รีวิว Far Cry 6 : ปฎิบัติการเดือดล่าล้างเผด็จการ

นี่คือ Far Cry ที่ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญในรอบหลายปีของซีรีส์ไกลตะโกนที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด

บอกได้เลยว่านี่คือเกมที่หลายคนเฝ้ารอกันมากที่สุดในปี 2021 เพราะเวลาไปสอบถามว่าปีนี้แต่ละคนรอคอยเกมอะไรกันอยู่ Far Cry 6 ก็จะติดโผรายชื่อเป็นอันดับหนึ่งอยู่ตลอด  หลังการเปิดตัวด้วย Trailer ที่น่าตื่นเต้นกับเรื่องราวการต่อสู้เพื่อโค้นล้มเผด็จการ บวกรวมเข้ากับเกมการเล่นที่เชื่อว่าน่าจะได้รับการพัฒนาในหลายจุด

Far Cry 6 จะเป็นเกมที่แฟน Far Cry ชื่นชอบหรือเปล่า ไปดูกันในรีวิวฉบับเต็มของตัวเกมกันเลย

เนื้อเรื่อง

เนื้อหาในเกมภาคนี้จะดำเนินอยู่บน Yara ประเทศหมู่เกาะสมมุติที่มีประเทศ “คิวบา” เป็นแรงบันดาลใจ โดย Yara นั้นเป็นประเทศปิดและถูกปกครองโดยผู้นำเผด็จการนาม Antón Castillo (แอนตัน คาสติโร่)

ซึ่งแอนตัน คาสติโร่ชูโครงการยารักษามะเร็งที่ปลูกได้ที่ Yara เท่านั้นเป็นนโยบายหลักของประเทศ ประชาชนจะถูกสุ่มเลือกให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตยารักษามะเร็ง แต่ด้วยความที่การปลูกยาดังกล่าวเป็นพิษ ผลที่ตามมาก็คือนี่คือโครงการมรณะที่ทำให้ประชาชนของ Yara ถูกส่งไปตาย

การปกครองแบบเผด็จการเด็ดขาดของแอนตันนำไปสู่การก่อตั้งกลุ่มกองโจร “เกอลีญ่า” ที่มีเป้าหมายในการโค้นล้มรัฐบาลของแอนตัน และภายในเกมภาคนี้เราจะรับบทเป็นตัวเอกนาม Dani Rojas อดีตทหารสังกัดกองทัพที่ต้องการหลบหนีออกจาก Yara แต่โชคชะตานำพาไปต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเหล่า “เกอลีญ่า” และหาทางโค่นจอมเผด็จการให้สำเร็จ

ในฝั่งของเนื้อเรื่องนั้น Far Cry 6 ปล่อยของอย่างรวดเร็ว เราจะได้พบกับ NPC ที่น่าสนใจมากมายหลายตัว ขณะเดียวกันเนื้อเรื่องก็พาเราเจาะลึกไปยังตัวร้ายหลักอย่างแอนตันได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนของ “โทน” ในการเล่าเรื่องนั้น Far Cry 6 ก็ยังคงความเป็น Far Cry เอาไว้เช่นเดิม ตัวเกมจะมีทั้งภารกิจและคัทซีนฮา ๆ สลับกับเนื้อหาสุดจริงจัง ที่พาคุณไปสำรวจการเมืองการปกครอง การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจ

โดยรวมแล้ว Far Cry 6 พัฒนาในส่วนของเนื้อเรื่องให้น่าสนใจและเหนือล้ำขึ้นมากว่าภาคหลัง ๆ ได้อย่างชัดเจน ยิ่งการที่ตัวละครเอกของเราสามารถพูดได้และมีส่วนร่วมกับการสนทนาก็ยิ่งทำให้การเล่าเรื่องในภาคนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

การนำเสนอ

โดยแก่นหลักแล้ว Far Cry 6 ก็ยังคงเป็นเกมยิง FPS ในแนว Open World เหมือนเดิม นี่คือเกมที่คุณจะได้ไล่ล่าทำภารกิจหลัก ตามหาภารกิจย่อย ออกสำรวจไล่เก็บของสะสม ปลดล็อคอาวุธชุดเกราะใหม่ ๆ บุกถล่มปราการของศัตรู เรียกได้ว่าระบบการเล่นหลักของเกมยังคงเป็นเกม Far Cry เอาไว้ทุกประการ

แต่ส่วนที่ Far Cry 6 ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมก็คือการนำเสนอโลกที่น่าสนใจ ในภาคนี้เรามีกิจกรรมมินิเกมมากมายหลายรูปแบบให้ได้ทำ สภาพแวดล้อมก็มีความหลากหลายแถมสวยงามเป็นอย่างมาก (สายชมวิวกับสายถ่ายรูปต้องชื่นชอบแน่นอนและตัวเกมก็มาพร้อม Photo Mode ด้วย) ส่วนของการออกแบบ Open World และระบบต่าง ๆ ก็ชวนให้เราออกสำรวจเพื่อตามหาชุดและหา Resource มาเพื่ออัพเกรดอาวุธของเรา

ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็น Far Cry ภาคแรกที่มีระบบสภาพอากาศในรอบหลายปี โดย Far Cry ภาคสุดท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก็คือ Far Cry ภาค 2 ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าเอาแค่ระบบนี้ระบบเดียวก็ส่งให้ภาคนี้เหนือกว่า Far Cry ในหลายภาคที่ผ่านมา  ด้วยระบบการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเราจะได้เห็นกลางวันกลายเป็นกลางคืน เมฆที่ตั้งเค้าก่อนจะกลายเป็นฝนหรือพายุ ลมที่พัดต้นไม้ใบหญ้าภายในฉาก

อีกจุดที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Far Cry 6 เลยก็คือฉากเมือง ตัวเกม Far Cry ภาคที่ผ่านมา ๆ มักจะนำเสนอการต่อสู้แค่ในป่าหรือป้อมปราการพื้นที่ห่างไกล แต่ใน Far Cry 6 นี้ ทั่วทั้งแผนที่จะมีจุดที่เป็นเมืองกระจายอยู่ ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการต่อสู้และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี

การปรับปรุงอีกจุดที่ผมชื่นชอบก็คือภาคนี้ Cut Scene ต่าง ๆ ในเกมจะนำเสนอผ่านมุมมองบุคคลที่สามทำให้เรามองเห็นตัวละครของเราได้แบบเต็มที่ ตัวละครเอก Dani นั้นมีการโต้ตอบกับฉากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ฉากเดินสำรวจในฐานทัพหลักของกลุ่ม “เกอลีญ่า” ตัวเกมก็มีการตัดสลับเป็นมุมมองบุคคลที่สามให้เราได้เห็นความเท่ของตัวเอกเราแบบเต็ม ๆ

อย่างไรก็ตามแม้ตัวเกมในภาคนี้จะมีการพัฒนาในหลายภาคส่วนแต่โดยรวมแล้วความรู้สึกในระหว่างเล่นก็ยังจะคงทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า “นี่มันเกม Far Cry แบบเดิมชัด ๆ” แม้แต่บางภารกิจบางฉากนั้นก็มีการอ้างอิงฉากเด็ด ๆ จากภาคเก่าในหลายอัน ดังนั้นเตือนกันไว้ก่อนว่าโดยรวมแล้วนี่ก็ยังเป็นเกม Far Cry แบบที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่การพลิกสูตรเป็นอาหารจานใหม่ แต่เป็นการต่อยอดอาหารจานโปรดที่เราคุ้นเคยเสียมากกว่า

จุดเด่นที่สุดในแง่การนำเสนอของภาคนี้สำหรับเกมเมอร์ชาวไทยก็น่าจะเป็น “ซับไตเติลภาษาไทย” ที่ทาง Ubisoft ใส่เข้ามาภายในเกม ข่าวดีก็คือการแปลในเกมนี้ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ประโยคพูดคุยต่าง ๆ มีการแปลที่ถูกต้องตามบริบท มีการใส่อารมณ์ลงไปในการแปลทำให้อ่านแล้วลื่นไหล

อีกส่วนที่ต้องพูดถึงในภาคนี้ก็คือโหมด Coop ตัวเกมภาคนี้รองรับการเล่น Coop แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งผู้เล่นที่เป็นเจ้าของห้องจะได้รับ Progress ของภารกิจต่าง ๆ ที่ไล่ทำ ส่วนผู้เล่นที่ Join เข้ามาจะได้รับประโยชน์เป็นพวก Resource ต่าง ๆ ที่เก็บได้ในระหว่างการเล่น ก็ต้องบอกเลยว่าพวกยานพาหนะในเกมนั้นออกแบบมาโดยอิงการใช้งานในโหมด Coop เป็นหลัก รถต่าง ๆ ติดตั้งป้อมปืนไว้ด้านบนให้เราขับพาเพื่อนไปออกลุยยิงศัตรู พอพูดถึงยานพาหนะแล้วภาคนี้เราสามารถเลือกปรับแต่งยานพาหนะของเราได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วน ปืน สี ไปจนถึงของตกแต่งภายในรถ แต่เกมเมอร์สายลุยเดี่ยวอาจจะขัดใจนิด ๆ ที่ต้องสลับไปมาระหว่างการขับกับการบังคับป้อมปืนด้วยตนเอง ยังดีที่ภาคนี้มีทั้งรถถังและเครื่องบินให้เราได้สนุกแบบคนเดียวไม่ต้องง้อ Coop ด้วยเช่นกัน

