รีวิว Biomutant : เกม Action RPG ฝันใหญ่ที่ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย

ผลงานเกม Action RPG แนวโลกเปิดสุดกว้างใหญ่จากทีมพัฒนา Experiment 101 ที่แม้เต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์และความใส่ใจแต่ก็ยังไม่ถูกขัดเกลาจนขึ้นมาเป็นซีรีส์ชั้นแนวหน้าได้สำเร็จ

หลังการเปิดตัวในปี 2017 ผลงานเกมที่มีชื่อว่า Biomutant ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่เกมเมอร์จับตามอง ด้วยภาพที่สดใส โลกและตัวละครภายในเกมที่น่าสนใจ ผลงานเกมชิ้นแรกจากค่าย Experiment 101 เกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่เกมเมอร์เฝ้าคอยอยากจะได้ลองสัมผัสกัน

แต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่แม้ตัวเกม Biomutant จะมีไอเดียหลายอย่างที่น่าสนใจ และหลายส่วนของเกมก็ทำให้เราสัมผัสได้ว่าทีมพัฒนา Experiment 101 ใส่หัวใจลงไปจริง ๆ ในการสร้างผลงานชิ้นนี้ แต่เมื่อรวมกันออกมาเป็นผลงานเกมแล้ว Biomutant ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

Story

เนื้อหาภายในเกม Biomutant จะเล่าถึงโลกมนุษย์หลังการล่มสลาย การแพร่กระจายของสารพิษส่งผลให้สิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดการกลายพันธุ์พัฒนาความสามารถขึ้นมา มนุษยชาติละทิ้งโลกไปหลงเหลือโลกไว้ให้เหล่าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่เข้ามาครอบครอง

ภายในเกมผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “โรนิน” ผู้เดินทางกลับเข้ามาในเขตแดนต้นไม้แห่งชีวิตเพื่อสะสางเรื่องราวในอดีตของตนเอง เป้าหมายหลัก ๆ ของเกมคือการออกเดินทางเพื่อ “ช่วยโลกใบนี้ไว้” ด้วยการบุกไปกำจัดเหล่า Boss ที่กระจายอยู่ตามรากของต้นไม้โลก

เนื้อเรื่องของเกม Biomutant ก็เป็นเนื้อเรื่องแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ผู้กล้าที่มากอบกู้โลก ให้อารมณ์ความรู้สึกแบบเดียวกับเกมอย่าง Zelda หรือ Fable  ขณะเดียวกันตัวภารกิจหลักและภารกิจรองในเกมก็ไม่ได้มีความน่าสนใจสักเท่าไหร่ เนื้อหาภารกิจส่วนใหญ่ในเกมก็จะเป็นการตามหา Item ต่าง ๆ ที่ถูกเก็บไว้ โดยมีเหล่าตัวละคร NPC สารพัดสัตว์ทำหน้าที่เป็นคนแนะนำภารกิจและ Item ต่าง ๆ ที่เราต้องไปตามหา

ลักษณะการเล่าเรื่องก็จะเหมือนการ์ตูนอนิเมชั่นที่เราคุ้นเคย มีตัวดี ตัวร้าย มีความขาวดำแบบชัดเจน เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากเพราะ “โลก” ของ Biomutant มีความน่าสนใจในระดับนึง การที่เหล่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายกลายพันธุ์พัฒนาตนเองขึ้นมาเป็นพื้นหลังที่ยอดเยี่ยม แต่การเล่าเรื่องในเกมกลับไม่สามารถหยิบเอาข้อดีตรงนี้มาใช้ได้แบบเต็มที่ ตัวละคร NPC หรือแม้แต่ตัวเอกของเกมไม่มีลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจเพียงพอให้เราสนใจหรือติดตามเอาใจช่วย ยิ่งมองในฐานะเกม RPG แล้วส่วนของเนื้อเรื่องนั้นถือว่าสอบตกเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าการผจญภัยในเกมนั้นไม่มีส่วนที่น่าจดจำเอาเสียเลย

