ปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาด ส่งผลให้ทีวีอาจแพงขึ้นได้ถึง 30% แล้วเมื่อเทียบกับปีก่อน

โทรทัศน์, แล็ปท็อป และแท็ปเล็ตล้วนเป็นสินค้าที่ได้รับความต้องการมากขึ้นในช่วงนี้ จากไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนต้องทำงาน/เรียนที่บ้านกันมากกว่าเดิม  แต่ดูเหมือนว่าปัญหาชิปเซ็ตขาดแคลน จะเริ่มลุกลามมาถึงตลาดในกลุ่มนี้บ้างแล้ว

บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำอย่าง NPD เผยว่าปัญหานี้ทำให้ทีวีในโมเดลท็อป ๆ หลายตัวมีราคามากกว่าเดิมถึง 30% แล้วเมื่อเทียบกับช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังแล็ปท็อป, แท็ปเล็ต และอุปกรณ์ VR อีกเป็นลำดับต่อ ๆ ไป

ทั้งนี้ ผู้ผลิตหลายเจ้า อาทิ ASUS หรือ Synaptics ก็เคยได้ออกมาส่งสัญญาณถึงเรื่องนี้ก่อนแล้วเช่นกัน ว่ามันกำลังจะส่งผลกระทบมายังผู้บริโภคในอีกไม่ช้า

“โชคไม่ดีเลย ที่ราคามันจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน”

Michael Hurlston, CEO ของ Synaptics กล่าวถึงเรื่องนี้

“ในบางกรณี เราจำเป็นต้องส่งต่อราคาที่สูงขึ้นนี้ไปสู่ผู้ใช้ด้วย และเราได้ยินมาว่ามันกำลังจะเป็นไปเช่นนั้น”

สำหรับในฝั่งของแวดวงเกมเอง ทาง Sony ก็ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน ว่า PlayStation 5 อาจขาดตลาดต่อเนื่องยาวไปถึงปี 2022 เพราะความต้องการที่สูงมาก และราคาของชิ้นส่วนหลายตัวก็กำลังพุ่งทะยานกว่าเดิม โดยเฉพาะกับส่วนวงจรอิเล็คทรอนิกส์ที่ต้องทำงานในด้านการแสดงผล ที่ถูกจำกัดการผลิตไว้มากที่สุด

ดูเหมือนว่าปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาดจะยังคงไม่มีทางออกที่ชัดเจน ซึ่ง Hurlston ก็ได้ทิ้งท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

“มันเป็นเรื่องธรรมดาของเศรษฐกิจที่อุปทานนั้นมีอยู่จำกัด และเราทั้งหมดจะต่อสู้กับสถานการณ์นี้ด้วยกันต่อไป”

ที่มา : Wired, Arstechnica

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close