ในแง่การนำเสนอนั้นข้อสังเกตใหญ่สุดที่ผมเห็นได้ก็คือภาคนี้ทางทีมงาน Ubisoft ดูทุ่มเทปล่อยของกันแบบเต็มที่ พวกฉากคัทซีนรวมไปถึงการออกแบบภารกิจต่าง ๆ โชว์ของเด็ดกันตลอดทั้งเกม ทำให้อารมณ์การเล่นนั้นต่อเนื่องลื่นไหลมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และระหว่างการเล่นก็สัมผัสได้ตลอดว่านี่เป็น Far Cry ภาคที่ทีมงานทุ่มเทกันจริง ๆ

เกมการเล่น

ส่วนที่เปลี่ยนแปลงและยกระดับใหม่ในภาคนี้ จะเป็นส่วนของศัตรูและการพัฒนาตัวละครของเรา ศัตรูในภาคนี้จะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีทั้งพวกที่ใส่เกราะหนัก เกราะเบา หรือชุดกันสารพิษ ทำให้เราต้องเลือกใช้กระสุนที่เหมาะสมในการจัดการเหล่าศัตรู ผู้เล่นจำเป็นต้องวางแผนให้ดีว่าอาวุธชนิดไหนจะใส่กระสุนอะไรไป กระสุนเจาะเกราะสำหรับศัตรูเกราะหนา กระสุนระเบิดสำหรับจัดการกับพวกยานพาหนะ กระสุนทำลายเนื้อสำหรับศัตรูทั่วไป หรือแม้กระทั่งกระสุนไฟและกระสุนพิษก็มีให้เลือกใช้งานกันในเกมนี้

ตัวปืนหรืออาวุธในภาคนี้จะมาพร้อมการปรับแต่งและการอัพเกรดหลายอย่าง เราสามารถเลือก Craft กระสุนชนิดใหม่ให้กับปืน รวมไปถึง Craft ของแต่งพื้นฐานเช่นกล้องช่วยเล็ง ที่เก็บเสียง หรือใส่ Perk พิเศษ ๆ ให้กับปืน เพื่อปรับแต่งอาวุธให้เข้ากับสไตล์การเล่นของเรามากที่สุด เช่น ใส่กระสุนเร็วขึ้น เคลื่อนที่เร็วขึ้นเวลาเล็งปืน อีกส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงในภาคนี้ก็คือเรื่องของระบบ Skill ในภาคนี้ความสามารถพิเศษและ Bonus ต่าง ๆ จะถูกโยนเข้าไปอยู่ใน Item เครื่องแต่งกาย ซึ่งชุดสวมใส่เหล่านี้จะมอบโบนัสพิเศษที่แตกต่างกันไปยกตัวอย่างเช่น เพิ่มความสามารถในการป้องกระสุนเจาะเกราะ เพิ่มจำนวน Item ที่ได้รับเมื่อ Loot ของภายในฉาก ซึ่งโบนัสต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีให้เราเลือกปรับแต่งใช้งานหลายรูปแบบตามที่เราต้องการ

พอเป็นแบบนี้พวกท่วงท่า Skill พื้นฐานในเกมตระกูลนี้ก็จะถูกปลดล็อคให้เราสามารถใช้งานได้ตั้งแต่ต้น การทำ Takedown จากมุมต่าง ๆ หรือกระโดด Takedown ศัตรูจากด้านบน การทำ Chain Takedown ทั้งหมดนี้เราสามารถใช้งานได้เลยไม่จำเป็นต้องไปปลดล็อคพัฒนาตัวละคร

ระบบเพื่อนคู่หูจากภาคก่อน ๆ ก็ถูกเอาออกไป ภาคนี้คู่หูประจำตัวของเราจะมีแค่เจ้าสัตว์ร้ายสุดน่ารักโดยในเกมจะเรียกว่า Amigos แทน เราสามารถอัพเกรดความสามารถของพวกมันได้ด้วยการทำ Challenge ที่กำหนดมา ยิ่งไปกว่านั้นในเกมยังมีชุดแต่งให้พวกสัตว์เหล่านี้รอคอยให้เราปลดล็อคตามหากันอีกด้วย

นอกจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ที่เราพูดกันไปแล้วข้างต้น จุดเด่นอีกอย่างที่ฉีกให้ตัวเกมภาคนี้แตกต่างจากภาคอื่น ๆ ก็คือเรื่องของอาวุธพิเศษสองรูปแบบ ชิ้นแรกก็คืออาวุธถือในรูปแบบปืนที่เป็นการหยิบเอาของเหลือต่าง ๆ มาประกอบเป็นอาวุธ โดยในเกมจะใช้ชื่อว่า Resolver Weapon ซึ่งก็มีความสามารถที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นปืนไฟ โล่เหล็กคู่ปืนลูกซองเล็ก ปืนยิงตะปู ปืนยิงฉมวกเหล็กและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่ง Resolver Weapon ก็สามารถปรับแต่งใส่ Mod เพื่อปรับสไตล์การเล่นได้แบบเดียวกับอาวุธอื่น ๆ ในเกม 

และชิ้นสุดท้ายอาวุธติดหลังในรูปแบบ Ultimate หรือที่ในเกมเรียกว่า Supremo ซึ่งการเรียกใช้งานนั้นจะเป็นการเก็บเกจพลังให้เต็มหลอด ซึ่งเราจะได้เกจหลังมาจากการสังหารศัตรู ยิ่งยิงได้เยอะก็ยิ่งชาร์จเกจพลังเร็วขึ้น  ซึ่ง Supremo ก็มีให้เลือกใช้หลายรูปแบบทั้งจรวดโจมตี ปล่อยคลื่นไฟฟ้า หรือปล่อยเปลวเพลิง ปล่อยควันพิษ หรือเป็นแบบช่วยให้เราเคลื่อนที่ได้หลากหลายขึ้น แน่นอนว่า Supermo ถือเป็นท่าไม้ตายที่เอาไว้ใช้ผลิกสถานการณ์นั่นเอง จัดเป็นลูกเล่นใหม่ที่เข้ามาช่วยเพิ่มสีสันในเกมเติมความเป็นแฟนตาซีให้ตัวเกมภาคนี้ไปอีกขั้น

ในส่วนของการต่อสู้ด้วยปืนนั้นคงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมาก การยิงต่อสู้ถือเป็นจุดเด่นที่ Far Cry 6 รักษามาตรฐานเอาไว้ได้ดี ความรู้สึกของการใช้อาวุธยิงนั้นลื่นไหล ไม่มีติดขัด แต่ในด้านการเคลื่อนที่นั้นปัญหาจาก Far Cry ภาคเก่า ๆ ก็ยังคงตามมาหลอกหลอนเราในภาคนี้ โดยเฉพาะการเคลื่อนที่ในการไต่ขึ้นที่สูงและการสไลด์ที่ยังมีอาการติดขัดเล็กน้อยเหมือนเดิม

อีกจุดที่หลายคนอาจจะสงสัยข้องใจกันอยู่ก็คือในส่วนของระบบ Rank ก็ขอให้สบายใจกันได้ Far Cry 6 ไม่ได้เป็นเกม RPG ที่มีระดับเลเวลของตัวละครแต่อย่างใด แต่ภายในเกมฉากต่าง ๆ และตัวละครของเราจะมีค่า Rank เอาไว้ให้เช็คดูว่าเราพร้อมจะเข้าไปลุยในพื้นที่ Rank สูง ๆ หรือเปล่า  ศัตรูในจุดที่ Rank สูง ๆ จะมีอาวุธและชุดเกราะที่ดีกว่าศัตรูในพื้นที่ทั่วไปส่วน Rank ของเราที่เพิ่มมากขึ้นจากการทำภารกิจจะเป็นการปลดล็อคอาวุธและชุดใหม่ ๆ ให้เราเลือกใช้งาน  ตัวเกมยังมีระบบปรับ Rank ของศัตรูให้สูสีกับเราอยู่ตลอดในทุกพื้นที่ ดังนั้นในตอนต้นเกมเราสามารถเลือกไปสำรวจพื้นที่ไหนก็ได้ตามใจของเราโดยไม่ต้องกังวลว่าจะสู้กับศัตรูไม่ได้หรือจะเป็นการไปเก็บ Rank แล้วกลับมายำศัตรูระดับต่ำ ๆ

อีกระบบที่มีการใส่เข้ามาในเกมก็คือ Heat Meter โดยเมื่อยิ่งเราออกลุยสังหารทหารศัตรูมากขึ้นเท่าไหร่ Heat Meter ของเราก็จะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น เมื่อถึงจุดหนึ่งทางแอนตันจะส่งกองกำลังพิเศษมาจัดการเราโดยเฉพาะ

