Apple Music เปิดตัวระบบ Spatial Audio พร้อม Dolby Atmos, คุณภาพแบบ Lossless เตรียมให้บริการ มิ.ย. นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

Apple Music เป็นอีกหนึ่งบริการสตรีมมิ่งเพลงที่ก้าวเข้าสู่ยุคถัดไปแล้วเรียบร้อย ด้วยการประกาศรองรับระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial Audio) พร้อม Dolby Atmos และคุณภาพเสียงแบบ Lossless

สมาชิก Apple Music สามารถที่จะเข้าถึงได้มากกว่า 75 ล้านเพลงในแบบ Lossless ซึ่งเป็นคุณภาพเดียวกันกับที่ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานออกมาจากสตูดิโอบันทึกเสียง โดยการอัปเกรดครั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

Oliver Schusser รองประธานฝ่าย Apple Music และ Beats ของ Apple กล่าว

“การฟังเพลงในแบบ Dolby Atmos นั้นเรียกได้ว่ามหัศจรรย์จริง ๆ เพราะเสียงดนตรีจะโอบล้อมคุณจากทุกทิศทางจนคุณจะต้องทึ่ง และวันนี้เราก็เตรียมนำประสบการณ์ที่เต็มอิ่มสมจริงนี้มาให้ผู้ฟังของเราได้สัมผัสด้วยเพลงจากศิลปินคนโปรดอย่าง J Balvin, Gustavo Dudamel, Ariana Grande, Maroon 5, Kacey Musgraves, The Weeknd และอีกมากมาย ยิ่งกว่านั้นสมาชิกยังจะได้ฟังเพลงในคุณภาพเสียงระดับสูงสุดด้วยเสียงแบบ Lossless อีกด้วย บอกเลยว่า Apple Music กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล”

สำหรับคุณภาพแบบ Lossless นี้ ทาง Apple เลือกใช้ Codec ของตัวเองในชื่อ “ALAC” (Apple Lossless Audio Codec) ซึ่งจะมีคุณภาพเริ่มต้นที่ระดับ CD หรือ 16 บิต ที่ 44.1 kHz และขึ้นไปสูงสุดถึงระดับ 24 บิต ที่ 48 kHz พร้อมทั้งยังมี Hi-Resolution Lossless สูงสุดถึงระดับ 24 บิต ที่ 192 kHz อีกด้วย (แต่ต้องใช้คู่กับอุปกรณ์ภายนอกอย่าง DAC)

นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า Apple Music จะรองรับกับ HomePod ด้วยระบบ Dolby Atmos และรองรับกับอุปกรณ์พื้นฐานของ Apple อย่าง iPhone, iPad, Mac และ Apple TV ซึ่งสามารถจับคู่กับหูฟังตัวโปรดของคุณได้ทั้ง AirPods, AirPods Pro, AirPods Max, BeatsX, Beats Solo3 Wireless, Beats Studio3, Powerbeats3 Wireless, Beats Flex, Powerbeats Pro และ Beats Solo Pro โดยอาจมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยตามคุณภาพของแต่ละอุปกรณ์

Apple Music Lossless มีแผนจะมาในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีความต้องการระบบ iOS 14.6, iPadOS 14.6, macOS 11.4 หรือ tvOS 14.6 ในการใช้งานช่วงเริ่มต้น

น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า ALAC จะสามารถท้าชนกับไฟล์ MQA ของ Tidal ที่ยืนหยัดในตลาดสตรีมมิ่งคุณภาพสูงมายาวนานได้หรือไม่ ขณะที่ในปีนี้เองก็ยังมีทางด้าน Spotify HiFi ที่รอกำหนดวันเปิดให้บริการ และ Amazon Music HD ที่เพิ่งเปิดตัวตาม Apple Music มาติด ๆ แล้วในวันนี้ด้วยเช่นกัน

ที่มา : 9to5Mac, Apple

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close