รีวิว Yakuza: Like A Dragon เปิดตำนานมังกรคนใหม่ พร้อมแนวทางใหม่ที่บ้าบิ่นยิ่งกว่าทุกภาค

Yakuza: Like A Dragon ได้ฉีกแนวจาก Yakuza ภาคเก่าทุกภาค ด้วยการเปลี่ยนประเภทเกมจากแอ็กชัน Beat’em Up เป็น RPG ผลัดเทิร์น รวมถึงเปิดตัวละครเอกคนใหม่ที่เข้ามาสานต่อ Kazuma Kiryu และเน้นนำเสนอเนื้อหาที่หลุดโลกยิ่งขึ้น แล้วแนวทางใหม่จะทำให้แฟนเกม และผู้เล่นชื่นชอบหรือไม่ วันนี้ขอเชิญพบกับบทความรีวิว Yakuza: Like A Dragon

เนื้อเรื่อง

Yakuza 7

เนื้อเรื่อง Yakuza: Like A Dragon เริ่มต้นในปี 2001 – Kasuga Ichiban สมาชิกยากูซ่าในแก๊ง Arakawa Family ที่เคารพหัวหน้า Masumi Arakawa จนถวายชีวิต ส่วน Masumi ก็นับถือในความจงรักภักดีของ Ichiban ทำให้ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เปรียบเสมือนเป็นพ่อลูกที่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

จนกระทั่งมีวันหนึ่ง สมาชิกในแก๊งได้ก่อคดีฆาตกรรมที่อาจส่งผลทำให้แก๊งล่มสลายได้ Masumi จึงขอร้องให้ Ichiban เป็นแพะเข้ารับโทษติดคุกแทน ด้วยความจงรักดีที่มีต่อ Masumi ทาง Ichiban จึงยอมเป็นแพะรับบาปติดคุก 18 ปีในข้อหาก่อคดีฆาตกรรมทั้งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณทั้งชีวิตให้กับ Masumi และได้รับการยอมรับจากสมาชิกทั้งในแก๊ง Arakawa รวมถึงแคลน Tojo

อย่างไรก็ตาม หลังจาก Ichiban ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ปรากฏว่าสมาชิกแก๊งทั้งหมด รวมถึง Masumi เองไม่สามารถจดจำเขาได้ Ichiban จึงเดินทางกลับ Kamurocho เพื่อสืบหาความจริงว่าระหว่างเขาติดคุก 18 ปีนั้นได้เกิดอะไรขึ้นกับแก๊ง จนเขาได้พบ Masumi แบบตัวต่อตัวอีกครั้ง แต่ทว่า Masumi กลับใช้ปืนยิง Ichiban จนสลบไป แล้วตื่นขึ้นมาอีกที พบว่าเขาอยู่ในย่าน Isezaki Ijincho จังหวัดโยโกฮามะซะแล้ว

เนื้อเรื่อง Yakuza: Like A Dragon จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเกม Yakuza ภาคเก่าที่ผ่านมา คือเนื้อเรื่องมีความลุ้นระทึกตื่นเต้น ซีเรียสดรามา และมักมีพล็อตหักมุมที่หลายคนไม่สามารถคาดเดาได้เสมอ ก็ต้องบอกเลยว่าเนื้อเรื่องภาคนี้ยังคงรักษามาตราฐานจากภาคก่อนไว้ได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นใครที่เป็นแฟนเกม Yakuza หายห่วงเรื่องนี้ได้เลย

แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด ก็คือตัวละครเอกของภาคนี้ไม่ใช่ Kiryu Kazuma ที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป แต่เป็น Kasuga Ichiban เป็นตัวละครเอกที่ปรากฏตัวครั้งแรกในเกมมือถือ Yakuza: Online

Kasuga Ichiban แตกต่างจาก Kiryu Kazuma อย่างสิ้นเชิง Ichiban แม้เป็นยากูซ่าที่ชื่นชอบการต่อยตี ใจร้อน มีความรู้น้อย แต่อีกด้านนึงก็มีความไร้เดียงสาตามประสาเด็ก ด้วยการใช้ชีวิตที่ใฝ่ฝันอยากเป็นฮีโร่เหมือนเกม Dragon Quest มีจิตใจดีงาม ตื่นเต้นกับทุกอย่าง ชอบช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นตัวเอกที่เต็มไปด้วยสีสันและเอกลักษณ์มากมาย

ตัวละครเสริมอื่น ๆ และตัวละครฝ่ายร้ายเองก็มีความน่าหลงใหล ด้วยการเล่าเรื่องตัวละครที่บอกประวัติความเป็นมา กับแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับเหล่าเพื่อน ๆ ที่มีวิวัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงนักแสดง Motion Capture, แอนิเมชันการเคลื่อนไหว กับเสียงพากย์ญี่ปุ่นสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เราแคร์ตัวละคร และอยากเอาใจช่วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกมนำเสนอตัวละครและพรรคพวกใหม่มากมาย ก็ส่งผลทำให้การเล่าเรื่องยืดยาวกว่าเกม Yakuza ภาคเก่าอย่างเห็นได้ชัด แม้บทของเกมผ่านการออกแบบมาอย่างดี ซึ่งทำให้บทสนทนาทั่วไปสามารถเล่าได้อย่างเพลิดเพลินอยู่บ้าง แต่บางฉากก็รู้สึกยัดบทจนเนื้อหายืดเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้นใครที่เล่น Yakuza: Like A Dragon เป็นครั้งแรก ควรเตรียมหยิบป๊อปคอร์นและน้ำอัดลม เพราะคุณจะต้องรับชมคัดซีนนานมากในเกมนี้

เนื้อหา/นำเสนอ

Yakuza-7

เกมนี้ใช้ฉากหลังเป็นย่าน Kamurocho ที่เราคุ้นเคย และย่าน Isezaki Ijincho ซึ่งอ้างอิงมาจากย่าน Isezakicho ในจังหวัดโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น โดยแผนที่ใหม่เป็น Step Up จากย่าน Kamurocho อย่างก้าวกระโดด เพราะมีขนาดใหญ่กว่า Kamurocho หลายเท่าราว 3 เท่า รวมถึงการออกแบบแผนที่มีลักษณะเปิดกว้างยิ่งกว่าเดิม และแม้แผนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ฉากต่าง ๆ ก็ยังคงมีความใส่ใจในรายละเอียดเหมือนเดิม ทำให้การเดินทางในย่าน Isezaki Ijincho เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเกม Yakuza

ด้านการออกแบบศัตรูของเกมนี้ ก็ถือว่าหลุดโลกมาก ๆ ถ้าหากบอกว่าทีมงานดมกาวก่อนพัฒนาเกม ผมก็คงเชื่อเหมือนใจ เพราะในเกมนี้คุณต้องปะทะกับยากูซ่าข้างถนนทั่วไป จนถึงมนุษย์ถุงขยะ, เหล่านิร์ด, กลุ่มนักฆ่าแมลง, ผู้ป่วยโรคจิต, นักธุรกิจปากร้าย, พนักงานออฟฟิศเบิร์นเอาท์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

แถมเกมนี้จะสกิลประหลาด ๆ ทั้งจากฝั่งเรากับฝั่งศัตรู ซึ่งทำให้ผู้เล่นต้องร้อง WTF หรือตลกขำขันทุกครั้งเมื่อเห็นครั้งแรก เช่น สกิลกราบเท้าศัตรู เพื่อขอไอเทมฟรีจากศัตรู, สกิลร้องเพลงไอดอล ช่วยฟื้นพลังให้ทีม หรือใช้สกิลพ่นไฟใส่ศัตรู ด้วยการดื่มแอลกอฮอล์แล้วพ้นน้ำผ่านไฟแช็ก เป็นต้น แต่ที่น่าแปลกใจคือความตลกสุดแปลกประหลาดนั้น ดันไม่ทำให้บรรยากาศของเกมเสียแต่อย่างไร (อาจเป็นเพราะ Yakuza มีชื่อเสียงเรื่องเนื้อหาตลกอยู่แล้วจึงปรับตัวได้ง่าย)

แน่นอนว่า Yakuza: Like A Dragon ยังคงจัดเต็มในด้านจำนวนคอนเทนต์ที่มีปริมาณเยอะ ไม่ว่าจะมีกิจกรรมต่าง ๆ สุดบ้าบอให้ทำมากมาย , เนื้อเรื่องเสริมที่มีอารมณ์การเล่าเรื่องหลากหลาย และมินิเกมขนาดใหญ่ที่จะทำให้คุณเล่นเกมเพลิน จนลืมเล่นเนื้อเรื่องหลักไปเลย

Yakuza: Like A Dragon มีกิจกรรมใหม่เอี่ยมมากมายที่ไม่เคยมีให้เล่นในเกมภาคเก่า ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมขี่จักรยานเก็บขยะ, ฝืนรับชมภาพยนตร์จนจบ, การสอบวัดระดับความรู้, เล่น Dragon Kart เกมแข่งรถ Kart ล้อเลียนจาก Mario Kart, เล่นตู้ Slot Machine และตีกอล์ฟ โดยทุกกิจกรรมมีความท้าทายเฉพาะตัว และมีไอเดียที่สร้างสรรค์แปลกใหม่กว่า Yakuza ทุกภาค

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมโดดเด่นอื่น ๆ ที่ปรากฏเคยในเกม Yakuza ทุกภาค อย่างเช่นการเล่น Dart, ตีเบสบอล, เล่นเกมตู้อาร์เคด และแน่นอนว่ากิจกรรมร้องคาราโอเกะได้กลับมาอีกครั้ง

สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบกิจกรรม คือของรางวัลจากการเล่น จากเดิมที่ให้เป็นเงินหรือไอเทมช่วยต่อสู้ ในเกมนี้จะมีเพิ่มค่าสถานะ “นิสัย” ให้ตัวละครเอกอีกด้วย เพราะฉะนั้นการทำกิจกรรมจึงมีความจำเป็นมากกว่า Yakuza ภาคเก่า เพราะเล่นมินิเกมจะช่วยให้กลุ่มปาร์ตี้ของเรา สามารถปลดล็อกอาชีพใหม่จากการผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หรือตัวละครมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ส่วนมินิเกมขนาดใหญ่ในภาคนี้ เป็นระบบการจัดการบริหารบริษัทข้าวเกรียบญี่ปุ่นให้ฟื้นกลับมาโด่งดังอีกครั้ง ซึ่งเกมเพลย์คล้ายกับมินิเกมแข่งซื้อธุรกิจใน Yakuza 0 แต่มีรายละเอียดล้ำลึกกว่า โดยมินิเกมนี้จะช่วยปั๊มเงินของผู้เล่น แถมยอมรับว่าเป็นมินิเกมสนุกสนานเพลิดเพลินในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะมันไม่ยากและซับซ้อนจนเกินไป

ของดีไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ Yakuza: Like A Dragon รองรับภาษาอังกฤษทั้งซับไตเติลและเสียงพากย์ โดยสิ่งที่น่าประทับใจที่สุด คือปากตัวละครทั้งหมด มีแอนิเมชันขยับตามเสียงภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นใครชื่นชอบเสียงพากย์ภาษาอังกฤษก็ไม่ต้องขัดใจกับปัญหา Lip Sync ไม่ตรงกับเสียงพากย์อีกต่อไป

ด้วยคอนเทนต์ที่มีให้เล่นมากมายขนาดนี้ พร้อมกับเนื้อเรื่องมีระยะความยาวที่ 35-40 ชั่วโมง แถมบางช่วงต้องมีการ Grind เลเวลอีก หากอยากเก็บ Achievement และ Completion ครบ 100% อาจต้องใช้เวลาเล่นมากกว่า 70-80 ชั่วโมงขึ้นไป จัดว่าซื้อเกมเดียวเล่นได้ทั้งเดือนเลยทีเดียว

เกมเพลย์

อย่างที่ผู้เล่นหรือแฟนเกมทราบกันดีอยู่แล้วว่า Yakuza: Like A Dragon ได้เปลี่ยนเป็นเกมแนว RPG จากเดิมที่ทุกภาคเป็นเกมแอ็กชัน Beat’em Up ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สร้างความกังวลว่าจะทำให้เกมภาคนี้สนุกสนานเหมือนเกมภาคเก่าหรือไม่ ซึ่งก็ต้องบอกได้เลยว่าภาคนี้มอบประสบการณ์เกม Yakuza ที่ทั้งแปลกใหม่ แถมมีความสนุกสนานตามฉบับเกม RPG

ระบบ RPG ของ Yakuza: Like A Dragon เป็นรูปแบบผลัดเทิร์น คือมีคำสั่งให้เลือกโจมตี, ใช้ไอเทม, ใช้สกิล Heat Action , ป้องกัน และวิ่งหนี หลังจากเลือกคำสั่งเสร็จ เกมจะผลัดเทิร์นระหว่างฝั่งปาร์ตี้ของเราและฝั่งศัตรู ทำให้เกมการเล่นเน้นวางแผนและเตรียมตัวก่อนเข้าสนามรบมากขึ้น ไม่เหมือนเกมเก่าที่เน้นใช้ฝีมือการเล่นเป็นหลัก

ระบบความคืบหน้า ถือว่าไม่มีความซับซ้อนหรือมีรายละเอียดล้ำลึก โดยเลเวลของเกมนี้จะแบ่งเป็น 2 แบบ คือเลเวลของตัวละคร และเลเวลของอาชีพ ซึ่งเลเวลทั้งสองแบบสามารถเก็บค่าประสบการณ์ได้จากการต่อสู้ล้วน ๆ และหากตัวละครเลเวลขึ้น ตัวเกมจะเพิ่มค่าสถานะตัวละครให้เองตามอัตโนมัติ ส่วนกรณีของเลเวลอาชีพ ตัวเกมจะปลดล็อกสกิลอาชีพใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้มากขึ้นให้เอง

นอกจากนี้ ตัวละครจะมีค่านิสัย ช่วยให้เราสามารถปลดล็อกอาชีพใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับบางอาชีพ ซึ่งนิสัยสามารถเพิ่มได้จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือตอบคำถามจากเควสต์เสริม เหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น

อาชีพของเกมมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย แถมมีความบ้าบอสไตล์เกม Yakuza อีกด้วย โดยผู้เล่นสามารถแต่งตั้งให้ตัวละครปาร์ตี้เป็นอาชีพไหนก็ได้ อยากให้เป็นนักดนตรีคอยซัพพอร์ตให้ปาร์ตี้ อยากเป็นให้เป็นไอดอลคอยให้กำลังใจ หรือเป็นแดนเซอร์เน้นโจมตีเป็นหมู่คณะ คุณสามารถจัดการได้เอง และหากเบื่ออาชีพเก่าแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนไปเล่นอาชีพใหม่ได้ตลอดเวลาที่ Hero Work (เป็นบริษัทช่วยหางานในเกม)

โดยรวมแล้วระบบ RPG ของเกมนี้ ผู้เล่นสามารถเข้าใจได้ง่าย เพราะตัวเกมจะปลดล็อกให้ผู้เล่นเองหมดทุกอย่าง และรายละเอียดความคืบหน้าของเกมไม่ซับซ้อน แถมมีความสนุกสนานเพลิดเพลินอย่างน่าประหลาด แม้ระบบ RPG ไม่ได้ล้ำจนเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการเปลี่ยนระบบเกมเพลย์เป็นแนว RPG ผลัดเทิร์น ทำให้ความเร็วในการเล่นเกมช้าลงมาก ๆ การต่อสู้ยืดเวลายาวหลายครั้ง (ขึ้นอยู่กับความแกร่งของตัวละคร และการวางแผนของผู้เล่น) ซึ่งบางบอสไฟต์ของเกมนี้ อาจใช้เวลาเล่นนานเกิน 10 นาทีเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ หากผู้เล่นประสบปัญหาไม่สามารถปราบบอสได้ ก็มีวิธีอย่างเดียวคือเกมเมอร์ต้อง Grinding EXP, เงิน และค่าสถานะ เพื่อให้ตัวละครมีแข็งแกร่งและใช้เงินซื้ออาวุธกับเสื้อเกราะดี ๆ ซึ่งแตกต่างจากเกม Yakuza ภาคเก่าที่ผู้เล่นต้องกลับฝึกเล่นใหม่ ฉะนั้นใครที่ไม่ชอบการ Grinding อาจจะต้องส่ายหน้ากันบ้าง

โดยรวมแล้ว เกมเพลย์ Yakuza: Like A Dragon จัดว่ามีความสนุกสนานตามสไตล์เกม RPG คลาสสิก ที่เล่นได้อย่างเพลิดเพลินและเสพติดง่าย แม้ระบบความคืบหน้ากับเกมเพลย์ไม่มีรายละเอียดเยอะหรือมีความล้ำพิเศษ แต่ก็แทบไม่มีข้อให้ติเตียนเช่นกัน ถ้าหากบังคับให้เลือกข้อเสีย ก็ไม่มีทางหนีพ้นด้านเกมเพลย์ช้าลงและใช้เวลาต่อสู้ยืดกว่าเกมภาคเก่า ซึ่งอาจไม่ถูกใจสำหรับเกมเมอร์สายแอ็กชันบู๊แหลกแน่นอน

กราฟิก/ประสิทธิภาพ

เกมนี้ยังคงพัฒนาโดยใช้ Dragon Engine ซึ่งเป็นเอนจินเกมของค่าย Ryu Ga Gotoku Studio พัฒนาขึ้นมาสำหรับการสร้างเกมของทีมงานโดยเฉพาะ

ภาพกราฟิกโดยรวมแล้ว ยังคงมีความคล้ายคลึงกับ Judgment แม้กราฟิกโดยรวมไม่ได้สวยงามระดับสุดยอด หรือก้าวกระโดดจากเกมภาคเก่า แต่ก็ถือเป็นเกมหนึ่งที่มีภาพสวยงามไม่ขี้เหร่ โดยเฉพาะด้านแสงเงา เอฟเฟกต์ต่าง ๆ และความคมชัดของโมเดลใบหน้าตัวละครที่ออกแบบได้อย่างสมจริง

แต่สิ่งที่มีการปรับปรุงใน Yakuza ภาคนี้คือด้านประสิทธิภาพสามารถรันเกมด้วยภาพ 1080p/30 FPS ได้เสถียรกว่าเดิม จากการเล่นเกม 10 ชั่วโมงขึ้นไป เราไม่พบอาการเฟรมเรตตกหรือบั๊กระหว่างการเล่นบน PlayStation 4 Pro ซึ่งถือเป็นเกมที่มีภาพลื่นไหล 30FPS แทบตลอดเวลา รวมถึงหากเปรียบกับเกม Judgment และ Yakuza 6 ที่เฟรมเรตบางช่วง แถมตัวละครสามารถขยับปาก (Lip Sync) มีความเที่ยงตรงกับเสียงมากขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เราพบปัญหาตัวเกมโหลดฉากไม่ทันเป็นบางครั้ง ทำให้เราเผลอเดินชนวัตถุที่กำลังล่องหนเพราะตัวเกมโหลดไม่ทัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะหายไป หากเล่นผ่านเครื่องเกมคอนโซลยุคหน้าอย่าง PlayStation 5 และ Xbox Series X/S รวมถึง PC ที่ใช้อุปกรณ์ SSD หรือมีการอัปเดต Patch ในอนาคต

น่าเสียดายที่เราไม่สามารถทดสอบประสิทธิภาพผ่านแพลตฟอร์ม PC เนื่องจากเกมดังกล่าวโดนล็อกโซนในประเทศไทย ส่งผลทำให้เราไม่สามารถซื้อเกมบน Steam ได้ ซึ่งถ้าหากเล่นผ่าน PC ตัวเกมจะต้องมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

สรุป

แม้ Yakuza: Like A Dragon มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางใหม่ ซึ่งอาจไม่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับบางคน แต่เกมก็ยังคงเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ความเป็นดั้งเดิม ด้วยเนื้อเรื่องเข้มข้นน่าติดตาม เนื้อหาเสริมน่าสนใจ พร้อมมีมินิเกมสุดสร้างสรรค์ให้เล่นเยอะมากกว่าทุกภาค แถมการนำเสนอที่บ้าบิ่นยิ่งกว่าที่เคย

ระบบเกมเพลย์อาจไม่ล้ำลึกเหมือนเกม RPG ชั้นนำเกมอื่น แต่ตัวเกมก็มีความสนุกสนานในรูปแบบของตัวเอง ถ้าหากกำลังมองหาเกมแนว RPG ที่เข้าถึงง่ายมาก แถมเน้นเนื้อเรื่องเป็นหลัก Yakuza: Like A Dragon จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

ข้อดี

  • เนื้อเรี่องหลักมีความระทึก น่าติดตาม มีอารมณ์การเล่าเรื่องหลากหลาย
  • ตัวละครทั้งหมด มีความน่าจดจำ
  • มินิเกมต่าง ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ และท้าทายระดับที่พอดี
  • ระบบ RPG เข้าถึงง่ายมากและเล่นเพลิน
  • คอนเทนต์อัดแน่น คุ้มค่ากับการจ่ายเงินซื้อเกมราคาเต็ม

ข้อเสีย

  • บางฉากคัดซีนและบทสนทนายืดยาวเกินความจำเป็น
  • เกมเพลย์ช้าลง และการต่อสู้ใช้เวลานานมากขึ้น อาจไม่ถูกใจคอเกมบู๊

คะแนน 8.8/10

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close