รีวิว Scarlet Nexus เกมแอ็กชัน RPG ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน จนเสียดายหากไม่มีภาคต่อ

ผู้เล่นอาจจะเคยได้ยินชื่อเกม Scarlet Nexus ผลงานใหม่ของ Bandai Namco และ Tose Software ที่ช่วงหลัง ๆ เริ่มมีกระแสพูดคุยในสังคมเกมมากขึ้น หลังตัวเกมมีการปล่อย Demo ให้ทดลองเล่น แล้วมีกระแสตอบรับดี พร้อมสร้างความเซอร์ไพรส์ให้เกมเมอร์หลายคน

หลังจากได้ลองสัมผัส ก็ได้รู้ว่า Scarlet Nexus นั้น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ “เกมอนิเมะเกมหนึ่ง” ที่เน้นขายตัวละครน่ารัก แต่มันเป็นเกมแอ็กชัน RPG ที่มาพร้อมกับความทะเยอทะยานหลายอย่าง จนรู้สึกเสียดายหากไม่มีเกมภาคต่อ แล้วเกมดังกล่าวมีดีมีเด่นอย่างไร ก็สามารถรับชมบทความรีวิว Scarlet Nexus ได้เลย

Story

เนื้อเรื่อง Scarlet Nexus จะเป็นยุคอนาคตที่ไม่ห่างไกลจากปัจจุบัน มนุษยชาติได้โดนมอนสเตอร์ปริศนาจากโลก “Extinction Belt” ที่เรียกว่า “The Other” ทำลายอารยธรรมและโลกจนเกือบสูญสิ้น เพื่อไม่ให้เหล่า The Other ก่อความเสียหายให้มนุษยชาติไปมากกว่านี้ รัฐบาลจึงมีการก่อตั้งหน่วยรบพิเศษ The Other Suppression Force หรือ OSF รวบรวมสมาชิกที่มีทักษะเหนือธรรมชาติในการช่วยต่อสู้กับ The Other จนสามารถรักษาความสงบบางส่วนของโลกไว้ได้หลายปี

ตัดกลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบัน (ในเกม) Yuito Sumeragi เจ้าหนุ่มไฟแรงแต่อ่อนโยน ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทหาร OSF ตามที่ตนเองใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับ Kasane Randall ทหารชั้นยอดของ OSF ที่ทั้งสองคนดูเหมือนว่ามีความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง ซึ่งการที่ทั้งสองคนรู้จักกัน ก็ได้นำพาไปสู่เหตุการณ์ภัยร้ายครั้งใหม่ที่คาดไม่ถึง

กด New Game ครั้งแรก ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นได้ระหว่างพระเอกชาย Yuito หรือพระเอกหญิง Kasane ซึ่งทั้งสองคนจะมีมุมมองการดำเนินเนื้อเรื่องที่แตกต่างกัน โดย Story จะยังคงอยู่ในไทม์ไลน์เดียวกัน

ช่วงแรกของเนื้อเรื่อง จะเป็นแนวเรื่องราวชีวิตในรั้วโรงเรียน ที่นำเสนอทำความรู้จักตัวละครต่าง ๆ, อธิบาย Setting โลกของเกม, การฝึกฝนทักษะการต่อสู้ และเล่าเนื้อหา Lore เบื้องต้น โดยการดำเนินเนื้อเรื่องของเกมนี้จะค่อยเป็นค่อยไป และช้าพอสมควร ซึ่งอาจไม่ถูกใจสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเนื้อเรื่องแบบ “Straight to the Point” ที่เล่าตรงประเด็น กระชับ และเข้าเรื่องทันที

แต่หลังจากเข้าสู่ตอนที่ 3 เป็นต้นไป เนื้อเรื่องจะเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจังซีเรียสเหมือนกำลังเล่นคนละเกม ระหว่างการดำเนินเนื้อเรื่อง ตัวเกมได้เผยปมปริศนาลึกลับต่าง ๆ มีจุดหักมุมกับตอนจบ (ของแต่ละตอน) ที่น่าตื่นเต้น (ในความจริง ไม่คาดหวังด้วยซ้ำว่าเนื้อเรื่องเกมจะซับซ้อนขนาดนี้) รวมถึงมีการนำเสนอประเด็นความขัดแย้งทางอุดมการณ์ การเมือง และการเสียสละ ทำให้เนื้อเรื่องช่วงกลางจนถึงท้ายเกมมีความน่าสนใจและน่าติดตามกว่าช่วงแรก

