Review: Detention โรงเรียนหลอน ซ่อนผี


ถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้เขียนที่เคยประกาศตัวว่าตายด้านกับเกมสยองขวัญไปแล้ว แต่สำหรับเกมจากฝั่งผู้พัฒนาชาวเอเชียอย่าง Detention ที่ออกวางจำหน่ายมานานแล้วนั้นพิเศษกว่าเกมอื่น ๆ ตรงที่หยิบยื่นการนำเสนอที่ผู้เล่นชาวเอเชียคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ให้บรรยากาศที่สยองจนขนหัวลุก และด้วยความคุ้นเคยดังกล่าวนี้ก็ทำให้เกิดความสยองที่น่าประทับใจขึ้นมาได้ไม่ยากทีเดียว

เปิดตำนานโรงเรียนสยอง

Detention ดำเนินเรื่องราวในประเทศไต้หวันปี 1960 ในยุคที่ประเทศมีศึกสงครามระหว่างกลุ่มคอมมิวนิสต์จากแผ่นดินใหญ่ และไต้หวันที่ต่อเนื่องยาวนานมาหลายปี มีการประกาศกฎอัยการศึกจัดการผู้เห็นต่างอย่างโหดเหี้ยม นำพาไปสู่เหตุการณ์สยองมากมาย ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Wei Chung Ting และ Fang Rei Shin ที่ต้องติดอยู่ในโรงเรียน Greenwood เนื่องจากมีพายุใหญ่เข้ามาตัดเส้นทางสัญจรจนไม่สามารถกลับบ้านได้ จนกระทั่งเกิดอะไรบางอย่างขึ้นทำให้ Wei ตายไปโดยที่ Rey ไม่ทราบสาเหตุ การเดินทางรอบโรงเรียนผีสิงเพื่อค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเริ่มต้นขึ้น

หากดูผิวเผินเราจะเห็นว่า Detention ใช้พลอตเรื่องที่มีอยู่ค่อนข้างโหลและใช้กันจนเกร่อในตลาดหนังผีฝั่งเอเชีย ทั้งตัวเอกหญิง เรื่องลึกลับในโรงเรียน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ก็ต้องบอกว่าจุดหักมุมและการดำเนินเรื่องของเกมนี้นั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาเลย ตัวเกมค่อย ๆ เฉลยปมที่ถูกซ่อนเอาไว้ในจิตใจของตัวละครออกมาเรื่อย ๆ และสอดแทรกประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงในไต้หวันยุคของเจียงไคเช็คที่มีการปราบปรามผู้เห็นต่างในช่วงนั้นอย่างเข้มข้น ผนวกรวมกับความเชื่อทางศาสนาพุทธและลัทธิเต๋าได้อย่างลงตัว ซึ่งมันทำให้ผู้เล่นฝั่งเอเชียในบ้านเรานั้น “อิน” กับเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนขอยกให้ Detention เป็นเกมผีที่มีเนื้อเรื่องดีมากเกมหนึ่ง เพราะมันสามารถผนวกรวมเหตุการณ์จริง ความเชื่อทางศาสนา หลอมรวมกับช่วงเวลาชีวิตในวัยเรียนได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่ลึกล้ำ แสดงให้เราเห็นถึงห้วงความคิดของวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่วุ่นวายได้เป็นอย่างดี นำพาไปสู่ฉากจบที่คาดไม่ถึงได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว

โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องของเกมจัดว่ายอดเยี่ยมมาก มีการวางปมปริศนาที่น่าติดตามและค่อย ๆ เฉลยแบบให้ผู้เล่นรู้สึกอินได้ไม่ยากนัก คนที่ชอบเสพย์และติดตามเนื้อเรื่องนั้นไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ถอดบรรยากาศสยอง รู้สึกลึกเข้าไปถึงในจิตใจ

สิ่งที่ผู้เขียนให้ความสำคัญมากที่สุดในเกมแนวสยองขวัญก็คือการนำเสนอ เพราะถ้าหากนำเสนอได้ไม่ดีก็จะทำให้ความน่ากลัวที่เป็นจุดเด่นที่สุดของเกมลดลงไปหลายเท่า ซึ่ง Detention ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จัดเต็มในเรื่องของการนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ในเกมได้อย่างน่ากลัวแบบสุด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแกะเอาบรรยากาศของโรงเรียนอันเป็นเวทีหลักของเกม ที่เหมือนกับถูกแกะออกมาจากโรงเรียนยุคเก่าที่มีอยู่จริงได้ยอดเยี่ยมมาก ชวนให้ผู้เขียนคิดถึงโรงเรียนประถมในสมัยเด็กขึ้นมาเลย

และโดยปกติโรงเรียนที่ในเวลากลางคืนนั้นดูน่ากลัวอยู่แล้ว ก็ได้รับการเสริมให้ดูน่าขนลุกขึ้นไปอีกจากงานศิลป์ต่าง ๆ ที่ผนวกเรื่องของความเชื่อในเรื่องของศาสนาเข้าไปในเกม เสียงประกอบอันยอดเยี่ยม และจังหวะการใช้ Jump Scare ที่ลงตัวอย่างมาก ขนาดที่ว่าตัวของผู้เขียนเองที่ชินชากับเกมผีมาแล้วยังรู้สึกทึ่งในสิ่งที่ใส่เข้ามาในเกมอย่างมาก อาจเป็นเพราะการนำเสนอที่มาในแบบตะวันออกที่คุ้นเคยนี่เองที่ทำให้มันดูน่ากลัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั่นเอง

นอกจากนั้นตัวเกมยังแทรกเกร็ดต่าง ๆ ที่น่าสนใจเข้าไปมากมาย นอกจากเรื่องของความเชื่อทางด้านศาสนาอย่างที่กล่าวไปแล้ว นัยยะทางการเมืองที่มีต่อเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษาไต้หวันที่มีอยู่จริงในยุคของเจียงไคเช็คนั้นก็ถูกหยิบมานั้นเสนอแบบไม่ยั้ง แสดงให้เห็นว่าผู้คนในยุคนั้นเจ็บปวดกับกฎอัยการศึกที่ยาวนานเกือบสี่สิบปีนี้อย่างไร รวมไปถึงการปราบปรามคนเห็นต่างด้วยวิธีอำมหิตที่ถูกนำไปผูกกับเนื้อเรื่องได้ยอดเยี่ยม เรียกว่าการนำเสนอในเกมนี้มีการส่งเสริมเนื้อเรื่องให้เด่นชัดซึ่งกันและกันอย่างมากทีเดียว

แต่น่าเสียดายนิดหน่อยที่ตัวเกมใช้การนำเสนอในรูปแบบของงานศิลป์สไตล์การ์ตูนสองมิติ ที่อาจจะทำให้มิติของฉากและความชัดลึกของงานภาพนั้นรู้สึกว่าจับต้องได้ยากมากกว่าแบบสามมิติ แม้จะมีงานศิลป์และการสร้างบรรยากาศที่ดูคุ้นเคย แต่บางครั้งผู้เขียนก็รู้สึกว่า ถ้าเป็นการนำเสนอในแบบกึ่ง ๆ สามมิติที่ผสมความชัดลึกในการตัดเข้าฉากต่าง ๆ มาด้วยก็น่าจะทำให้บางจุดดูน่าสนใจมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วเป็นเพียงแค่จุดติดขัดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง

ไขปริศนา เอาตัวรอดด้วยมันสมอง

Detention มี Gameplay ที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับเกมสยองในตำนานอย่าง Clock Tower อย่างมาก เรียกได้ว่าแทบจะลอกแบบกันมาเลยก็ว่าได้ แม้ตัวเกมจะไม่มีการสุ่มห้องต่าง ๆ แบบเดียวกันกับ Clock Tower แต่การวางปริศนาและการใช้วิธีคิดเพื่อไขมันออกมานั้นก็ค่อนข้างชาญฉลาดทีเดียว โดยเฉพาะปริศนานาฬิกาเลือดที่ไม่ใช่แค่ไขให้ตรงเท่านั้น ยังมีเรื่องของตำแหน่งรูปภาพเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย เรียกว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียว

แต่จุดที่น่ารำคาญมากที่สุดก็คือเรื่องของการหนีผีในฉากที่ไม่ค่อยตื่นเต้นนัก จริงอยู่ที่การใช้มุกความเชื่อของตะวันออกที่ว่า ถ้าหากกลั้นหายใจ ผีจะไม่เห็นตัวนั้นน่าสนใจดี แต่ความตื่นเต้นของการหนีผีนั้นค่อนข้างเบาบางและไม่ระทึกเท่าเกมในแนวเดียวเท่าไหร่นัก เพราะผู้เล่นมีของช่วยใช้ในการหนีค่อนข้างเยอะมากจนอาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างเช่นอาหารเซ่นวิญญาณที่มีให้เก็บเรื่อย ๆ ในบางจุด หรือทริกในการหนีผีบางตัวก็ง่ายมากถ้าหากรู้วิธีที่ถูกต้อง และถ้าหากผู้เล่นมีสติแข็งพอก็สามารถหลบหนีได้ง่าย ๆ แบบไร้กังวล แทบไม่รู้สึกถึงความกดดันเลยแม้แต่น้อย แต่ตรงจุดนี้ก็ไปเน้นในส่วนของการแก้ไขปริศนาต่าง ๆ แทน ซึ่งปริศนาต่าง ๆ นั้นถ้าหากสามารถแก้ได้แล้ว ก็ทำให้ความตื่นเต้นในการแก้ปริศนานั้นลดน้อยลงไปอย่างมากทีเดียว

น่าเสียดายที่แม้ตัวเกมจะมีการนำเสนอที่ยอดเยี่ยม และเนื้อเรื่องที่น่าประทับใจ แต่ Gameplay นั้นกลับไม่ชวนให้ดึงดูดเพื่อเล่นในรอบต่อไป เพราะความท้าทายในการเล่นนั้นต่ำมากนั่นเอง ถือเป็นเกมที่เล่นครั้งเดียวเพื่อซึมซับเนื้อเรื่องเสร็จแล้วก็จบกันไป ซึ่งการมีฉากจบสองแบบก็ไม่ได้ช่วยให้การกลับมาเล่นใหม่นั้นน่าสนใจขึ้นแม้แต่น้อย

ลื่นไหล กินสเปกไม่มาก

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเกมที่ใช้กราฟฟิกแบบสองมิติคือกินสเปกเครื่องน้อยมาก รวมไปถึง Bug ของเกมที่แทบไม่มีเลย ผู้เขียนลองทดสอบด้วยการเล่นผ่านเครื่องโน๊ตบุ๊คสเปก Intel i5-7300HQ, GTX 1050Ti, RAM 4GB ก็สามารถเล่นได้อย่างไร้กังวล แม้จะมีอาการกระตุกบ้างในบางฉากก็ตาม ถือเป็นเกมที่คนที่คอมพิวเตอร์สเปกไม่สูงก็สามารถบันเทิงกับมันได้ไม่ต่างกัน

Conclusion

Decention ถือเป็นเกมสยองขวัญน้ำดีที่มีเนื้อเรื่องที่โดดเด่นและการนำเสนอที่ไปด้วยกันได้ เพียงแต่ Gameplay นั้นไม่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้อยากเล่นซ้ำนัก แต่ถ้าหากใครที่ต้องการเกมสยองขวัญที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจ รวมไปถึงสอดแทรกเรื่องราวต่าง ๆ ลงไปได้อย่างลงตัว Detention ถือเป็นเกมที่คุณห้ามพลาดครับ

คะแนน 7.3/10