Review : POSTAL 4 : No Regerts ก็เกมยังไม่เสร็จ แต่อยากขาย มีไรปะ!

เปิดตัวกันมาแบบงง ๆ กับเกมภาคต่อที่เราไม่คิดว่าจะมีให้ได้เล่นกันอย่าง Postal 4 : No Regerts และทางทีมงาน Running with Scissors ถึงกับออกมาบอกว่า เกมนี้แหละคือภาคต่ออย่างเป็นทางการของเกมยอดแย่ที่สุดในโลกอย่าง Postal 2 การกลับมาของ Postal 4 จะเป็นยังไง มันยังคงคอนเซปต์ความเป็น Postal เอาไว้ได้หรือไม่ วันนี้ทาง GamingDose ของเรามีรีวิวมาให้ได้ชมกัน แต่ต้องย้ำกันตัวโต ๆ ก่อนว่าสำหรับเกมนี้นั้น ความห่วยแตกคือเอกลักษณ์ของตัวเกม อันไหนที่เราติไป มันอาจจะเป็นข้อดี และจุดเด่นของเกมนั้นจริง ๆ และที่สำคัญคือ

เกมนี้ยังอยู่ในช่วง Early Access นั่นหมายความว่าตัวเกมอาจจะอัพเดทใส่อะไรบ้าบอคอแตกเข้ามาอีกแน่นอนในอนาคต

Story

หลายปีผ่านไปจากเหตุการณ์วินาศกรรมในเมืองพาราไดส์ มีอยู่ 2 คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็คือชายหนุ่มชื่อ Postal Dude และหมาของเขา เขาเดินทางเร่ร่อนผ่านทะเลทรายรัฐแอริโซนาอันร้อนระอุเพื่อมองหาสถานที่ใหม่ที่เรียกว่า “บ้าน” แต่หลังจากที่เขาขอติดรถพ่วงมาด้วย เจ้าคนขับก็ดันชิ่งเอาของทุกอย่างที่เขามีไปซะหมด เหลือไว้เพียงเสื้ออาบน้ำสกปรกติดตัวเขาไว้ ก่อนที่เขาจะเดินทางเร่ร่อนมาเจอกับเมือง Edensin และเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาในเมืองแห่งนี้

มองเผิน ๆ แบบตรง ๆ แล้วนั้นเนื้อเรื่องเกมนี้แทบจะไม่มีอะไรเลย มันเหมือนโยนเราเข้าสู่โลกของ Postal แบบเฉย ๆ ไม่มีที่มาที่ไป อาจจะเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านิดหน่อย แต่เกมนี้แหละที่น่าจะให้เราสัมผัสกับคำว่าคนธรรมดามากที่สุดแล้ว ไม่ต้องกู้โลก ไม่ต้องทำอะไรมาก เอาตัวเองให้รอดก็พอ

Presentation

ในภาคนี้ เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในเมืองที่ชื่อ Edensin ซึ่งเป็นเมืองจำลอง ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขารัฐแอริโซนา ที่ดูจะหลุดโลกไปหน่อย เพราะเรานึกภาพไม่ออกจริง ๆ ว่าท่ามกลางหุบเขาอันร้อนระอุ มันจะมีเมืองแบบนี้อยู่จริงหรือ ? แล้วประชาชนก็แต่งตัวเหมือนคนปกติ ใช้ชีวิตอย่างชิลล์ มีแมว มีหมา เดินเล่นกันขวักไขว่ทั่วเมือง หรือหลุดโลกหนักไปหน่อยก็คือถึงกับมีภัตตาคารอาหารจีนในเมืองแบบนี้ เรียกได้ว่าแม้แต่สิ่งที่ตัวเกมนำเสนอมา มันก็ยังดูเกินความเป็นจริงไปมาก ดังนั้นเราจึงขอย้ำกันอีกครั้งว่าในการเล่นเกมนี้ ถอดสมองและตรรกะอันสมเหตุสมผลทิ้งไปเสียให้หมด

