รีวิว Avengers: Endgame บทสรุปสุดท้ายของมหาศึกอัญมณี


เป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ Iron Man ภาคแรกสุด ปรากฏตัวต่อหน้าเรา ทำให้เรารู้จักกับซุปเปอร์ฮีโร่เกราะเหล็ก รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าจักรวาลมาร์เวล นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็ได้สัมผัสภาพยนตร์ของ Marvel มาโดยตลอด เราได้ทำความรู้จักกับตัวละครใหม่ ๆ ตั้งแต่สายลับสาวรัสเซีย, ทหารฉีดสเตรอยด์, ยักษ์เขียว ไปจนถึงเทพเจ้าถือค้อนตกดาวเคราะห์

พวกเขาเหล่านั้นค่อย ๆ แวะเวียนมาทำความรู้จัก ปีละคนสองคน จากหลักหน่วยสู่หลักสิบ จากหลักสิบสู่หลายสิบ จากหนึ่งทีมสู่สองทีม จากสองทีมสู่สามทีม เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนึ่งครอบครัวที่สำคัญ ในช่วงสิบปีให้หลังมานี้

เสน่ห์ของจักรวาล Marvel คือมันดำเนินอยู่ตลอดเวลา มันเติบโตไปพร้อมกับเรา มันคงอยู่ข้าง ๆ เรา แม้ในวันที่เราไม่มีหนังเรื่องใดดู Marvel ก็คอยบอกเล่าเนื้อหาของจักรวาลนี้ผ่านทางเครื่องมืออื่น ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ เกม หรือแม้กระทั่งคอมิกส์ที่สร้างมาเพื่อจักรวาลนี้โดยเฉพาะก็ตาม

ณ จุดจุดหนึ่ง เราเลยเผลอคิดไปว่าสิ่งนี้จะไม่มีตอนอวสาน มันจะไม่มีตอนจบ เรายังคงจะได้รับรู้เรื่องราวของสิ่ง ๆ นี้ต่อไป เรายังจะได้เห็นตัวละครที่เรารักอยู่ แม้โลกความเป็นจริงจะผ่านไปกี่สิบปีก็ตาม

แต่ความเป็นจริงโหดร้ายเสมอ สิ่งใดเริ่มต้นได้ก็ต้องจบลงได้ Avengers: Endgame คือหนังบอกลาเฟสแรกของ Marvel อย่างเป็นทางการ ซึ่งนั่นเป็นการคอนเฟิร์มแบบกลาย ๆ แล้วว่า ตัวละครที่เรารู้จักในช่วงแรก นักแสดงที่เรารักและชื่นชอบ จะได้ไปทำอย่างอื่นบ้างนอกจากการเล่นเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ให้เราดู

ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งหนังภาคต่อและหนังภาคจบ Avengers: Endgame เลยดำเนินต่อจาก Infinity War ทันที เราได้เห็นความเป็นไปผ่านเหตุการณ์หลังจากที่ Thanos ล้างสิ่งมีชีวิตไป 50% ของจักรวาล เราได้เห็นความสิ้นหวังของเหล่าฮีโร่ เราได้เห็นสถานการณ์ที่บ่งบอกแล้วว่าไม่มีความหวังใด ๆ เหลืออยู่

เนื้อหาในช่วงแรกของ Avengers: Endgame สอบผ่านในการแสดงถึงโลกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เต็มไปด้วยความเสียใจ โลกที่คุณร้องไห้ได้แม้กระทั่งช่วงเวลาเดต หรือช่วงเวลามื้อค่ำแสนสุข เราเห็นทั้งสีหน้าท่าทาง ได้ยินคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงแผลในใจของทุกคนที่ถูกสร้างไว้ในเหตุการณ์นั้น แสดงให้เห็นว่าแม้จะผ่านไปนานเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่สามารถจะก้าวต่อไปได้

และนั่นก็นำไปสู่การแก้ไข ทำให้บรรยากาศของหนังช่วงต่อไปเป็นการสร้างความหวัง ความหวังที่จะคืนทุกอย่างให้กลับมา ในช่วงนี้เราจะได้เห็นภารกิจบ้า ๆ ที่ทุกคนอยากเห็น เห็นดรีมแมตช์ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นอีก เห็นสิ่งอ้างอิงจากคอมิกส์ที่ทำให้แฟนตัวจริงต้องลุกขึ้นปรบมือ ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยแฟนเซอร์วิสแสนล้ำค่าที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน

สิ่งที่ Marvel ทำได้ดีมาตลอดคือการสร้างหนังสูตรสำเร็จ รวมถึงมุกตลกที่เป็นเอกลักษณ์ ใน Endgame พวกเขาก็ยังทำได้ดีไม่มีที่ติ แถมยังพัฒนาไปอีกขั้น บทที่ควรจะเดาได้ในหนังเรื่องก่อน ๆ ในเรื่องนี้เรากลับเดาอะไรไม่ได้ แม้ว่าเราจะทราบอยู่แล้วว่าตอนจบของหนังจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ผู้กำกับก็ทำให้เราไขว้เขวอยู่หลายครั้งทีเดียว กว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างที่ใจเราต้องการ

Avengers: Endgame ถือเป็นหนังภาคจบที่แท้จริงทั้งในสถานะของตัวหนังเอง และทั้งในเนื้อหา มันคือบทสรุปที่ดีที่สุดของจักรวาล Marvel ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ถ้าคุณเป็นคนที่เริ่มเดินทางเข้าสู่จักรวาลนี้พร้อม ๆ กับแฟน Marvel อีกหลายล้านคนทั่วโลก นี่คือจุดสิ้นสุดสู่จุดเริ่มต้นครั้งใหม่ ที่ไม่ว่ายังไง คุณก็ต้องรับชมให้ได้

พูดในฐานะคนธรรมดาที่ไม่ใช่แฟนบอย: หนังมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องมุกตลกที่มาในเวลาไม่เหมาะสม จังหวะของหนังที่เร็วเกินไปจนส่งอารมณ์ไม่ทัน รวมถึงการเกลี่ยบทที่ค่อนข้างแย่ในช่วงท้าย แต่ถ้าจะคิดในแง่ของการโชว์ของ จุดนี้ก็ไม่มีปัญหา

คะแนนแฟนบอย 10/10

คะแนนบุคคลธรรมดา 8.5/10