ซ้ำร้ายไปอีกขั้นตรงที่เหล่าตัวละครภายในเกมไม่ได้มีเสียงพากย์โดยตรง ภายในเกมเราจะได้ยินแต่เสียง “ผู้บรรยาย” ทำหน้าที่เล่าเรื่องราวไปพร้อมกับอธิบายสิ่งที่ NPC ภายในเกมพูดออกมา ทำให้ฉากบทสนทนาภายในเกมนั้นมีความน่าเบื่ออย่างรวดเร็ว เพราะเราต้องนั่งฟังเหล่า NPC พูดเป็นเสียงสัตว์มั่ว ๆ ที่ไม่มีความหมายและนั่งรอให้ “ผู้บรรยาย” มาแปลซ้ำให้ฟังอีกรอบว่าพวกเขาพูดอะไรออกมา ถือเป็นการออกแบบที่ชวนตั้งคำถามเป็นอย่างมาก

Gameplay

Biomutant ถือเป็นเกมที่มีระบบหลายอย่างอยู่ในเกม เริ่มกันตั้งแต่การสร้างตัวละคร ตัวเกมเปิดโอกาสให้เราได้เลือกเผ่าพันธุ์ หน้าตา รูปร่าง ของตัวละครหลักที่ส่งผลต่อความสามารถภายในเกม นอกจากนั้นตัวเกมยังมาพร้อมระบบ Class ซึ่งแต่ละ Class จะมี Perk พิเศษเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ทำให้เราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นมุ่งพัฒนาความสามารถด้านการต่อสู้ด้วยอาวุธระยะประชิด  การใช้ปืน การใช้พลังจิต หรือพลังกลายพันธุ์

ในส่วนของด้านเกม RPG ก็มีระบบการพัฒนาตัวละคร การอัพเกรดค่า Status เลือกพัฒนาสาย Skill ปลดล็อคท่าหรือความสามารถใหม่ ๆ แต่ส่วนที่น่าเสียดายคือตัวเกมมีระบบการพัฒนาตัวละครที่จำกัด ท่าโจมตีที่ให้เลือกปลดล็อคก็มีเพียงไม่กี่ท่า Skill ในรูปแบบ Perk ก็มีจำกัด ทำให้ไอเดียในการสร้างตัวละครที่เราต้องการนั้นถูกบีบให้แคบลงอย่างมาก

ด้านระบบการต่อสู้นั้นเป็นอีกส่วนที่ตัวเกมมีไอเดียที่น่าสนใจแต่ก็ทำออกมาได้ไม่ดีพอ ระบบการต่อสู้หลักนั้นมีทั้งการหลบหลีก การป้องกัน การโจมตีสวนกลับ การออกท่าพิเศษหรือการสะสมเกจท่าไม้ตาย แต่ทุกอย่างก็มาจบลงตรงที่อนิเมชั่นการเคลื่อนไหวของตัวเอกนั้นไร้ความลื่นไหลและต่อเนื่อง การโจมตีระยะประชิดไม่ได้แสดงให้เห็นถึงน้ำหนักหรือพลังในการออกท่าโจมตีแต่ละครั้ง ทำให้การต่อสู้ในเกมนั้นไม่มีความสนุกเท่าที่ควร  โดยเฉพาะเสียงการต่อสู้ระยะประชิดที่ขาดความดุดันและน้ำหนัก แม้ตัวเกมจะชูโรงว่าเป็นเกมต่อสู้แนวแอคชั่นกังฟูก็ตาม

อีกจุดที่ผมรู้สึกติดขัดก็คือเรื่องของระบบล็อคเป้า ตัวเกมไม่มีระบบล็อคเป้าศัตรูตัวที่เราต้องการ และการเล็งอาวุธปืนก็ไม่มีปุ่มเลือกล็อคศัตรูที่เราอยากยิง ตัวเกมจะบังคับให้เราเลือกยิงศัตรูตัวที่เราหันไปหาและตัวเกมเลือกล็อคเป้าให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การต่อสู้ทั้งระยะประชิดและการใช้อาวุธปืนมีความติดขัดเป็นอย่างมาก

ข้อดีที่พอจะบอกได้ของส่วนระบบการต่อสู้ก็คือตัวเกมมีอาวุธให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบและแต่ละชิ้นก็มีอนิเมชั่นและคอมโบที่แตกต่างกันไป แต่เพราะระบบการต่อสู้หลักดันมีข้อเสียสำคัญอย่างที่บอกไปทำให้ไม่ว่าจะใช้อาวุธอะไรหรือพัฒนาตัวละครมาแนวไหนก็ไม่ได้ช่วยให้การต่อสู้ในเกมรู้สึก “สนุก” ขึ้นมาได้

นอกจากการต่อสู้แล้วจุดเด่นอีกอย่างในเกมก็คือระบบ Item และการ Craft อาวุธ ชุดเกราะต่าง ๆ ตัวเกมเปิดโอกาสให้เราผสมอาวุธระยะประชิดและอาวุธยิงได้ตามใจจากชิ้นส่วนที่เราหามาได้ โดยอาวุธและชุดเกราะทุกชิ้นมีค่าพลังและการอัพเกรดเสริมที่แตกต่างกันไป เราสามารถเลือกสลับสับเปลี่ยนชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้อย่างอิสระในอาวุธประเภทเดียวกัน ส่วนชุดเกราะเครื่องแต่งกายก็สามารถสวมใส่ชิ้นส่วนเสริมพลังซึ่งสะท้อนออกมาเป็นพวกเกราะเหล็กที่ถูกติดตามที่ต่าง ๆ ลงบนตัวละครของเรา

ในฝั่งของระบบ RPG ตัวเกมก็มีระบบค่า “ความดี” “ความเลว” ของตัวละครเอกผ่านการตอบคำถามในบทสนทนา โดยภายในเกมเรียกว่า ออร่า ด้านมืดและด้านสว่างและแสดงออกมาเป็นตัวละคร เทวดา และ ปีศาจ ลอยไปลอยมาเถียงกันให้เราฟัง ตัวเลือกความดีความเลวในเกมนั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก กล่าวคือถ้าเลือกตัวเลือกด้านขวาเราก็จะตอบคำถามแบบสุดแสนจะคนดีและได้คะแนนออร่าแสงสว่าง หากเลือกตัวเลือกด้านซ้ายเราก็จะเป็นไอ้หนูขนปุยจอมโฉดและคะแนนออร่าด้านมืด คะแนนออร่าเหล่านี้มีผลในการปลดล็อคความสามารถด้านพลังจิต เช่นท่าบางท่าต้องการออร่าโดนสว่าง 30 แต้มในการปลดล็อค

การนำเสนอค่าความมืดและแสงสว่างนั้นดูขัดแย้งกับการนำเสนอส่วนอื่นภายในเกมเป็นอย่างมาก ทั้งการมีเทวดาและปีศาจลอยออกมาบนจอเถียงกันให้เราฟัง (ในขณะที่ตัวละครอื่น ๆ ในเกมไม่มีเสียงพากย์) หรือการที่ตัวเลือกทั้งสองด้านนั้นดูไม่ได้มีผลกระทบต่อภารกิจและโลกภายในเกมแต่อย่างใด เป็นเหมือนเป็นแค่การเลือกอัพเกรดแต้มผ่านการพูดคุยกับตัวละครอื่น ๆ เท่านั้นเอง

ฃภายในเกม Biomutant ยังมีเผ่าพันธุ์หลักให้เราได้เลือกเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์ถึง 6 เผ่า เราสามารถเลือกเข้าร่วมกับเผ่าเหล่านี้ในการทำภารกิจและทำสงครามกับเผ่าคู่ขัดแย้งซึ่งการทำภารกิจส่วนนี้จะเป็นการปลดล็อคอาวุธพิเศษของแต่ละเผ่าให้เราใช้งาน

Presentation 

Biomutant ถือเป็นเกม Open World ที่มีโลกเปิดกว้างขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเกมก็น่าจะเป็นการออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ในเกม  ตัวเกมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเดินทางไปทำภารกิจหรือสำรวจที่ไหนก็ได้ตามต้องการ แต่บางพื้นที่จะจำกัดการเข้าถึงด้วยอุปกรณ์ตัวช่วยและยานพาหนะ

ซึ่งยานพาหนะของเกมก็มีความหลากหลายตั้งแต่สัตว์ป่าที่ให้เราขี่ เรือ Jet Ski ไปจนถึงเครื่องร่อนและหุ่นยนต์ยักษ์  ยานพาหนะภายในเกมยังสามารถปรับแต่งหน้าตาได้จาก Item ชิ้นส่วนที่เราพบเจอ

พูดถึงโลก Open World ภายในเกมกันหน่อย ตัวเกมมีระบบกลางวันกลางคืนที่ส่งผลกับศัตรูที่เราจะได้เจอ ส่วนการออกสำรวจโลกในเกมก็อาจพาให้เราไปพบกับสถานที่ซ่อน Item หรือร้านค้าใหม่ ๆ แต่โดยรวมแล้วโลก Open World ในเกม Biomutant ก็ถือว่ามีความอ้างว้างค่อนข้างเยอะ เราจะได้เจอศัตรูตามจุดที่ตัวเกมกำหนดไว้เท่านั้น การออกสำรวจส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำให้เราได้พบกับทรัพยากรไว้ใช้ในการอัพเกรด Item และตัวละครเท่านั้น

อีกจุดที่ต้องอธิบายให้ชัดเจนคือตัวเกมไม่ได้เน้นไปที่การไขปริศนาแต่อย่างใด Puzzle ที่มีในเกมมาในรูปแบบมินิเกมง่าย ๆ ไม่ใช่การไขปริศนาโดยอาศัยสภาพแวดล้อมแบบในเกม Zelda หรือ Immortals Fenyx Rising

เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของเกม Biomutant คือองค์ประกอบด้านงานศิลปะและทิศทางของตัวเกมโดยรวม ในด้านการออกแบบและไอเดียต่าง ๆ แล้วถือได้ว่าทีมงานใส่ความเป็นตัวตนเข้าไปอย่างมากในระบบของเกม สีสันของภาพ Item ต่าง ๆ เน้นไปที่ความอารมณ์แบบสนุก ๆ มากกว่าจะเป็นความจริงจัง เห็นได้จากเอฟเฟค Text ที่ขึ้นในระหว่างฉากต่อสู้หรือ Item อาวุธชุดเกราะที่เน้นความฮามากกว่าความเท่ของตัวละคร

สรุป

ตลอดระยะเวลาการเล่น Biomutant ของผมความรู้สึกที่ได้รับคือนี่เป็นผลงานที่ทีมสร้างตั้งใจเป็นอย่างมาก โดยรวมแล้วมันก็เป็นเกมที่เล่นได้สนุกหากคุณไม่คิดอะไรมาก เป็นเกมที่เหมาะกับการนั่งเล่นปล่อยตัวปล่อยใจและตลกไปกับบทพูด ฉากและ Item ต่าง ๆ ที่ได้เจอ

หากมองลึกลงไปในรายละเอียด Biomutant จะกลายเป็นเกมที่คุณพบข้อเสียสำคัญในหลายจุด ทั้งการออกแบบที่ขาด ๆ เกิน ๆ ระบบการต่อสู้ ระบบการพัฒนาตัวละครที่ขาดการขัดเกลา ไปจนถึงเนื้อเรื่องที่ขาดความน่าสนใจ

หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่ชื่นชอบผลงานเกมเกรด B คุณจะได้พบว่า Biomutant มีหลายส่วนที่พร้อมมอบความสนุกให้กับคุณ แต่หากคุณมองหาผลงานเกม Action RPG คุณภาพสูงหรือใช้งบในการพัฒนาที่สูง Biomutant จะห่างจากสิ่งที่คุณต้องการไปไกลเลยทีเดียว

Biomutant ก็เหมือนกับเจ้าสัตว์ขนปุยกลายพันธุ์ตัวเอกหลักของเกม มันมีความน่ารักและเสน่ห์เฉพาะตัวเป็นการผสมรวมของหลายสายพันธุ์เกมที่น่าสนใจ แต่กลายเป็นว่าผลงานสุดท้ายที่ออกมาไม่ได้สวยงามสมบูรณ์แบบและมีส่วนขาด ๆ เกิน ๆ เยอะไปบ้าง แต่มันก็คือผลงานเกมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว มีหลายส่วนที่น่าสนใจ เป็นเกมที่ฝันใหญ่และแม้จะน่าเสียดายที่ไปไม่ถึงฝันที่ต้องการ แต่ระหว่างทางมันก็อาจสร้างความสนุกให้กับเกมเมอร์บางคนได้เช่นกัน

คะแนน 6.5/10 

ข้อดี

  • โลกอันกว้างใหญ่ มีอะไรหลายอย่างให้สำรวจ
  • ระบบการเล่นหลากหลาย ระบบ Item น่าสนใจ
  • ระบบการต่อสู้ที่มีท่วงท่าให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ
  • สีสันสดใส มีโลกพื้นหลังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้อด้อย

  • ระบบการต่อสู้ขาดเสียงและอนิเมชั่นที่ให้ความรู้สึกของน้ำหนักในท่าโจมตี
  • ไม่มีเสียงพากย์ตัวละคร
  • เนื้อเรื่องไม่น่าสนใจ
  • ขาด ๆ เกิน ๆ ในระบบแทบทุกส่วนของเกม

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close