สำหรับเกมเมอร์สายคุ้มค่าข่าวดีก็คือ Far Cry 6 ถือเป็นภาคแรกที่มีระบบ Endgame ถูกวางเอาไว้เรียบร้อย โดย Ubisoft จะมีการอัพเดทศัตรูเข้าไปยังปราการตามจุดต่าง ๆ ซึ่งผู้เล่นสามารถบุกไปถล่มเพื่อแลกของรางวัลเป็นอาวุธและชุดเกราะใหม่ ๆ ที่จะถูกอัพเดทเข้าในเป็นระยะหลังเกมวางจำหน่ายไปแล้ว นอกจากนั้นทีมงานยังเปิดเผยแผนการภารกิจที่จะอัพเดทแบบฟรี ๆ ออกมาแล้ว ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้และจบเกมแล้วแต่ยังอยากสนุกกับ Far Cry 6 ต่อแบบยาว ๆ ก็เตรียมรับมือเนื้อหาใหม่ ๆ ที่ว่ากันได้

กราฟิก/ประสิทธิภาพ

อย่างที่ผมบอกไปข้างต้น Far Cry 6 นั้นมีสภาพแวดล้อมที่สวยงามเป็นอย่างมาก กราฟิกในเกมอาจจะไม่ได้กระโดดพัฒนาขึ้นจากภาคที่แล้วแบบเห็นได้ชัด แต่ส่วนของงานศิลป์และเทคโนโลยีการแสดงผลแบบเก็บรายละเอียดถูกพัฒนาขึ้นมาก แสงเงา รายละเอียดพื้นผิว และมีการใส่เทคโนโลยีหลายอย่างเข้าไปในเกม

ตัวเลือก Option ต่าง ๆ ก็มีความหลากหลายเราสามารถเลือกปิด UI ที่ไม่ต้องการได้ทั้งหมด หรือจะปรับแต่งการแสดงผลสำหรับคนตาบอดสีก็ได้อีกเช่นกัน เรียกได้ว่าทางทีม Ubisoft มีความใส่ใจในการพัฒนาภาคนี้แบบเห็นได้ชัด ส่วนคอเกม PC ที่ใช้จอแบบ Ultrawide ก็ขอให้ดีใจ Far Cry 6 จัดเป็นเกมหนึ่งที่สนับสนุนการแสดงผลแบบ Ultrawide ในอัตราส่วน 32:9 ใครมี PC แรง ๆ ก็รับชมภาพสวย ๆ เต็มตากันได้เลย

อย่างไรก็ตามในการทดสอบตัวเกมใน Patch บน Version Review แม้ผมจะไม่ได้พบบัคที่ร้ายแรงจนถึงขนาดเกมล่มหรือไปต่อไม่ได้ แต่ก็มีปัญหาในการเชื่อมต่อบนโหมด Coop และบัคในภารกิจ Mini Game บางอันที่ไปต่อไม่ได้จนต้องกดโหลดเกมใหม่ ซึ่งเชื่อได้ว่าปัญหาหลายอันน่าจะได้รับการแก้ไขใน Patch ฉบับ Day 1

 

สรุป

Far Cry 6 ถือเป็น Far Cry ที่ดีขึ้นและใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตัวเกมจัดเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่ในรอบหลายปีของเกมตระกูลนี้ สำหรับแฟนเกมยิง Open World แล้วนี่ถือเป็นผลงานที่คุ้มค่าการรอคอย และแม้เกม ๆ นี้จะไม่ได้เลิศล้ำปฎิวัติวงการแต่ก็ถือเป็นเมนูโดนใจที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเล่นสนุกและยังหาซีรีส์อื่น ๆ มาเทียบเคียงได้ยากยิ่ง

ข้อดี 

  • ปรับปรุงทุกภาคส่วนจาก Far Cry ภาคที่ผ่านมา
  • Gun Play การยิงสนุกตื่นเต้นเหมือนเดิม
  • อัดแน่นด้วยเนื้อหามากมายและฉากขนาดใหญ่
  • แปลไทยได้ดีเยี่ยม

ข้อด้อย

  • จะไม่โดนใจเกมเมอร์ที่ “เบื่อ” Far Cry แบบเดิม ๆ
  • อาวุธบางชนิดมีการติดขัดในการใช้งานแบบชัดเจน (โดยเฉพาะเจ้าจรวด Supremo)
  • อนิเมชั่นทุกอย่างเหมือนเดิมนำไปสู่ความไม่ลื่นไหลในการเคลื่อนไหวบางจังหวะ

คะแนน 8.5/10

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง