รีวิว Days Gone วันดี วันร้าย วันตายที่ใกล้เข้ามา


เมื่อโลกพบกับอันตรายระดับนรก สิงห์นักบิดตัวเดียวหัวเดียวไม่มีใคร จะเอาตัวรอดในโลกนี้ได้หรือไม่ ไปชมกันกับ รีวิว Days Gone

Story

รัฐ ออริกอน , สหรัฐอเมริกา นับเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่ไวรัสประหลาดได้เปลี่ยนทุกสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นสัตว์อันตราย ผู้คนที่ยังรอดชีวิตได้ขนานนามผู้ติดเชื้อว่า Freaker ในเวลานี้ ดีคอน เซนท์ จอห์น สิงห์นักบิดประจำเมือง ยังคงดิ้นรนกับการต่อสู้ เพื่อหาเหตุผลในการมีชีวิต

ดูเผิน ๆ เกมนี้มันก็เหมือนเกมซอมบี้ทั่วไป แต่ขอบอกเลยว่า Days Gone มันเป็นมากกว่านั้น เอาแค่พวก Freaker เนี่ย มันก็ไม่ใช่ซอมบี้ มันเป็นอะไรที่หนักกว่าซอมบี้อีก อยากรู้ว่ามันคืออะไรเอาไว้ไปเล่นเอง

ในเกมนี้จะไม่มีการเล่าปูมหลังของเกม แต่คุณจะได้เรียนรู้ระหว่างการเล่นว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นยังไง ดีคอน เซนท์ จอห์น เป็นใคร เคยทำอะไรมาบ้าง มีความสัมพันธ์กับคนอื่นยังไง ซึ่งนี่เป็นวิธีการเล่าที่น่าติดตามมาก

แล้วมีจุดนึงที่ผมชอบมากเลย นั่นคือทุกบทบาททุกการกระทำของตัวละคร จะมีเหตุผลตลอดเวลา คุณจะไม่เจอบทแปลก ๆ ไม่เม้คเซ้นส์ แม้แต่การแสดงอารมณ์ก็ดูสมจริง คุณจะได้เจอฝักฝ่ายที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ไม่ได้ถูกแล้วก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว ทุกคนต่างมีเหตุผลที่ทำแบบนั้น และเหตุผลที่ว่าก็ฟังขึ้นทุกคน แม้จะเป็นตัวร้ายที่ดูโรคจิตสุด ๆ ก็ตาม ในเมื่อทุกอย่างมันติดดิน สมจริงตลอด ผลก็คือมันทำให้เราแคร์กับตัวละครทุกฝ่าย เพราะทุกคนมีความเป็นมนุษย์เพียงแต่ว่าคิดกันคนละแบบ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเราต้องเลือกในการทำดีกับฝ่ายไหน เพราะเกมนี้ดำเนินแบบเส้นตรง คุณแค่ดูอย่างเดียวว่า ดีคอน เขาจะทำอย่างไร

การดำเนินเรื่องก็เป็นอีกจุดที่ดึงให้เราติดอยู่กับมัน วิธีการเล่ามันจะเหมือนหนังซีรีส์ หลาย ๆ เรื่อง จะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ทำให้เรารู้สึกว่ามันมีหลายอย่างเกิดขึ้นตลอดเวลา และแต่ละเรื่องจะมีการ Tease มีการแหย่ผู้เล่น ให้เรารู้สึกว่าอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป  ซึ่งขอเตือนไว้ก่อนว่าเกมนี้ยาวพอตัว เอาแค่เฉพาะเนื้อเรื่องหลัก ก็ขอให้เตรียมไว้อย่างต่ำ 40 ชั่วโมง

แม้ว่าในช่วงท้ายคุณอาจจะรู้สึกว่า มันไม่ค่อยสุด มันออกจะธรรมดาในสไตล์หนังฮอลลีวู้ดทั่วไป แต่มันก็ยังพอให้อภัยได้ เพราะในความธรรมดาของมันก็ยังมีเหตุผลรองรับ แต่ช่วงที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือช่วงที่คุณกำลังเดินทางไปสู่ช่วงท้าย นั่นคือตั้งแต่เริ่มเกมเลย แม้ว่าเกมนี้จะเป็นแนว Open world ที่ส่วนใหญ่เราจะติดพันกับการนำเสนอกับเกมการเล่น แต่สำหรับ Days Gone เนื้อเรื่องคือที่สุด

Presentation

ตอนที่ผมไปฟังสัมภาษณ์จากตัวแทนของผู้พัฒนาเกมนี้ เขาบอกว่า Days Gone เป็นเกมที่เขาสร้างโดยใช้พื้นที่แถวออฟฟิศเขาเลย นั่นคือ รัฐ ออริกอน ชื่อ Bend ที่เขาตั้งเป็นชื่อ Studio ก็คือชื่อเมืองที่เขาอยู่นั่นแหละ และเมื่อดูจากผลงานฉากของเขาก็สมแล้วที่ทำจากบ้านตัวเอง ทั้งป่า ภูเขา ทะเลสาบ เขตเมือง เขตเพาะปลูก ทุกส่วนดูละเอียดมาก และถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดว่าแต่ละที่มีที่มายังไง เขาก็มีเรื่องย่อให้เราตามเก็บ ของพวกนี้ไม่มีผลกับเกมการเล่น เก็บเพื่อสัมผัสบรรยากาศโดยเฉพาะ

และอีกอย่างที่ผู้เขียนชอบมากนั่นคือระบบสภาพอากาศ ในจังหวะที่พายุเข้า หิมะตก มันดูดีมาก ๆ แต่ในช่วงแรกคุณอาจจะรู้สึกว่าแผนที่มันไม่ใหญ่อย่างที่คิด ขี่มอเตอร์ไซค์ไปหน่อยก็สุดทางแล้ว แต่ขอให้ใจเย็น ๆ เพราะมันจะขยายไปตามเนื้อเรื่อง อาจจะไม่ใหญ่บ้าพลังระดับ Assassin’s Creed ภาคล่าสุด แต่ก็ใหญ่เอาเรื่อง

ระบบการพัฒนาตัวละครจะมีอยู่ 3 อย่าง นั่นคือ สกิล อาวุธ แล้วก็มอเตอร์ไซค์ สกิลคุณจะได้จากการเก็บ XP จนถึงระดับนึง เพื่อเอาแต้ม Skill point มาปลดล็อค สกิลแต่ละสายก็จะมีระดับ Tier ของมัน การจะขึ้นไปหาอีกขั้นคุณต้องปลดสกิลขั้นก่อนหน้า 2 สกิล ขั้นต่อไปถึงจะปลดล็อค ส่วนอาวุธ กับ มอเตอร์ไซค์ จะใช้ระบบเดียวกัน นั่นคือคุณต้องสร้างความเชื่อใจให้กับแคมป์ ในเกมนี้คุณไม่ได้เป็นพวกกับแคมป์ไหนแคมป์เดียว คุณเป็นมือปืนรับจ้างที่รับงานจากทุกคน ปืนใหม่กับของแต่งมอเตอร์ไซค์ จะถูกล็อคเอาไว้ด้วยระดับความเชื่อใจ คุณต้องทำมิชชั่นของแคมป์นั้น หรือจัดการอันตรายที่อยู่รอบ ๆ แคมป์ แล้วระดับความเชื่อใจจะสูงขึ้น ซึ่งมันยากตรงนี้ นั่นคือแต่ละแคมป์ ก็จะมีระดับความเชื่อใจ กับระดับ Credits แยกกัน Credits ของแคมป์นั้น เราก็ใช้ซื้อของได้จากที่นั่นที่เดียว และแต่ละแคมป์ก็จะมีของขายไม่เหมือนกัน แคมป์นึงอาจจะเน้นปืนแต่ไม่มีของแต่งมอเตอร์ไซค์ อีกแคมป์เน้นมอเตอร์ไซค์แต่ไม่มีปืน หรืออีกแคมป์มีทั้ง 2 อย่าง เพราะอย่างนั้นเราต้องเลือกว่าจะทุ่มเวลากับแคมป์ไหน แต่ไม่ต้องห่วงว่าอีกแคมป์จะไม่พอใจ มันเป็นแค่ว่าคุณอยากจะได้อะไรมาใช้ก่อน

