รีวิว : HyperX Pulsefire Raid เมาส์เกมมิ่ง 11 ปุ่มราคาคุ้มค่า

เมาส์เกมมิ่งสำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบการสั่งการที่หลากหลาย ปรับแต่งควบคุมได้ดั่งใจ มาพร้อมไฟ RGB ในราคาที่สบาย ๆ กระเป๋า

สำหรับใครที่กำลังมองหาเมาส์เกมมิ่งดี ๆ สักตัวในราคาที่ไม่สูงมาก แต่รองรับการใช้งานที่คุ้มค่าคุ้มราคา วันนี้เรามีเมาส์เกมมิ่งคุณภาพดีมาแนะนำกันอีกตัว

เจ้าเมาส์ที่ว่าก็คือ HyperX Pulsefire Raid ซึ่งที่ผ่านมาทาง HyperX ก็เป็นผู้ผลิตที่โดดเด่นในเรื่องของคุณภาพของสินค้า และเจ้า Pulsefire Raid ก็เป็นผลิตภัณฑ์อีกตัวที่พ่วงชื่อ HyperX และยังทำคุณภาพได้ออกมาได้น่าประทับใจเช่นเดิม

Spec พื้นฐาน 

ไฟส่องสว่าง : RGB

ปุ่มสั่งการ : 11

เสถียรภาพในการทำงานของสวิตช์ควบคุม : 20 ล้านคลิก

เซ็นเซอร์ออพติค : Pixart 3389

ความละเอียดสูงสุด : 16000 DPI

อัตราการโพลล์ : 1000 Hz (1 ms)

ประเภทสายสัญญาณ : ถัก ความยาว 1.8 เมตร

ราคา :  1,490 บาท

เริ่มกันที่รูปทรงก่อนเลย Pulsefire Raid  เป็นเมาส์สำหรับเกมเมอร์ถนัดขวาโดยเฉพาะ โดยตัวเมาส์ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะที่เข้ามา กระชับ ตัวปุ่มกดต่าง ๆ ถูกวางไว้ให้เราใช้นิ้วโป้งกดสั่งการได้อย่างรวดเร็ว

ด้านซ้ายของตัวเมาส์มีการวางปุ่มกดสั่งการไว้ถึง 5 ปุ่ม  ส่วนด้านซ้ายและด้านขวาของเมาส์จะติดกริบยางมาด้วยซึ่งช่วยในเรื่องของความกระชับจับแล้วอยู่มือ สำหรับปุ่มด้านซ้ายนั้นปุ่มแรกสุดจะเป็นปุ่มโหมด Sniper ที่ใช้ในการปรับค่า DPI ของตัวเมาส์ ให้สามารถเล็งได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นในตอนที่เราสลับไปใช้อาวุธอื่น ๆ ภายในเกม ส่วนปุ่มที่เหลือเราสามารถตั้งค่าได้แบบอิสระผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY

โดยรวมแล้วคุณภาพของตัวเมาส์นั้นอยู่ในระดับน่าประทับใจทั้งตัวพลาสติกและคุณภาพการประกอบ  โดยเฉพาะตัวสายที่เป็นสายถักเรียกได้ว่าคุณภาพเกินราคากันเลยครับ

ฝั่งของการออกแบบนั้นอีกจุดที่น่าสนใจก็คือตัวปุ่มกดคลิกซ้ายและคลิกขวา โดยเจ้า Pulsefire Raid นั้นใช้การออกแบบที่แยกปุ่มซ้ายขวาออกจากกันแบบชัดเจน ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้ทำให้การคลิกเมาส์นั้นสามารถทำได้ง่ายดายแม้จะเป็นการคลิกส่วนด้านหลังของปุ่ม

จินตนาการดูว่าโดยปกติแล้วเมาส์บางรุ่นนั้นเราจำเป็นต้องใช้นิ่วกดลงไปที่ส่วนปลายของปุ่มเท่านั้นเพื่อทำการคลิก ทำให้การจับเมาส์รูปแบบนี้เมาส์กับการจับแบบเต็ม ๆ มือ ส่วนการออกแบบปุ่มของ Pulsefire Raid นั้นเรียกได้ว่าทำมารองรับเกมเมอร์ที่จับเมาส์ในแบบ Claw  หรือแบบกงเล็บที่เป็นการจับเมาส์ในลักษณะหลวม ๆ แล้วจิกนิ้วลงไป แต่ทั้งนี้ต่อให้เป็นการจับเมาส์ในรูปแบบอื่นก็สามารถใช้งาน Pulsefire Raid ได้ไม่มีปัญหาครับ

จุดเด่นอีกอย่างของ Pulsefire Raid ก็คือเรื่องของการตั้งค่าทั้งไฟ RGB และปุ่มต่าง ๆ ผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY  โดยเราสามารถเลือกสีสันของเมาส์ได้ตามใจพร้อมกำหนดมาโครของปุ่มกดทั้ง 11 ปุ่มบนตัวเมาส์ได้ตามความต้องการ

ด้วยจำนวนปุ่มที่เยอะขนาดนี้ก็ทำให้ HyperX Pulsefire ดูเป็นเมาส์ที่เหมาะกับการเล่นเกม MMORPG  หรือ MOBA เพราะเราสามารถตั้งค่ามาโครหรือใช้ปุ่มจำนวนมากในการออก Skill หรือสั่งการต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

ขณะเดียวกันจริง ๆ แล้ว HyperX Pulsefire ก็ใช้งานได้ดีกับเกมเดินยิงทั่ว ๆ ไปด้วยเช่นกัน ด้วยการออกแบบที่กระชับเข้ามือทำให้การเล็งยิงนั้นเป็นไปอย่างลื่นไหล ส่วนตัวปุ่มที่ให้มาก็สามารถใช้ในการเปลี่ยนอาวุธหรือใช้ Skill ต่าง ๆ ในเกมยิงได้เช่นกัน

สำหรับตัว Spec แบบละเอียดเมื่อลงลึกไปดูเซ็นทาง HyperX เลือกใช้ เซ็นเซอร์ออพติค Pixart 3389 ซึ่งถือเป็นเซ็นเซอร์ออพติคคุณภาพสูงที่ให้การตอบสนองที่แม่นยำ

สรุปแล้ว Pulsefire Raid ถือเป็นเมาส์เกมมิ่งคุณภาพสูงอีกตัว โดยตัวเมาส์รองรับการใช้งานเล่นเกมทุกรูปแบบพร้อมอัดแน่นด้วยคุณภาพทั้งในเรื่องของวัสดุที่ใช้ไปจนถึงการประกอบและที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของราคาที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริง ๆ

ใครกำลังมองหาเมาส์ดี ๆ สักตัวในราคาสบาย ๆ แต่อยากได้เรื่องของความคุ้มค่าและความสวยงาม HyperX Pulsefire Raid ถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกหนึ่งตัวในท้องตลาดครับ

 

 

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close