ส่วนบทบาทของตัวละครต่าง ๆ มีการกระจายบทอย่างลงตัว มีปฏิสัมพันธ์อย่างสนุกสนาน ทุกคาแรคเตอร์มีความโดดเด่นเป็นของตัวเอง ไม่มีตัวละครไหนที่ดูจืดชืดหรือโดนกลบเพราะคนใดคนหนึ่งโดดเด่นจนเกินไป (ยกเว้นตัวละครเอกนะ) ซึ่งทำให้เกมเมอร์รู้สึกแคร์ตัวละครที่อยู่ฝั่งเดียวกับเรา

อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่อง Scarlet Nexus ก็มีข้อเสีย จุด Climax ของแต่ละตอน มีหลายครั้งที่ตัวเกมพยายามโยนปมปริศนาต่าง ๆ มากมายโดยถาโถมแบบไม่มีให้หยุดพัก ซึ่งส่งผลลัพธ์ทำให้เกมมอร์หลายคนอาจต้องเผชิญหน้ากับอาการเกาหัวอย่างงุนงง เพราะไม่สามารถติดตามเนื้อหาได้ทัน

นอกจากนี้ ข้อเสียอย่างรุนแรงในส่วนของ Story คือตัวเกมใช้ฉากคัดซีนแบบสไลด์โชว์ คล้าย Visual Novel เกือบตลอดเกม โดยฉากคัตซีนแบบภาพยนตร์ (Cinematic) มีเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ทำให้การนำเสนอเนื้อหาขาดความน่าดึงดูด และส่วนตัวก็รู้สึกเสียดาย เพราะฉากคัดซีนภาพยนตร์ของเกมนี้กำกับมาได้ดีมาก ๆ

คัตซีนในเกมเป็นภาพสไลด์โชว์นิ่ง ๆ ที่ขาดความน่าดึงดูด โชคดีที่บทสนทนาเกลามาดี จึงยังคงอ่านและฟังสนุก

อีกจุดหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เนื่องจาก Scarlet Nexus มีตัวละครเอกที่เล่นได้ 2 คน และมีมุมมองการดำเนินเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันเหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น ฉะนั้นหากเกมเมอร์ต้องการเข้าใจเนื้อเรื่องแบบใสกระจ่าง หรือเสพเรื่องราวของตัวละครครบหมดทุกคน เกมเมอร์จำเป็นจะต้องเล่นโหมดเนื้อเรื่องของ 2 ตัวละครเอกให้จบ เพื่อไขทุกข้อสงสัย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากผู้เล่นชื่นชอบ Story ของเกมนี้ เท่ากับว่าตัวเกมมีคุณค่าในการกลับมาเล่นรอบที่ 2 สูงมาก รวมถึงแสดงให้เห็นว่าทีมพัฒนาเกมมีความทะเยอทะยานในด้านการผลิตเนื้อเรื่องอีกด้วย

หากมองข้ามเรื่อง Stereotype อนิเมะจ๋าที่เห็นผ่านตามาแล้วหลายล้านรอบ, ฉากคัตซีนทุนต่ำ และปมต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้เล่นอาจงุนงง เกม Scarlet Nexus จัดว่ามีเนื้อเรื่อง Sci-fi สุดคูลล์ และน่าสนใจ ช่วยดึงดูดให้เกมเมอร์สามารถเล่น Story จนจบ แล้วได้รับความประทับใจกลับไปแน่นอน

Presentation

หนึ่งในจุดชูโรงของเกม Scarlet Nexus คือการนำเสนองานอาร์ตสไตล์ Brain Punk และใช้ภาพกราฟิกสไตล์ Cell Shade ลวดลายอนิเมะญี่ปุ่น ซึ่งเป็น Pop Culture ได้รับความนิยมทั่วโลก ฉะนั้นใครเป็นคนชื่นชอบ Settting Sci-fi ที่มีงานสถาปัตยกรรมล้ำ ๆ มีความ Hi-Tech เท่ ๆ รวมถึงเป็นคออนิเมะจะต้องชื่นชอบการนำเสนอเกมนี้ได้ไม่ยาก

ส่วนคอนเทนต์ของเกมนี้ ไม่มีอะไรให้กล่าวถึงมากนัก เพราะ Scarlet Nexus เป็นเกมที่มีเนื้อหาเส้นตรง และไม่ใช่เกม Open-World ที่มีกิจกรรมเสริมให้ทำยามว่าง หรือมีไอเทม Collection ให้เก็บสะสมระหว่างการผจญภัย ทำให้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่นเกมนี้ หมดไปกับการเล่นเนื้อเรื่อง, เล่น Bond Episode และทำ Side Quest เป็นหลัก