และระหว่างที่คุณสำรวจฉาก คุณอาจจะเจอแคมป์โจรที่คุณเข้าไปล้างบางได้ หลังจากที่เก็บศัตรูหมดแล้วมันจะเป็นการปลดล็อคเซฟเฮาส์ ที่ให้คุณ Fast travel นอนเพื่อเร่งเวลา หรือเปลี่ยนอาวุธจากตู้ของเรา  แต่นอกจากแคมป์โจรยังมีสถานีวิจัยของรัฐบาลที่เราทำให้เป็นเซฟเฮาส์ได้ ในจุดนี้คุณต้องหาทางจ่ายไฟให้กับสถานีเพื่อปลดล็อตประตู ณ สถานีพวกนี้ นอกจากจะเป็นเซฟเฮาส์มันยังมียาเพิ่มพลัง ที่ให้คุณเลือกได้ว่าจะเพิ่มพลังชีวิต Stamina หรือพลัง Focus ที่เป็นพลัง Slow-motion ให้เราเล็งยิงง่ายขึ้น  แต่ในการจ่ายไฟให้สถานีอันนี้ถือว่าท้าทายแล้วก็เข้าใจคิดมาก ด้วยความที่ว่าสถานีพวกนี้เคยเป็นที่หลบภัยให้กับผู้อพยพ มันเลยมีโทรโข่งที่คอยประกาศข่าวอัตโนมัติ ถ้าเราจ่ายไฟโดยไม่จัดการโทรโข่งพวกนี้ก่อนเราอาจลำบาก เพราะมันจะเรียกศัตรูที่อยู่รอบ ๆ มาหาเราทันที คุณต้องดูเอาว่าจากเครื่องจ่ายไฟมันมีสายไฟเชื่อมไปถึงไหนบ้าง ซึ่งบางทีมันก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เพราะสายไฟมันแตกแขนงไปถึงไหนก็ไม่รู้ บางทีดูจนทั่วแล้วไอ้อันสุดท้ายดันแอบอยู่หลังเสานิดนึง จบเลย Freaker มาเป็นฝูง

จากที่ว่ามานี่ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่า นี่มันก็เกม open world ทั่วไป ไม่ได้แปลกใหม่อะไรมาก ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่เถียง การพัฒนาตัวละคร การสำรวจ การทำมิชชั่น มันไม่ต่างกับเกมทั่วไปเลย มันคือรูปแบบของเกมที่เราเล่นกันมา 3-4 ปีได้แล้ว แต่อย่างนึงที่ชอบ คือเขาไม่อัดหลายอย่างมาเยอะเกินไป มันไม่มีมิชชั่นที่ต้องหาของเป็นร้อยชิ้นหรือทำอะไรแบบเดิมร่วม 30-40 รอบ คือมีอยู่ไหม ก็มี แต่ไม่เยอะมาก และถ้าคุณจะไม่ทำก็ได้ แค่ว่าถ้าทำคุณจะเก่งขึ้นระดับนึง ปืนแรงขึ้น มอเตอร์ไซค์ดีขึ้น แต่มันไม่ถึงกับว่าต้องมีถึงจะเล่นจบ เพราะมันไม่ได้พึ่งความเป็น RPG ขนาดนั้น มันยังเป็นเกมแอ็กชั่นอยู่ ข้อดีคือมันทำให้ผู้เล่นอยู่กับเนื้อเรื่องหลัก อย่างที่ผมบอกในช่วงแรก เนื้อเรื่องคือที่สุดของเกมนี้ และในเมื่อเขาทำให้เราโฟกัสกับเนื้อเรื่องมากที่สุดก็ถือเป็นอะไรที่ดีมาก แต่ถ้าคุณเป็นพวกสายเก็บของ เก็บมิชชั่น เอาถ้วย Platinum มันก็ยังมีอะไรให้คุณทำ แถมไม่ต้องใช้เวลาเยอะเกินเหตุ

แต่การที่เขาทำให้เราไม่ต้องปั้มแรงค์นาน ไม่ต้องเก็บ XP เยอะ ผมว่ามันไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีพอในการดีไซน์มิชชั่นซ้ำ ๆ 90% ของมิชชั่นเสริมคือการยิงโจร ล่าค่าหัว = ยิงโจร ช่วยคน = ยิงโจร ทลายแคมป์โจร ก็ต้องยิงโจร ทุกอย่าง ยิงโจรอย่างเดียว ผมว่ามันน่าจะทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ช่วงที่คุณกำลังปั้มความเชื่อใจเพื่อเอาของดี ๆ  มันเลยน่าเบื่อระดับนึง แล้วอย่าลืมว่าทุกแคมป์มีค่าเชื่อใจที่แยกกัน และทุกแคมป์ก็ยิงโจรเหมือนกัน… Oh my god.

Gameplay

ถ้าใครคิดจะเล่นเกมนี้ อย่างนึงที่คุณต้องเข้าใจก่อนเลย Days Gone ไม่ใช่เกมคลายเครียด นี่ไม่ใช่เกมที่ให้คุณวิ่งเล่นชมวิว ยิงทุกอย่างตายง่าย ๆ คุณต่างหากที่อาจจะตายง่าย ๆ

ในโลกของ Days Gone คุณต้องระวังอยู่ตลอด เพราะว่าอันตรายจะมาหาเราเมื่อไหร่ก็ได้ ในช่วงกลางวัน พวก Freaker ส่วนใหญ่จะอยู่ในรัง ภัยที่คุณจะเจอเลยเป็นพวกโจร คุณอาจจะเจอสไนเปอร์ดักยิง เจอขึงเชือกขวางถนน หรือโดนดักตีที่ไหนก็ได้ แต่พอเวลากลางคืนพวกโจรจะหลบเข้าแคมป์ ในขณะที่พวก Freaker จะออกหากิน ในช่วงนี้คุณจะเจอ Freaker เยอะกว่าปกติ พวกมันจะอึดขึ้น หูดีมากขึ้น ยิ่งถ้าอากาศหนาวอย่างฝนตกหรือหิมะตกมันจะโหดขึ้น 2 เท่า แต่มันก็ไม่แน่นอนว่าจะเป็นแบบนี้ตลอด ในช่วงกลางวันคุณก็อาจจะเจอ Freaker ฝูงใหญ่ หรือตอนกลางคืน คุณอาจจะโดนดักตีก็ได้ เพราะงั้นไม่ว่าเวลาไหนหรือที่ไหนก็อย่าได้ประมาท

เพราะอย่างนี้มอเตอร์ไซค์ถึงสำคัญมาก มันคือพาหนะที่จะพาคุณออกจากนรกทุกขุม คุณต้องคอยระวังอย่าให้น้ำมันหมดและอย่าให้เครื่องพัง คุณจะเติมน้ำมันได้ที่ปั้มกับถังน้ำมันที่หาได้ตามฉาก ส่วนเครื่องยนต์คุณต้องซ่อมด้วยเศษเหล็กที่ได้จากการรื้อรถตามทาง ถ้ามอเตอร์ไซค์เราไปต่อไม่ได้ คุณจะได้สัมผัสการเอาตัวรอดที่โคตร Extreme ลองนึกภาพ คุณน้ำมันหมดกลางป่า แล้วสถานีที่อยู่ใกล้สุด ห่างออกไปเกือบโล โดยมีเหล่า Freaker และสัตว์ป่ารอไล่ขย้ำคุณ นั่นล่ะครับที่คุณต้องเจอ

ถ้าคุณเคยดูหนังซอมบี้หรือเคยเล่นเกมเอาตัวรอดจากซอมบี้คุณจะเข้าใจกฏของเกมนี้ทันที แม้ว่าพวก Freaker จะไม่ใช่ซอมบี้แต่วิธีเล่นก็คล้ายกัน หลบได้หลบ ถ้าอยากฆ่าก็ให้ชัวร์ว่าเอาอยู่ จะใช้ปืนก็ได้แต่เราก็อาจจะเจอศัตรูเยอะขึ้น หรือจะย่องหลบในพุ่มไม้ takedown แบบเงียบ ๆ คือถ้าใครเคยเล่น State of decay มาก่อน มันแทบจะเกมเดียวกันเลย ขนาดชนิดของ Freaker ก็ยังเหมือนกัน มีพวกตัวธรรมดา ตัวเร็ว ตัวแรงเยอะ ตัวตะโกนเรียกพวก แล้วก็แบบที่มาเป็นฝูงใหญ่ แต่ในโลกของ Days Gone มันจะละเอียดมากกว่านั้น และอันตรายมากกว่า

เราต้องอย่าลืมว่า Freaker ไม่ใช่ซอมบี้ มันเลยมีวิถีชีวิตในแบบของมัน คุณจะเห็นมันไล่กินสัตว์ป่า หรือ โดนสัตว์ป่าไล่กินก็มี ซึ่งเราเองก็ต้องระวัง เพราะพวกสัตว์ดุร้ายก็เป็นภัยกับเรา และพวก Freaker บางทีมันก็ไม่ชอบหน้ากันเอง อย่าง Breaker ที่เป็น Freaker ตัวใหญ่ มันจะไม่เป็นพวกใครเลยแม้แต่ Freaker ด้วยกัน ซึ่งมันโหดขนาดฆ่าหมีด้วยมือเปล่าก็ยังได้ แต่นอกจากพวก Freaker ที่เป็นผู้ใหญ่ ยังมี Freaker ที่เป็นเด็ก โดยในเกมจะเรียกพวกนี้ว่า พวก Newt มันจะไม่โจมตีผู้เล่น ถ้าเราไม่เข้าไปในถิ่นของมัน แต่ถ้ามันมากันเยอะก็อันตรายใช่เล่น แล้วก็อย่าคิดว่ามอเตอร์ไซค์ของคุณจะหนีได้ทุกอย่าง เพราะ Freaker บางชนิดก็วิ่งทัน พวกหมาป่าติดเชื้อ หรือ Runner จะคอยโฉบให้คุณร่วงจากมอเตอร์ไซค์ แต่ที่ว่ามาทั้งหมดไม่มีอะไรโหดกว่า Horde หรือ Freaker ฝูงใหญ่ มันคือ Freaker ธรรมดาแต่แค่ว่ามันเยอะมาก Horde แต่ละที่จะมีขนาดไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ 70 ตัว 120 ตัว 150 ตัว จนถึง 300 ขึ้นไป ถ้าได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่กันเยอะ ๆ อย่าคิดว่ามันเป็นเสียง Background เฉย ๆ  แต่นั่นคือเสียงจาก Freaker Horde ที่อยู่กันเยอะจริง ๆ ถ้าอยากรู้ว่า Horde โหดขนาดไหน ก็เอาเป็นว่า Breaker มันอึดมาก ฆ่า Freaker เป็น 10 ด้วยตัวเอง แต่เจอ Horde เข้าไป มันตายในไม่ถึง 5 วิ ก็คงไม่ต้องพูดถึงเราล่ะนะ..

แต่เราก็ไม่ได้อ่อนแอจนต้องหนีตลอดเวลา ในเกมนี้เราสู้ได้ทุกอย่าง ต่อให้เป็น Horde 300 กว่าตัว ถ้าคุณพร้อมคุณก็ฆ่าได้หมด แถมเกมยังให้รางวัลกับการทำแบบนั้นด้วย ในการฆ่า Freaker คุณจะสามารถเก็บของแต่ละตัวเพื่อเอาไปแลกเป็นความเชื่อใจกับ Credits ในแต่ละแคมป์ ยิ่งฆ่าเยอะก็ยิ่งได้เยอะ แถมไม่ต้องพูดถึงจำนวนค่าประสบการณ์ที่คุณจะได้

ระบบของเกมนี้อาจจะยากกว่าเกม Open World ทั่วไป แต่มันก็ไม่ถึงกับเป็น Dark Souls ของเกม Open World แต่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น Resident Evil แบบ Open World มากกว่า มันเป็นเกมที่คุณต้องพร้อมรับมือ ต้องเตรียมของเตรียมอาวุธให้พร้อม ถ้าหากว่าสู้ไม่ไหวจริง ๆ การหนีก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด แต่ถึงแม้คุณจะเล่นไปจนได้อาวุธขั้นสุดยอด มีสกิลขั้นสูงคุณก็ยังประมาทไม่ได้อยู่ดี ซึ่งโดยภาพรวมก็ถือว่าเป็นความท้าทายที่พอดิบพอดี

แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่นิดเดียวนั่นคือระบบ AI ที่ยังไม่สมประกอบ ในบางจังหวะคุณจะเห็นพวกมันทำอะไรแปลก ๆ อย่างเช่นเดินติดกำแพงใส พยายามจะปีนขึ้นไปบนที่ที่ขึ้นไม่ได้ หรือหาทางเข้ามาหาผู้เล่นไม่ได้เพราะมีอะไรบังอยู่นิดเดียว แม้มันจะไม่ได้เป็นบ่อยแต่เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้

Performance

สำหรับเกมที่เป็น Exclusive PlayStation 4 จะมีอย่างนึงที่คล้ายกันหมด นั่นคือพลังของ Performance จะค่อนข้างเชื่อขนมกินได้ระดับนึง อาจจะด้วยความที่ตัวเกมไม่ต้องทำเผื่อเครื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับ Days Gone ก็ยังถือว่าอยู่ในมาตรฐานนี้ อย่างนึงที่ผมค่อนข้างประทับใจมากนั่นคือการที่เกมสามารถรองรับพวก Freaker ได้อย่างไม่มีปัญหา ต่อให้มากัน 300 กว่าตัว เราก็ไม่รู้สึกว่าเกมมีอาการฝืดลงแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าเกมจะเล่นแบบ 30FPS แต่นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวเลย

แต่ว่ามันอาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้างในช่วงของการข้ามฉาก เราอาจจะยังเห็นสิ่งของ, NPC หรือพื้นผิวที่โหลดเข้ามาไม่ทัน ซึ่งก็ยังดูน่ากวนใจอยู่บ้าง และในเรื่องของ Option ในเกมที่มีการให้ปรับแต่งน้อยเกินไปหน่อย แถมไม่มีตัวเลือกให้เราปิดลำโพงที่จอยเกมก็เป็นอะไรที่น่าผิดหวัง เพราะบางทีเราก็ต้องการจะให้เสียงทุกอย่างมาออกที่หูฟังหรือลำโพงแต่ในเกมนี้เราเลือกไม่ได้เลย

อาจจะไม่ใช่เกม Open World ที่ยอดเยี่ยมที่สุด หรือมีอะไรใหม่ที่สุด แต่ Days Gone ก็ถือเป็นเกมที่ไม่เลว โดยเฉพาะในด้านของเนื้อเรื่องที่จะทำให้คุณติดอยู่กับมันจนจบเกม

Verdict: 8/10