รีวิว FRUIT NINJA 2 : เกมฟันผลไม้ในตำนานที่กลับมาพร้อมระบบที่น่าสนใจมากมาย

หนึ่งในเกมมือถือรุ่นบุกเบิกที่ใครหลายคนต้องเคยปาดหน้าจอโทรศัพท์จนจอเป็นรอยหรือฟิล์มร้าวกันมาแล้ว น่าจะเป็นเกมที่มีชื่อว่า Fruit Ninja และใครเล่าจะคาดคิดว่าวันเวลาผันผ่านไปเนิ่นนาน เกมนี้จะกลับมาอีกครั้งพร้อมภาคต่อใน Fruit Ninja 2 แต่จะให้ลงว่าเกมเปิดแล้ว มันธรรมดาไป วันนี้เรามารีวิวกันให้ดูเลยว่า Fruit Ninja 2 เกมที่ทิ้งห่างจากภาคแรกมาสิบปีเต็ม มีอะไรใหม่บ้าง และสมกับเป็นเกมยุคปี 2020 นี้หรือไม่

Gameplay

แน่นอนว่าเกมแบบนี้ไม่มีเนื้อเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามมีตัวละครใหม่ ๆ เปิดตัวมามากมายในเกมภาคนี้ แต่ละตัวก็จะมีเนื้อเรื่องเสริมเล็กน้อยพอให้เราสนุกกับการอ่านประวัติตัวละคร

เกมเพลย์หลัก ๆ ยังคงเป็นการปาดผลไม้อย่างเมามันด้วยนิ้วของเรา ลากไปลากมาบนจอมือถือ สำหรับตัวเกมในปัจจุบันมีโหมดให้เล่นหลากหลาย เริ่มจากโหมด Arcade ที่เล่นเพื่อเก็บคะแนนปลดล็อคไปเรื่อย ๆ โหมด Zen โหมดเล่นสนุก เพียงแค่ทำคะแนนสูงสุดขึ้นไปเรื่อย ๆ และขาดไม่ได้เลยกับโหมด Classic ที่เราจะต้องเล่นให้นานที่สุด ห้ามฟันโดนระเบิดลูกสีแดง และห้ามปล่อยผลไม้ตกลงไปข้างล่างเกินสามลูก หรือถ้าฟันโดนระเบิดก็จบทันที โหมดนี้ถือเป็นโหมดหลักของเกมในภาคแรกเลย สลับวนเครื่องกันเล่น สนุกมาก

แน่นอนว่าเหล่าผลไม้ต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม ใครที่ชอบสไลด์นิ้วปาดรัว ๆ กับลูกสีแดง ๆ เพื่อสร้างคอมโบสูงสุดก็ยังได้เล่นกันต่อในภาคนี้

ในเมื่อเกมเพลย์หลักยังคงเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นเราจะโฟกัสไปที่สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา นั่นคือระบบมีดดาบและสกิลเสริมที่ทำให้เกมการเล่นแตกต่างไปจากภาคแรก สกิลเสริมพลังจะมาในชื่อ Power Up โดยสกิลพาวเวอร์อัพต่าง ๆ นี้จะทั้งแบบที่ใช้ได้ในโหมด Single Player และโหมด Multiplayer

ยกตัวอย่างเช่น Big Fruit ที่เมื่อกดใช้แล้วผลไม้จะลูกใหญ่ขึ้น ทำให้ปาดง่ายขึ้น และคอมโบได้่าย / Great Wave ที่เรียกคลื่นทะเลให้เสกผลไม้กองใหญ่ขึ้นมาให้เราปาดกันแบบง่าย ๆ และยังมีสกิลอีกหลากหลายที่จะให้เราปลดล็อคทั้งจากการเปิดกล่องเติมเงิน และหาได้จากกล่องฟรีในเกม

ในขณะที่มีดดาบเองก็มีก็มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม มีค่าสถานะที่แบ่งกันชัดเจน เช่มมีดนี้อาจมีค่าคริติคอลสูงกว่ามีดอื่น หรือ Max Blitz สะสมสูงกว่ามีดอื่นเป็นต้น แน่นอนว่าค่าสเตตัสนี้จะมีผลใน Multiplayer และเรายังสามารถอัปเกรด ให้ค่าสถานะสูงขึ้นได้

จะเห็นได้ว่าภาคนี้ได้เพิ่มระบบใหม่ ๆ เข้ามามากมายให้สมกับเป็นเกมมือถือในยุคปัจจุบัน และเก็บเอกลักษณ์เดิมจากภาคแรกเอาไว้ด้วย เป็นการสานต่อที่ดีงาม แต่ระบบต่าง ๆ จะทำให้เกมสนุกขึ้นหรือไม่ อันนี้ต้องหาคำตอบกันในหัวข้อถัดไป

ระบบ Garden และ League PVP

เชื่อว่าหลายคนชอบระบบปลูกผักทำฟาร์ม แต่ก็โชคดีที่ใน Fruit Ninja 2 ไม่ใช่อย่างที่เราคิด ระบบปลูกผักในเกมนี้จะเหมือนกับระบบกล่องสมบัติที่ต้องใช้เวลาในเกมอื่น ถึงจะเปิดได้ ปัญหาของมันคือการใช้เวลาที่นานเกินไป ต้องรดน้ำถึง 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งมีคูลดาวน์ 1 ชั่วโมง และเมื่อเปิดกล่อง เรามีโกอาสได้ทั้งเงินในเกม เศษสกิล และอื่น ๆ อีกมากมายเป็นการสุ่ม ปัญหาเดียวของระบบนี้คือการใช้เวลามากเกินไปจนหลายคนอาจจะมองว่าเป็นระบบ Pay 2 Win แต่เกมเพลย์หลัก ๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ Stamina ทำให้เราสามารถเล่นซ้ำได้เรื่อย ๆ ถ้าไม่เบื่อหรือปาดจอจนนิ้วล็อคไปซะก่อน

อีกหนึ่งระบบที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้คือระบบ League PVP ที่เราจะได้ประชันฝีมือการฟาดฟันผลไม้กับผู้เล่นคนอื่น แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นระบบเรียลไทม์หรือไม่ รูปแบบการ PVP ของเกมนี้คือจะแบ่งเป็นฝ่ายแดงกับน้ำเงิน เมื่อผลไม้ลอยขึ้นมา แต่ละคนจะต้องปาดให้หมด เพื่อเก็บคะแนน โดยทั้งสองฝั่งจะมีผลไม้สลับขึ้นมา ไม่ได้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นปัจจัยการเอาชนะของทั้งสองฝั่งจึงอยู่ที่มีดดาบ สกิล และฝีมือ ตรงนี้คนเติมกว่าอาจจะได้เปรียบเล็กน้อย แต่ตอนนี้ผู้เขียนมองว่าการเติมเงินยังไม่ได้เพิ่มช่องว่างระหว่างคนเล่นฟรีกับเติมเงินขนาดนั้น

ระบบ Season Pass

นี่คือระบบที่หลากหลายเกมยุคนี้ต้องมี และเกมอย่าง Fruit Ninja 2 ก็ยังไม่วายใส่มาด้วย แถมราคาก็ยังเป็นมาตรฐาน ไม่ได้แพงจนเกินไป เพียงแต่ของที่ได้นั้นผู้เขียนมองว่าไม่ได้คุ้มค่าสักเท่าไร ของรางวัลที่พอจะเข้าตาก็มีเพียงสกินมีดดาบและตัวละคร ซึ่งใครที่ไม่ชอบแต่งสวยงามก็อาจจะไม่เป็นขนาดนั้น วิธีอัปเลเวลก็คือการทำ Daily Quest และ Seasonal Quest ที่อาจจะต้องอาศัยการเล่นต่อเนื่องเสียหน่อย

โดยรวมแล้ว Fruit Ninja 2 ถือว่าเป็นเกมที่คงเอกลักษณ์เดิมไว้ได้ครบถ้วน เพิ่มเติมคือระบบการเล่นใหม่ ๆ ให้สมกับเป็นแนวเกมยุคปัจจุบันมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นการเพิ่มระบบ Multiplayer เข้ามา จะดึงดูดคนได้มากน้อยแค่ไหน ก็คงขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นชอบมันหรือไม่ ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าไม่ทำเควสท์เล่นกับผู้เล่นอื่น ก็คงเล่นแค่โหมด Arcade กับ Classic เอาสนุกก็เพียงพอแล้ว และโชคดีที่ทั้งสองโหมดนี้ยังเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของ Fruit Ninja ที่เราคิดถึงไว้ได้ดีเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง

Fruit Ninja 2 เปิดให้เล่นแล้ววันนี้ทั้งบน iOS และ Android

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close