Bond Episode เป็นเนื้อเรื่องเสริมของตัวละครในปาร์ตี้เรา ที่สามารถปลดล็อกได้จากการดำเนินเนื้อเรื่องหลักหรือมอบของขวัญให้ โดย Bond Episode ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจพื้นหลังความเป็นมา เห็นวิวัฒนาการ และความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น ด้วยบทสนทนาที่ไม่น่าเบื่อ และเสียงพากย์ทั้งภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นสามารถแสดงได้ดีเยี่ยม ทำให้เนื้อเรื่อง Bond Episode มีความสนุกเพลิดเพลิน คลายเครียดจากการเล่นเนื้อเรื่องหลักที่มีเนื้อหาซีเรียสจริงจังได้

นอกจากนี้ หากค่าความสัมพันธ์ของตัวละครมีมากพอแล้ว ตัวละครจะปลดล็อกสกิล SAS ใหม่ และมอบไอเทมประเภท Visual ให้ตกแต่งตัวละครแบบขำขัน โดยไอเทม Visual ทั้งหมดจะไม่มีการบัฟความสามารถหรือค่าสถานะใด ๆ ทั้งสิ้น

Bond Episode ช่วยให้เราเข้าใจเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Side Quest กลับมีการออกแบบที่ตกยุค และไม่สนุกสนานเอาซะเสียเลย เควสต์เสริมส่วนใหญ่จะให้เน้นทำ Objective ทั่วไป เช่น ปราบมอนสเตอร์ตัวนี้ X ตัว, ปราบมอนสเตอร์ด้วยท่าไม้ตาย X ครั้ง, มอบไอเทมให้ NPC จำนวน X ไอเทม เพื่อแลกกับรางวัลที่ไม่ค่อยคุ้มค่ากับความเหนื่อยสักเท่าไหร่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เรามักจะมองข้ามเควสต์เสริม เพราะรู้สึกว่าทำแล้วเสียเวลาเปล่า ๆ และเลือกทำเฉพาะเควสต์เสริมที่ให้รางวัลเป็นอาวุธ หรือไอเทมประเภทบัฟเท่านั้น

Gameplay

ถึงแม้ Scarlet Nexus จะระบุว่าเป็นเกมแนว Action RPG แต่หลังจากได้ลองสัมผัสเล่นเกมเกิน 10 ชั่วโมงแล้ว สามารถการันตีได้เลยเกมนี้เน้นความเป็น Action มากกว่า RPG

ระบบการต่อสู้เบื้องต้นของ Scarlet Nexus จะเข้าใจง่าย เพราะการโจมตีเกมนี้ มีเพียงแค่โจมตีธรรมดา, โจมตีหนัก, ใช้พลังจิต Psychokinesis ปาวัตถุใส่ศัตรู และใช้สกิล SAS ของเพื่อนร่วมทีม เพื่อเพิ่มบัฟหรือใช้ความสามารถพิเศษ

จุดเด่นของเกมนี้ ก็คือระบบการต่อสู้แบบ Fast-Paced ที่มีความรวดเร็วและลื่นไหล ระหว่างการปะทะกับศัตรู ผู้เล่นสามารถทำคอมโบผสมผสานระหว่างท่าโจมตีปกติและการใช้พลังจิต Psychokinesis ได้ นอกจากนี้ เกจการใช้พลังจิตสามารถฟื้นฟูได้จากการโจมตีโดนศัตรู ทำให้เพลเยอร์ต้องคอยลงมือจู่โจมศัตรูอย่างรวดเร็ว และจัดการเกจพลัง Psychokinesis อย่างรอบคอบ

ส่วนการใช้สกิล SAS ของเพื่อนร่วมปาร์ตี้ สมาชิกทีมแต่ละคนจะมอบความสามารถพิเศษให้ผู้เล่นที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่เปลี่ยนการโจมตีธรรมดาให้กลายเป็นโจมตีด้วยธาตุสายฟ้า, โจมตีกลายเป็นธาตุไฟ, ใช้สกิลล่องหน เพื่อแทง Backstab ศัตรูโดยไม่รู้ตัว, ใช้สกิลสโลว์ไทม์ เพื่อเข้าโจมตีศัตรูที่มีการเคลื่อนไหวว่องไว และอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับการต่อสู้มอนสเตอร์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีจุดแข็งจุดอ่อนไม่เหมือนกัน

หน้าตาของ Brain Map

ทุกครั้งที่ผู้เล่น Level Up เกมเมอร์สามารถนำ Brain Point ไปอัปเกรด Brain Map (เป็น Skill Tree ของเกม Scarlet Nexus) เพื่อให้ตัวละครเอกมีความแข็งแกร่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น เพิ่มพลังโจมตี, เพิ่มอัตราการฟื้นฟูของเกจ Psychokinesis, สามารถกระโดดฟื้นตัว หลังโดนโจมตี, เพิ่มคอมโบการโจมตีธรรมดาสูงสุด และอื่น ๆ ที่มีให้เรียนรู้อีกเยอะแยะ

ด้วยระบบการต่อสู้ของ Scarlet Nexus ที่เล่นง่าย มีสกิลให้เรียนรู้เยอะ และ Combat เป็น Fast-Paced เน้นการบู๊แบบชาญฉลาด รวมถึงความท้าทายอยู่ในเกณฑ์เกือบง่ายไปถึงปานกลาง ทำให้ระบบเกมการเล่นมีความสนุกสนานเร้าใจ คนที่มีประสบการณ์เล่นเกมแอ็กชันมาก่อนก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย

ปัญหาเกมเพลย์ส่วนใหญ่ที่พบเจอ ก็คือปัญหามุมกล้องระหว่างการต่อสู้ โดยตัวละครมักจะเกือบหลุดออกจากหน้าจอและชวนเวียนหัวค่อนข้างหลายครั้ง รวมถึงการออกแบบแผนที่ในเกมที่เรียบง่ายเกินไป ก็อาจทำให้ผู้เล่นเสียเวลาเพราะหลงทางได้ง่าย ๆ เช่นกัน

Graphic/Performance

คล้ายกับผลงานเกมของค่าย Bandai Namco Games ที่ผ่าน ๆ มา เกม Scarlet Nexus ยังคงพัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในเอนจินเกมที่ได้รับความนิยมสำหรับทีมพัฒนาเกมหลายแห่ง

แม้ Scarlet Nexus ไม่ใช่เกมปลายเจเนอเรชัน PS4 / Xbox One ที่มีภาพกราฟิกสวยงาม หรือฉากมีรายละเอียดเยอะที่สุด แต่เนื่องจากการออกแบบอาร์ตสไตล์ที่โดดเด่น ก็ช่วยทำให้ภาพอนิเมะของเกมนี้ ดูงดงามพอจนเป็นมาตรฐานของเกม Next-Gen ได้

ส่วนด้าน Performance เกมนี้สามารถรันได้อย่างลื่นไหลที่ 1080p/30 FPS บนเกมคอนโซล PlayStation 4 Pro โดยเวลาโหลดเกมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ไม่ช้าจนเกินไป รวมถึงหลังจากใช้เวลาเล่นเกมผ่านไปราว 15 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบกับปัญหาบั๊กกวนใจต่าง ๆ แต่อย่างใด

เท่ากับว่า Performance สำหรับเกมเวอร์ชัน PS4 Pro จัดว่าสอบผ่าน แต่แน่นอนว่าเกมดังกล่าวจะต้องมีประสิทธิภาพดีกว่านี้ หากเล่นผ่านเกมคอนโซล Next-Gen อย่าง PlayStation 5, Xbox Series X/S และ PC

สรุป

Scarlet Nexus เป็นเกมแอ็กชัน RPG ที่มีระบบการต่อสู้สนุกสนาน เล่นง่ายแต่เร้าใจ แถมเนื้อเรื่องล้ำลึกน่าติดตาม กับงานภาพสไตล์อนิเมะที่งดงามพอจนเป็นมาตรฐานของเกม Next-Gen ได้ ด้วยตัวเกมที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน และบางองค์ประกอบสามารถปรับปรุงได้ดียิ่งกว่าเดิม จึงเป็นเกมที่เชียร์อยากให้มีภาคต่อจริง ๆ

ข้อดี

  • ระบบการต่อสู้ลื่นไหล มีสกิลให้เรียนรู้เยอะ เล่นง่ายแต่เร้าใจ
  • ตัวละครมีเสน่ห์ ไม่น่าเบื่อ ปฏิสัมพันธ์ได้สนุกสนาน
  • เนื้อเรื่องเท่ ๆ คูลล์ ๆ ตามสไตล์อนิเมะ Sci-fi มีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง และน่าติดตาม
  • งานอาร์ต งานวิชวลโดดเด่น

ข้อเสีย

  • คัตซีนเกือบทั้งเกมเป็นภาพสไลด์โชว์ ขาดความน่าดึงดูด
  • เควสต์เสริมตกยุคมาก
  • การออกแบบแผนที่เรียบง่ายเกินไป ทำให้หลงทางได้ง่าย
  • มีปัญหามุมกล้องชวนปวดหัวระหว่างการต่อสู้บ่อยครั้ง

คะแนน: 8.2/10

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง