รีวิว World War Z โลกซอมบี้หายนะ ที่แบนราบไร้ความประทับใจ


สำหรับแฟนหนังและนักอ่านนิยายน่าจะคุ้นเคยชื่อของ World War Z กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ด้วยความเป็นหนังซอมบี้ที่ระทึกไม่แพ้ใคร และมีความบ้าคลั่งที่ไม่มีใครเหมือน เมื่อมีการประกาศว่าจะถูกสร้างเป็นวิดีโอเกม มันก็ได้รับความสนใจทันที แต่มันจะดีแค่ไหน วันนี้เรามาพิสูจน์กัน

เมืองนรกเดินดิน

เรื่องราวของ World War Z ดำเนินไปในส่วนต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น นิวยอร์ก เยรูซาเลม มอสโคว และโตเกียว ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้รอดชีวิตหนึ่งในสี่ที่ต้องหาทางเอาตัวรอดออกไปจากนรกที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้ติดเชื้อ

ซึ่งเรื่องราวในเวอร์ชั่นเกมของ World War Z ถูกผูกเอาไว้อย่างหลวม ๆ เพื่อให้ผู้เล่นได้รู้สึกว่ามีภารกิจให้ทำ และมันก็ไม่ได้ทำให้ผู้เล่นได้รู้สึกผูกพันใด ๆ กับตัวละครเหล่านี้เลย แถมการลำดับเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีจังหวะจะโคนใด ๆ ที่ทำให้รู้สึกลุ้นระทึกทั้งสิ้น ยิ่งถ้าใครติดตามภาพยนตร์หรือเล่นเกมซอมบี้มาอย่างโชกโชน คุณสามารถเดาได้เลยว่าเนื้อเรื่องจะมาในรูปแบบไหน

และที่สำคัญคือบทพูดของตัวละครที่ค่อนข้างน่าเบื่อ บทสนทนาระหว่างผู้รอดชีวิตทั้งสี่นั้นแทบไม่มีอะไรเป็นสีสันหรือเป็นที่จดจำแม้แต่น้อย ซึ่งมันคงจะดีกว่านี้หากผู้สร้างเพิ่มสีสันในเรื่องของการโต้ตอบระหว่างตัวละคร ทำให้เนื้อเรื่องในเกมนี้เหมือนกับมีไปอย่างงั้น เล่นจบก็จบกัน ไม่ได้ดึงดูดให้อยากเล่นใหม่อีกรอบเลย

จริงอยู่ที่ตัวเกมเป็นแนว Co-op เน้นการเล่นแบบ Multiplayer เป็นหลัก เนื้อเรื่องก็อาจจะเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญรองลงมาได้ แต่เพราะความที่มันดูแบนราบและธรรมดาเกินไป ทำให้ความรู้สึกที่อยากเล่นต่อนั้นมันเหือดแห้งลงไปพอสมควร

โลกที่ล่มสลาย และเหล่าผีดิบกระหายเลือด

World War Z สามารถนำเสนอจุดแข็งที่อยู่ในภาพยนตร์ออกมาได้ดีระดับหนึ่ง ทั้งสภาพเมืองที่พังทลาย เหล่าซอมบี้กระหายเลือดที่มีทั้งปริมาณและความเร็ว แถมยังมีซอมบี้แบบพิเศษที่มีความสามารถมากกว่าปกติ และที่น่าสนใจก็คือระบบ Swarm ที่พวกมันจะไต่ขึ้นมาจากกำแพงเพื่อขึ้นมาหาผู้เล่นทีละมาก ๆ ก็ถือว่าช่วยให้เกมดูน่าสนใจขึ้นมาบ้าง ซึ่งมันจะน่าประทับใจมากถ้ายังไม่มีเกมใดในโลกที่เคยใช้การนำเสนอทั้งรูปแบบการเล่นและโลกหลังหายนะในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน

และเพราะการที่มันเคยถูกนำเสนอในลักษณะนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ World War Z ขาดความสดใหม่โดยสิ้นเชิง ศัตรูแบบพิเศษในเกมนี้ล้วนมีรูปแบบที่เราเคยเจอมาแล้วแทบจะทั้งนั้น คุณสามารถเอาไปเทียบได้เลยว่า Bull, Hazmat, Creeper มันเหมือนกับศัตรูพิเศษในเกมไหนมาก่อน แถมยังมีเสียงเตือนเสียงอะไรที่คล้ายคลึงกันมาก เหมือนกับเอาเกม Left 4 Dead มาปรับมุมมองเป็น 3rd Person เปลี่ยนตัวละครและเมืองต่าง ๆ ให้ไม่เหมือนกัน และเพิ่มระบบการเล่นแบบใหม่ แต่ความรู้สึกในการเล่นแทบจะไม่ต่างเลย

แม้ว่าโหมดการเล่นที่มีมาให้ค่อนข้างเยอะ แต่แก่นของมันก็ยังคงไม่ค่อยต่างจากโหมดที่เคยมีมาก่อน อย่างโหมดการเล่นแบบ PvPvZ ที่เคยโฆษณาไว้ เอาจริง ๆ ก็แทบไม่ต่างจากโหมดการเล่นแบบ Team Deathmatch  แค่เพิ่มศัตรูจำพวกซอมบี้เข้ามาก่อนกวนเท่านั้น แถมยังมีปัญหาในการหาคนมาเล่นด้วยพอสมควร ซึ่งกว่าจะต่อติดหรือเจอห้องที่พอเล่นได้ก็ทำเอาท้อไปนานเลยทีเดียว

และที่แย่ก็คือไม่มีการสร้าง Lobby เพื่อเล่นโหมด Multiplayer อย่างอิสระ มีก็แต่ชวนเพื่อนเล่นเป็น Party 4 คน แล้วหาห้องเล่นในโหมดที่ต้องการแทน ทั้งที่จริง ๆ น่าจะใส่เข้ามาเพื่อชวนเพื่อนมากกว่าสี่คนมาสนุกในเกมเดียวกันได้ แต่ก็ไม่มีแต่อย่างใด

อย่างไรเสีย แม้มันจะไม่ได้นำเสนออะไรที่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่ World War Z นำมาให้เราสัมผัส ก็ไม่ถือว่าแย่ซะทีเดียว เพียงแค่ว่าเราเคยเจอมันมาก่อนจนเกร่อไปหมดแล้ว

แค่เปลี่ยนมุมมอง เกมก็เปลี่ยน

ในเกมนี้จะมีคลาสให้เลือกอยู่ทั้งหมด 6 คลาส โดยจะมีอุปกรณ์เสริมให้ใช้งานแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็จะมี Perk หรือความสามารถแยกย่อยในแต่ละคลาส และจะปลดล็อกได้จากการเล่นเก็บเลเวลและใช้แต้มเงินที่ได้จากในเกมมาแลกซื้อ และเงินในเกมก็ได้มาจากการเล่นในโหมดต่าง ๆ ถ้าอยากเก่งคลาสไหนก็ต้องเล่นคลาสนั้นจนกว่าความสามารถใหม่จะปลดออกมาให้ซื้อเพิ่ม ซึ่งก็มีให้เลือกอัพเกรดหลายสายด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกถึงการไต่ระดับเพื่อเตรียมพร้อมไปสู่ความยากที่สูงขึ้น

ส่วนอาวุธในเกมจะมีชนิดที่ตายตัว แต่ถ้ายิ่งใช้บ่อยและฆ่าศัตรูได้มาก เลเวลของมันก็จะเพิ่มขึ้น เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น ก็จะสามารถซื้อชุดแต่งปืนตัวใหม่ที่ช่วยเพิ่มทั้งความแรง จำนวนกระสุนและอื่น ๆ มากขึ้นด้วย แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าระบบนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะกว่าที่เราจะได้ชุดแต่งใหม่มันต้องใช้เวลานานมาก แถมบางครั้งที่เล่นเราอาจจะหาปืนกระบอกนั้นไม่เจอเลยก็ได้ ทำให้เกิดความล่าช้าในการอัพเกรดขึ้นไปอีก

และถ้าดูอย่างผิวเผิน Gameplay ของ World War Z อาจจะเหมือนกับการนำ Left 4 Dead มาเปลี่ยนมุมมองจาก 1st Person เป็น 3rd Person เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการเปลี่ยนมุมมองแบบนี้ก็มีข้อดีเช่นกัน โดยผู้เล่นสามารถหันมองดูศัตรูที่อยู่รอบตัวได้อย่างอิสระ แม้มุมมองในการเล็งปืนจะลำบากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็สามารถตัดปัญหาการถูกจู่โจมจากด้านหลังโดยไม่รู้ตัว แถมยังทำให้การโจมตีระยะประชิดดูมีลวดลายมากกว่า

แต่ก็มีข้อเสียใหม่เพิ่มเข้ามาแทน นั่นคือช่วงที่ถูกล้อมในพื้นที่แคบ เราจะเห็นศัตรูได้ลำบากมาก เพราะถูกบังทั้งจากกำแพงและตัวศัตรูที่ถาโถมเข้ามา จนบางทีเราจะโดนรุมจนตายได้ง่าย ๆ ในความยากระดับสูง

และที่น่ารำคาญอีกอย่างคือตำแหน่งในการวางกับดักและศัตรูประเภทที่ตรึงผู้เล่นให้อยู่กับที่ ซึ่งพวกมันมักจะอยู่ในมุมที่อับสายตามาก ๆ ที่บางครั้งเราเดินเข้าไปก็โดนซะแล้ว ยิ่งถ้าเล่นกับ Bot ด้วยนี่ถือเป็นฝันร้ายเลยทีเดียว

ข้อเสียใหญ่ที่สุดของเกมก็คือ Bot ที่ไม่สามารถพึ่งพาได้เลย ทั้งอาวุธที่พวกมันถือที่ชอบหยิบเอาอาวุธอะไรก็ไม่รู้มาใช้ เดินบังเป้ายิงกันเป็นหมู่คณะ และกว่าจะเดินทางไปหาเป้าหมายหรือกว่าจะมาช่วยผู้เล่น เรียกว่าเป็นตัวถ่วงมากกว่าตัวช่วย ถ้าจะให้ดีก็ควรหาเพื่อนมาเล่นด้วยจะดีกว่า

โดยรวมแล้ว Gameplay ของ World War Z ก็อยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ แม้จะไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดที่เล่นไม่สนุก เพียงแต่ต้องหาเพื่อนหรือเล่นแบบออนไลน์กับคนที่เป็นงานจะช่วยให้ความน่ารำคาญเหล่านี้ลดลงไปได้บ้าง แต่ถ้าคุณไม่ชอบการที่เราต้องเล่นซ้ำ ๆ เพื่อเพิ่มเลเวลและหาเงินมาอัพเกรดอาวุธ เกมนี้ก็คงจะไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่

จำนวนเยอะ แต่กินเครื่องไม่มาก

สิ่งที่น่าทึ่งใน World War Z ก็คือการที่เกมไม่ได้กินสเปกเครื่องหนักอย่างที่คิด ด้วยสเปกเครื่อง Intel i5 9400F, RAM 16 GB และการ์ดจอ RTX 2070 แม้ว่า CPU จะเป็นคอขวดกับการ์ดจอระดับนึง แต่ก็ยังสามารถปรับไปถึงระดับ Ultra โดยที่เฟรมเรทไม่ต่ำกว่า 60 เฟรม แต่ก็สังเกตได้ว่าบางครั้งเวลาที่ซอมบี้กรูกันเข้ามาทีละมาก ๆ ตัวเกมจะมีอาการชะงักหรือสะดุดอยู่เล็กน้อย ซึ่งถ้าเฟรมเรทถูกฉุดลงมาก็ต้องมีการลดค่ากราฟฟิกบ้าง แต่โดยรวมก็สามารถเล่นได้ลื่นไหลเป็นปกติ

แต่ว่าตัวเลือกในการปรับแต่งกราฟฟิกค่อนข้างน้อยไปหน่อย ทำให้ต้องมานั่งงมกันว่าอันไหนปรับแก้แล้วเปลี่ยนไปแค่ไหนบ้าง ซึ่งน่าจะดีกว่าถ้ามันมีตัวเลือกให้เราปรับมากกว่านี้

ส่วน Bug ในเกมนั้น ในช่วงแรกผู้เล่นหลายคนประสบปัญหาเข้าเกมไม่ได้ เกมล่มและอีกสารพัดมากมาย แต่หลังจากมีการ Patch ไปแล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็หายไป สำหรับผู้เขียนเองก็ยังเจอ Bug ศัตรูติดกำแพงหรือเกมไม่รันสคริปต์อยู่ช่วงหนึ่ง แต่มันก็หายได้เอง และไม่มี Bug ร้ายแรงขนาดทำให้เกมล่ม โดยรวมแล้วถือว่า Optimize มาได้ดีในระดับหนึ่ง

Conclusion

โดยรวมแล้ว World War Z เป็นเกมที่ค่อนข้างธรรมดามาก ๆ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในเกมเราเคยเห็นมันมาบ่อยแล้ว แม้มันจะไม่ได้แย่ขนาดเล่นแล้วไม่สนุก แต่ก็ไม่มีอะไรที่น่าจดจำ แม้ว่าระบบการเล่นที่ต้องปั่นเลเวลกับอัพเกรดของเพื่อนำไปเล่นในระดับความยากสูง ๆ อาจจะถูกใจเกมเมอร์สาย Grinding  แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่น่าดึงดูด ซึ่งถ้าอยากเล่นเกมนี้กับเพื่อนจริง ๆ ก็ขอแนะนำให้รอช่วงลดราคาน่าจะคุ้มกว่าครับ

คะแนน: 5/10