อะไรคือ Facebook Portal ?

วันนี้ Facebook เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Portal และ Portal+ อุปกรณ์สนทนาทางไกลในรูปแบบวิดีโอ อุปรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านและเหมาะกับการใช้งานร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

ด้วยเทคโนโลยี AI การเชื่อมต่อเพื่อทำ Video Calling จึงสะดวกขึ้น บวกกับอุปกรณ์ดังกล่าวมีหน้าจอแบบ Wide Screen ผู้ใช้งานจึงรู้สึกเสมือนว่าพบปะกับคู่สนทนาอยู่จริง ๆ

Portal มีหน้าจอขนาด 10 นิ้ว และความละเอียด 1280 x 800 คุณภาพของวิดีโอจึงคมชัดและสามารถสร้างบรรยากาศความใกล้ชิดของกลุ่มสนทนาได้ ผู้ใช้งานจึงสามารถมีเวลาดี ๆ ให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม หากผู้ใช้งานต้องการความยืดหยุ่นและคุณภาพมากกว่านั้น Portal+ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี เพราะ Portal+ มีขนาดหน้าจอ 15 นิ้ว และความละเอียด 1920 x 1080 ถึงแม้ว่าขนาดหน้าจอของทั้งสองโมเดลจะแตกต่างกันก็ตาม แต่จุดประสงค์หลักของ Portal และ Portal+ คือการทำให้ Video Call เหมือนกับการโทรศัพท์น้อยลง และสร้างบรรยากาศให้เสมือนอยู่ด้วยกันมากขึ้น

Portal และ Portal+ เปิดให้พรีออเดอร์แล้วในประเทศสหรัฐฯ ที่ portal.facebook.com หรือผ่านเว็บไซต์ Amazon และ Best Buy โดย Portal มีราคา $199 หรือประมาณ 6,500 บาท และผู้ใช้งานสามารถสั่งจอง Portal+ ได้ในราคา $349 หรือประมาณ 11,500 บาท

ดีไซน์และเทคโนโลยี

Portal และ Portal+ ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งประสานกับเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งเสริมเข้าไป นั่นคือ Smart Camera และ Smart Sound ทั้งสองเทคโนโลยีนี้เสริมให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนาหากันได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องพึ่งการสัมผัสกับอุปกรณ์แต่อย่างใด (Hands-Free)

Smart Camera จะคอยจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานและแพนกล้องหรือซูมเข้าออกโดยอัตโนมัติตามความเหมาะสมของสถานการณ์เพื่อให้ทุกคนอยู่ในเฟรมด้วยกัน ในส่วนของ Smart Sound เทคโนโลยีดังกล่าวมีหน้าที่ตัดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างการสนทนาและขยายเสียงของผู้ที่กำลังพูดอยู่ให้ชัดเจน

เชื่อมต่อกับเพื่อนของคุณ

ผู้ใช้งานสามารถสนทนากับเพื่อนบน Facebook และ Messenger ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่มี Portal หรือ Portal+ ก็ตาม การสนทนา Video Call จะเกิดขึ้นบนแอปพลิเคชั่น Messenger ของสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตแทน มากไปกว่านั้น Portal และ Portal+ สามารถรองรับสมาชิกในกลุ่มสนทนาได้มากถึงเจ็ดคน

การสั่งงานด้วยเสียงและ Alexa

Portal และ Portal+ ต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มบนสนทนาได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับตัวเครื่องแม้แต่น้อย ผู้ใช้งานสามารถเริ่มการ Video Call ด้วยคำสั่งง่าย ๆ แค่ “Hey Portal” และตามด้วยชื่อของบุคคลที่ผู้ใช้งานต้องการสนทนาด้วย นอกจากนี้แล้ว Portal และ Portal+ มี Amazon Alexa ติดตั้งอยู่ในระบบ ผู้ใช้งานจึงสามารถออกคำสั่งได้มากกว่าการเริ่ม Video Call ผู้ใช้งานสามารถขอให้ Portal และ Portal+ รายงานผลกีฬาหรือสภาพอากาศได้ เช่นเดียวกับที่ใช้งาน Amazon Alexa

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

Facebook ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว จึงมอบฟังก์ชันมากมายเพื่อให้ผู้ใช้งานมีความเป็นส่วนตัวและสร้างความปลอดภัยของข้อมูลที่แท้จริง อาทิ

  • ผู้ใช้งานสามารถปิดกล้องและไมโครโฟนด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว
  • Portal และ Portal+ มีฝาครอบเลนส์สำหรับ Smart Camera เพื่อให้มั่นใจว่ากล้องดังกล่าวไม่ได้บันทึกภาพเมื่อผู้ใช้งานไม่อยู่
  • ผู้ใช้งานสามารถตั้ง Passcode ได้ 12 หลัก เพื่อป้องกันการสวมรอยการใช้งาน
  • Facebook ไม่บันทึกข้อมูลการสนทนาใดใดของผู้ใช้งานระหว่างการใช้ Portal และ Portal+
  • Smart Camera และ Smart Sound วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานผ่านระบบภายในเครื่องเท่านั้น และไม่มีการส่งข้อมูลใดใดไปที่เซิร์ฟเวอร์ของ Facebook
  • คุณสามารถลบประวัติการใช้งานได้ทุกเวลา

ผู้ใช้งานสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่ portal.facebook.com/privacy

สร้างประสบการณ์ร่วมกัน

ผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้บน Portal และ Portal+ อย่างเช่น การฟังเพลงด้วยกัน หรือการชมภาพยนต์และรายการต่าง ๆ พร้อมกัน รายการที่เปิดให้รับชมบน Portal และ Portal+ ได้แก่ Spotify Premium, Pandora, iHeartRadio, Facebook Watch, Food Network และ Newsy รวมถึงรายการอื่น ๆ อีกมากมายที่จะถูกเพิ่มเข้ามาในอนาคต มากไปกว่านั้น Facebook ได้ร่วมงานกับ Spark AR Studio เพื่อทำให้การสนทนาผ่าน Portal และ Portal+ สนุกและมีสีสันมากขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ portal.facebook.com หรือจะพรีออเดอร์ก็สามารถทำได้เช่นกัน

https://www.facebook.com/facebook/videos/320275651886768/

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close