พรีวิว Tales of Arise เกม JRPG ภาคต่อที่หลายคนจับตามอง

Tales of Arise เป็นหนึ่งในเกม JRPG ที่หลายคนจับต่อมองและให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะตัวเกมมีการยกระดับจากภาคก่อน (Berseria) อย่างก้าวกระโดด ทั้งเกมเพลย์ กราฟิก รวมถึงเนื้อเรื่องที่มีโทนซีเรียสมากยิ่งขึ้น

ล่าสุด Tales of Arise เปิดให้ทดลองเล่น Demo อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ บนแพลตฟอร์มเกมคอนโซล PlayStation และ Xbox แล้วเกมดังกล่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร สนุกสนานสมกับกระแสไฮป์หรือไม่ รับชมบทความพรีวิวได้เลย

คอนเทนต์ในเกม Demo

ในเวอร์ชัน Demo เกมเมอร์สามารถเลือกเล่นตัวละครในปาร์ตี้ได้ทุกคนระหว่าง Alphen, Shionne, Rinwell, Law, Kisana และ Dohalim ซึ่งหลังเลือกตัวละครเสร็จ ตัวเกมจะเปิดให้เพลเยอร์ได้ผจญภัยในแผนที่ Land of Green – Elde Menancia ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์หลากหลายประเภท

ระยะการเล่นของเกม Demo อยู่ที่ประมาณราว 20-30 นาที โดยตัวเกมไม่มีระบบโอนย้ายเซฟ เพื่อเล่นต่อบนเกมเวอร์ชันเต็ม, สามารถเล่นได้โดยไม่มีการจำกัดเวลา และไม่มีการเล่าเนื้อเรื่องหลัก เพราะฉะนั้นหายห่วงเรื่องการโดนสปอยล์ Story ได้เลย

ระบบการต่อสู้ดุเดือดกว่า Tales of ทุกภาคที่ผ่านมา

คล้ายกับเกม RPG ยุคสมัยใหม่ ระบบการต่อสู้ของ Tales of Arise เน้นความเป็นเกมแอ็กชันมากขึ้น แต่ยังมีองค์ประกอบของ RPG ให้เพลเยอร์ต้องจัดทีมปาร์ตี้ ตั้งค่าคำสั่ง และวางแผนเลือกโจมตีมอนสเตอร์

ระหว่างการต่อสู้ ผู้เล่นสามารถล็อกเป้าหมายศัตรู เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ กลิ้งหลบ และเข้าโจมตีศัตรูเหมือนกำลังเล่นเกม Action Hack And Slash แต่ทุกการโจมตี และใช้สกิล Artes 1 รอบ ผู้เล่นต้องเสียค่า AG (หลอดสีน้ำเงินเป็นช่องสามเหลี่ยม หรือเรียกว่า Artes Gauge) ทุกครั้ง ซึ่งหลอด AG จะฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจากการรอเวลาโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ระหว่างการต่อสู้ เกมเมอร์สามารถใช้ปุ่ม D-Pad เพื่อเรียกเพื่อนร่วมปาร์ตี้มาช่วยโจมตีสนับสนุน พร้อมทำให้เกิดเอฟเฟกต์พิเศษ โดยสกิลดังกล่าวเรียกว่า “Boost Attacks” โดยเพลเยอร์ต้องรอเป็นเวลาชั่วคราว เพื่อใช้สกิล Boost Attacks ได้อีกครั้ง

ส่วนการใช้สกิลประเภทสนับสนุน เช่น Heal ฟื้นพลัง HP หรือเพิ่มบัฟค่าสถานะต่าง ๆ จะใช้ค่า CP (Cure Point) ซึ่งจะแชร์ร่วมกับสมาชิกปาร์ตี้ทุกคน โดยค่า CP สามารถฟื้นฟูได้จากการใช้ไอเทมฟื้นฟู หรือพักผ่อนที่แคมป์ โดยพลังดังกล่าวไม่สามารถฟื้นได้เอง เพราะฉะนั้นระหว่างการต่อสู้ควรมีการบริหารค่า CP ให้ดี โดยทำได้จากการตั้งค่าคำสั่ง (Command) ต่าง ๆ

หากโจมตีศัตรูติดต่อหลายครั้งจนหลอดสี่เหลี่ยมของมอนสเตอร์เต็ม ศัตรูจะเกิดอาการ Stunt ชั่วคราว ซึ่งช่วงเวลานั้น ผู้เล่นสามารถใช้สกิล “Boost Strikes” เพื่อปลิดชีพหรือสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมด ระบบการต่อสู้ของ Tales of Arise มีความสนุก ดุเดือดเหมือนกำลังเล่นเกมแอ็กชัน จากความรู้สึกส่วนตัว Combat ของเกมนี้ทำให้นึกถึง Scarlet Nexus เพราะระบบหลายอย่างเกือบคล้ายกัน แต่ใส่องค์ประกอบของ RPG เข้าไปมากขึ้น จึงมั่นใจว่าหากใครผ่านไม้ผ่านมือ Scarlet Nexus มาแล้ว คุณจะเข้าใจวิธีการเล่นเกมนี้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม เราพบว่าการควบคุมบางตัวละคร (เช่น นักเวทย์ Rinwell) ยังมีการตอบสนองไม่ดีพอ ส่งผลทำให้การเล่นไม่ลื่นไหลเท่ากับตัวละครอื่น รวมถึงตัวอักษรใน HUD มีขนาดเล็กจนเกินไป ก็ทำให้เราอาจพลาดอีเวนต์ หรือฉาก Skit ได้ง่าย แต่ปัญหาดังกล่าวอาจได้รับการแก้ไข หลังตัวเกมวางจำหน่ายแบบ Final Product ก็เป็นไปได้

ส่วนด้าน Story ยังไม่สามารถทำการพรีวิวได้ เนื่องจากคอนเทนต์ภายในเกม Demo ไม่มีเล่าเนื้อเรื่องเบื้องต้น และเน้นให้ทดลองระบบเกมเพลย์เบื้องต้น การออกแบบโลกในเกมเป็นหลัก แต่หากเล่น Demo จนจบแล้ว ตัวเกมจะปลดล็อกวิดีโอ Trailer ของแต่ละตัวละคร ซึ่งโดยรวมแล้ว Story ของเกมภาคนี้มีความซีเรียสจริงจังมากกว่าเกมหลายภาคที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นการนำเสนอที่แปลกใหม่สำหรับเกมตระกูลนี้

เกมอนิเมะภาพสวยที่สุดแห่งยุค ฉาก Skit ยังฟังเพลินเหมือนเดิม

ก่อนหน้านี้ เราเคยชื่นชม Scarlet Nexus ในบทความรีวิวว่าเป็นเกมอนิเมะที่มีกราฟิกงดงามที่สุดของยุคนี้ แต่หลังจากได้เปิดเล่น Tales of Arise ครั้งแรก น่าเสียดายที่คำชื่นชมดังกล่าวต้องเปลี่ยนยกให้กับเกมนี้แทน ไม่ใช่ Scarlet Nexus อีกต่อไป

Tales of Arise คาดว่าคือเกมอนิเมะที่มีกราฟิกสีสันสดใสงดงามที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้ และที่น่าแปลกใจ ตัวเกมกลับกินทรัพยากรเครื่องต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เยอะ เพราะจากการทดลองเล่นผ่านเกมคอนโซล PlayStation 4 Pro ตัวเกมสามารถรันเฟรมเรตได้ประมาณ 30-45FPS ด้วยความละเอียดคมชัดระดับ 4K (Non-Native) โดยเฟรมเรตจะมีอาการดรอปลงที่ 30FPS ก็ต่อเมื่อหน้าจอมี Partical Effect เป็นจำนวนมาก

ก็จริงอยู่ที่ต้องยอมรับว่า PlayStation 4 ไม่ใช่แพลตฟอร์มสำหรับการเล่น Tales of Arise ที่ดีที่สุด เนื่องจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ ทำให้เกมจำเป็นต้องดาวน์เกรด Setting ตรงส่วนของ Draw Distance และคุณภาพ Texture วัตถุและตัวละคร แต่โดยรวมแล้ว ตัวเกมสามารถรันได้ดี ปราศจากปัญหาบั๊กกวนใจต่าง ๆ จากการเล่นบน PS4

ส่วน Skit หรือฉากสนทนาระหว่างการผจญภัยและตั้งแคมป์พักผ่อน ซึ่งเป็นระบบเอกลักษณ์ของซีรีส์ Tales of มานาน ได้เปลี่ยนรูปแบบนำเสนอใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยเกมภาคนี้ ฉาก Skit นำเสนอเป็นสไตล์ภาพกราฟิกโนเวล และใช้โมเดลตัวละครสามมิติที่มีชีวิตชีวา อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ บางคนอาจจะไม่ชื่นชอบแนวทางดังกล่าว เนื่องจากขาดเสน่ห์ของเกม Tales of ภาคเก่าที่ฉาก Skit จะใช้แอนิเมชันแบบเฟรมต่อเฟรม เหมือนกำลังรับชมอนิเมะมาตลอด

ถึงอย่างนั้น ด้วยบทพูดในฉาก Skit ที่ผ่านการขัดเกลาเป็นอย่างดี ทำให้บทสนทนายังคงมีเนื้อหาเพลิดเพลินฟังสนุก มีการเปิดเผยลักษณะคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจน ทำให้เกมเมอร์รู้สึกผูกพัน และอยากเข้าใจตัวละครมากขึ้น ถ้าหากท่านชื่นชอบการเสพเนื้อเรื่อง คุณจะไม่มีทางเบื่อหน่ายกับฉาก Skit อย่างแน่นอน

ฉาก Skit เปลี่ยนรูปแบบนำเสนอใหม่เป็นสไตล์กราฟิกโนเวล

โดยรวมแล้ว แม้ Tales of Arise เวอร์ชัน Demo มีระยะการเล่นเพียงแค่ 30 นาที แต่ด้วยระบบการต่อสู้สนุกสนาน และฉาก Skit ที่ฟังได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนตัวจึงนับว่าเป็นประสบการณ์การเล่นที่เต็มไปด้วยความเอ็นจอย ถ้าหากเกมเมอร์ชื่นชอบ JRPG ที่มีระบบ Combat รวดเร็ว และชอบการฟังบทสนทนาของตัวละคร เกม Tales of Arise จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

Tales of Arise มีกำหนดการวางจำหน่ายที่ 10 กันยายน บนระบบ PC (ผ่านหน้าร้านค้า Steam) , PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One และ Xbox Series X/S

เกมเมอร์สามารถทดลองเล่น Tales of Arise ได้แล้ววันนี้ บนแพลตฟอร์ม PlayStation และ Xbox

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง