาจากเกมเดียวกันบน PC เพราะหลายสิ่งหลายอย่างถูกปรับเปลี่ยนไป

เริ่มจากระบบที่คนเล่น PC รู้กันดี การซื้อไอเทม ตามปกติแล้วในเกม MOBA บนมือถือเกมอื่น เมื่อเงินถึง ก็สามารถกดซื้อของตรงนั้นได้เลย ไม่จำเป็นต้องกลับฐาน แต่ใน Wild Rift การซื้อไอเทมทุกครั้งจะต้องกลับไปซื้อที่ฐานของตัวเอง ซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถป้องกันสิ่งที่เรียกว่าการ Snowball ได้ Snowball คืออะไร ? Snowball แปลตรงตัวคือลูกบอลหิมะ ซึ่งคำนี้ใช้กับเกม MOBA โดยมีความหมายถึงลูกบอลหิมะที่กลิ้งไปเรื่อย ๆ จากลูกเล็ก กลายเป็นลูกใหญ่ขึ้น ๆ  เปรียบเสมือนทีมหรือตัวละครในเกมที่ฆ่าได้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนโหด และปราบยาก

ในเกม MOBA เกมอื่น หากทีมไหนได้เปรียบ ฆ่าได้เรื่อย ๆ ดันป้อมได้เรื่อย ๆ ก็จะได้เงินไปกดซื้อของเข้าตัวโดยไม่ต้องกลับบ้าน ปิดประตูชนะของทีมตรงข้ามไปโดยปริยาย เพราะไม่มีเวลาให้พักหายใจคหายคอ แถมไอเทมฝ่ายตรงข้ามก็โหดขึ้นทุกที ๆ การที่ Wild Rift ปรับให้ต้องกลับบ้านก่อนซื้อของ จึงทำให้เพิ่มโอกาสให้กับทีมที่เสียเปรียบได้จัดรูปทีมกันใหม่ หรือมีเวลาวางแผนว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะพลิกมาเป็นได้เปรียบได้

ส่วนต่อมาคือเรื่องของ Ward ซึ่งเป็นระบบหลักบน PC แต่เกมมือถือเกมอื่นไม่ค่อยมี สิ่งนี้คือไอเทมที่จะช่วยแสดงพื้นที่บางจุดของแผนที่ วางไว้ในจุดที่เราคิดว่าจะถูกซุ่มโจมตีจากตำแหน่ง Jungle หรือโดนผู้เล่นอื่นเข้ามาแก๊ง ปกติแล้ว หน้าที่หลักที่ต้องคอยปัก Ward จะเป็น Support แต่พอมาเป็นเกมมือถือ ทุกคนต้องช่วยกันปัก และคอยสอดส่อง Objective และอุปสรรคในเลนของตัวเอง เพื่อพาทีมไปสู่ชัยชนะ

ผู้เล่นทั้ง 5 คนจะต้องสามัคคีและทำงานกันเป็นทีมมากกว่าเกมไหน ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเกม MOBA อยู่แล้ว เพียงแต่พอมาเป็นบนมือถือที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงเกมได้ง่ายมาก เลยอาจจะมีปัญหาตรงส่วนนี้กันเล็กน้อย ตรงที่จะมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเยอะเกิน และไม่เข้าใจระบบการเล่นจริง ๆ

นอกจากระบบการซื้อของที่ฐานและการปัก Ward เพื่อดูจุดในแผนที่แล้ว นอกนั้นก็จะใช้หลักการเล่นเหมือนเกม MOBA ทั่วไป คือเน้นการฟาร์ม การบวกให้ถูกจังหวะ และใช้ทีมไฟท์แบบ 5vs5 ในการเอาชนะทุกไฟท์ และตีป้อม Nexus จนจบเกม

การเปลี่ยนแปลงจาก PC มาสู่ Mobile

ต้องบอกว่าบน PC นั้น รูปแบบการเล่นจะเป็นเกมเพลย์ขนาดยาว และมีการควบคุมที่ค่อนข้างยุ่งยากในแชมป์เปี้ยนบางตัว ดังนั้นเมื่อตัวเกมถูกนำมาลง Mobile จึงต้องมีการปรับปรุงบางอย่างให้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น Crystal Enhanced Arrow ของ Ash ที่ใน PC จะไม่สามารถลากเพื่อเปลี่ยนทิศทางได้ แต่ใน Mobile สามารถทำได้

หรือการควบคุมตัวละคร Fiora เพื่อใช้สกิล Ultimate ก็สามารถทำได้ง่ายกว่า เมื่อควบคุมด้วย Touch-Pad ของมือถือแทนการคลิกเมาส์รัว ๆ บน PC

ในขณะนี้ แชมป์เปี้ยนที่เล่นยากบน PC จนควบคุมบนมือถือไม่ได้นั้น ยังไม่มีการอัปเดตเข้ามาใน Wild Rift จึงไม่ใช่ปัญหา แต่ในอนาคต ตัวอย่าง Katarina หรือ Lee Sin เข้ามา ก็น่าสนใจมากกว่า Riot จะปรับปรุงระบบการเล่นเหล่านี้ยังไง

นอกจากนั้นในด้านของไอเทมก็ถือว่าปรับเปลี่ยนไปเยอะ อย่างเช่นเรื่องของรองเท้า ทีถูกปรับให้ต่อยอดให้เป็นไอเทมกดใช้ได้ เป็นคำถามที่หลายคนงงว่าไอเทมซัพพอร์ทหายไปไหน เพราะมันถูกยัดรวมมาอยู่ในหมวดรองเท้าด้วยแล้ว

ไอเทมที่ถูกตัดออกไป (หรืออาจเพิ่มมาในอนาคต) ก็น่าจะเป็นไอเทมจำพวกยาโดปเพิ่มพลังเมื่อไอเทมเราเต็มแล้ว และไอเทม Ward แบบปักเป็นจำนวน ก็ยังไม่มี (บน PC เคยมี แต่ปรับเปลี่ยนใหม่) และมีการปรับเปลี่ยนไอเทมหลากหลายชิ้น เพื่อให้เหมาะกับการเล่นบนมือถือ เช่น Blade of the Ruined King จากปกติต้องกดใช้ เพื่อขโมยความเร็วจากศัตรู แต่ในมือถือจะสามารถโจมตีปกติ หรือใช้สกิลโจมตี 3 ครั้งแล้วทำการขโมยความเร็วได้เลย

ระบบรูนก็สามารถปลดล็อคมาใช้ได้ฟรี ๆ โดยจะปลดให้จนครบเมื่อถึงเลเวล 10 ซึ่งเราสามารถจัดการเองได้ตามใจชอบ

ส่วนของการซื้อแชมป์เปี้ยนในเกมนี้จะใช้ค่าเงินจากการเล่นที่ชื่อว่า Blue Mote และแน่นอนว่า ด้วยความเป็นเกมมือถือจึงมีการจำกัดจำนวนเงินสูงสุดที่เราจะเล่นเพื่อหามาซื้อนั่นคือ 5500 หน่วยต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นราคาที่สามารถซื้อแชมป์เปี้ยนได้ 1 ตัวพอดี คาดว่าเมื่อเกมเปิดจริงอาจจะมีช่องทางและวิธีหาเงินหลากหลายแบบ ในตอนนี้ก็มีทั้งภารกิจรายวัน และรายสัปดาห์ให้ได้ทำกันอยู่แล้ว

ระบบเลเวลของไอดี ทุก ๆ การเลเวลอัปก็จะได้รับของทุกเลเวล ในช่วงเลเวลแรก ๆ ก็จะเป็นแชมป์เปี้ยนฟรีที่คุณไม่ต้องซื้อ ได้กันทุกคน และหลังจากนั้นจะเริ่มได้เงิน Blue Mote ให้เรามาซื้อตัวที่ชอบได้เอง

รูปแบบเกมเพลย์การเล่นถือว่าเปลี่ยนไม่มาก ที่เปลี่ยนมากจริง ๆ คือระบบไอเทม นอกจากนั้นระบบปิง การโจมตีปกติ ก็สามารถทำได้ดีตามมาตรฐาน MOBA on Mobile ทั่วไป ใครที่เคยเล่น หรือชินกับเกมอื่นมาก่อนแล้ว ก็อาจจะรู้สึกไม่ว้าว หรือพบว่ามีอะไรแปลกใหม่นัก แต่สำหรับแฟนเกม League of Legends นั้น จัดว่าต้องลองเล่นดู

Performance ของเกมในช่วงทดสอบ

ส่วนตัวผู้เขียนได้ใช้ iPhone SE 2020 ในการเล่น ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกในปีนี้ ดังนั้นจึงบอกได้อย่างเต็มปากว่า ประสิทธิภาพของมันล้นเหลือมากกับการเล่นเกมในปีนี้

แต่สิ่งที่ LoL: Wild Rift ทำออกมาก็ถือว่าดีมาก การปรับกราฟิกระดับสูงสุด (Ultra High Definetion) พร้อมเปิดโหมด High Framerate (60FPS) ก็สามารถเล่นได้สบาย ๆ แต่จังหวะไหนที่ทีมไฟท์บวกกันหนัก ก็มีเฟรมเรทตกไปที่ 30-40 บ้างเหมือนกัน และจากการทดสอบเล่นของผู้เขียน ใน 1 เกมจะใช้เวลาการเล่นอยู่ที่ 15-20 นาที จะใช้แบตเตอรี่ไปประมาณ 10 กว่า % เท่านั้น ถือว่าน้อยมาก ๆ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะความใหม่ของเครื่องผู้เขียนด้วย และมีอาการเครื่องร้อนแบบปานกลาง ไม่ร้อนจัด ดังนั้นแนะนำว่ามือถือใครที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่านี้ ให้ปรับกราฟิกภาพรวมแบบ High Definetion แทน

แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนแนะนำว่าการจะเล่นเกมนี้ควรเล่นที่ 60FPS เพราะ LoL เป็นเกมที่มีแชมป์เปี้ยนที่มีสกิลประเภท Skill Shot (ลากเล็งยิง) อยู่หลายตัวมาก ซึ่งการใช้สกิลประเภทนี้ เฟรมเรทยิ่งสูงยิ่งทำให้เราเล็งง่ายและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

การออกแบบ UI ก็ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐานเกมมือถือ มีข้อเสียเล็กน้อยตรงปุ่มเทเลพอร์ตกลับฐานนั้น อยู่ใกล้กับปุ่มเคลื่อนที่ของตัวละครมากไปหน่อย ใครที่จอมือถือเล็ก ๆ อาจจะมีพลาดไปกดโดนบ้างจนเสียจังหวะ

โดยรวมแล้ว ใครที่มือถือสเปคใกล้เคียงตามที่ผู้เขียนยกมา จะสามารถเล่นได้อย่างสบาย ๆ แต่ทางที่ดีแนะนำให้เป็นสเปคขั้นต่ำและขั้นแนะนำจะดีที่สุด

โดยรวมแล้วในช่วง Close Beta ถือว่าน่าประทับใจสำหรับ LoL: Wild Rift แฟน ๆ LoL น่าจะชอบแน่นอน ส่วนแฟนเกมหน้าใหม่ ก็รอดูกันว่าเกมเปิดจริงแล้วจะชอบหรือไม่ เพราะของแบบนี้ เป็นความชอบส่วนตัวจริง ๆ

8.5/10

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close