แต่จะอย่างไรก็ตาม อย่างน้อยมันก็ดูเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา ผู้คนเดินไปมาไม่ขาดสาย และที่ถือว่าทำออกมาได้ดีก็คือความถ่อยของเหล่าตัวละครภายในเกม ที่ไม่ใช่แค่เรา แต่พวก NPC บางคนเองก็หยาบคายไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างเช่นในช่วงแรกที่เราต้องหางานทำด้วยการถือป้ายไปถามหางานจากผู้คน บางคนก็จะตอบแบบเรียบ ๆ เช่น คิดว่าหน้าอย่างฉันจะหางานให้แกได้เหรอ ตัวเองยังไม่มีจะกินเลย.. ในขณะที่บางคนอาจจะด่าหรือแรงใส่เรามาเลยก็ได้เช่น หน้าฉันเหมือนคนจัดหางานรึไง ? , หน้าอย่างแกเนี่ยนะจะหางานทำ ไปตายซะ! หรืออาจจะแค่ไล่เฉย ๆ เช่น ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ ก็มี ขอเตือนว่าที่เขียนนี่คือดัดแปลงให้ซอฟท์ลงแล้ว คำพูดจริง ๆ ในเกมหยาบคายกว่านี้เยอะ

ซึ่งก็ถือว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของ Postal อยู่แล้ว กับโลกแห่งความถ่อย และหยาบคาย ดังนั้นเกมนี้ใครที่ไม่ค่อยจะชอบอะไรที่หยาบคาย รุนแรง หรือติดเรท ก็มองข้ามไปได้เลย และเกมนี้เอาจริง ๆ เยาวชนก็ไม่ควรจะเล่นด้วยเช่นกัน (เว้นแต่ว่าคุณจะแยกแยะมันได้อะนะ)

Gameplay

ในการเล่นของ Postal ในภาคนี้ ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของมันเอาไว้ ตัวเกมจะดำเนินเรื่องราวไปแบบวันต่อวัน ในหนึ่งวันจะมีภารกิจให้เราได้ไปทำ เหมือนเป็น Checklist ที่เราต้องทำทั้งหมด อย่างเช่นวันแรก วันจันทร์ ผู้เล่นจะต้องออกหางานทำ เพื่อหาเงินประทังชีพ เราจึงจำเป็นต้องไปหางาน และรับจ๊อบต่าง ๆ ตั้งแต่การไล่จับสัตว์ ซ่อมและหาสิ่งของในท่อประปา หรือแม้กระทั่งเป็นผู้คุมคุก เรียกได้ว่าเกมนี้แทบจะทำให้เราได้กลายเป็นอะไรหลาย ๆ อย่างในแบบที่เราคาดไม่ถึงเสมอ

เมื่อเราเสร็จภารกิจในหนึ่งวันแล้วก็จะเข้าสู่วันถัดไป เช่นเคยตัวเกมจะบอกว่าเราต้องไปทำอะไร แต่ก่อนจะไป คุณจะแวะเล่นกับน้องหมา น้องแมว หรือไปเกรียนผู้คนอะไรยังไงก็ได้ แล้วแต่ใจคุณ ตัวเกมใช้มุมมอง First Person ทำให้เราจะสามารถเห็นสีหน้า ท่าทางของ NPC อื่นได้ชัดเจนดี (ถึงแม้ว่าเกมมันจะปั้นหน้า NPC มาให้ดูชืดชา ไร้อารมณ์อยู่แล้วก็ตาม)

ภารกิจในเกมนี้ส่วนมากก็แทบจะเป็นการกระทำที่ไร้สาระ ไร้แก่นสารอยู่แล้ว ดังนั้นใครที่หวังว่าจะได้ความจริงจังหรือสาระอะไรจากเกมนี้แม้แต่เพียงสักเปอร์เซนต์เดียวก็ขอให้มองข้ามเกมนี้ไปได้เลย เพราะภารกิจและ Objective ของเกมที่ไร้สาระขั้นสุด ชนิดที่ว่าเล่นไปเล่นมา ผู้เล่นอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า นี่เรากำลังเล่นอะไรอยู่ฟะ.. แต่ก็นั่นแหละ ผู้เล่นหลายคนอาจจะมองว่านี่ล่ะคือจุดเด่นของเกมนี้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง

ในส่วนของการต่อสู้ ศัตรูอย่างมากก็เป็นพวกตำรวจ และอาวุธที่มีให้ใช้ในเกมนี้ก็ยังคงเหมือนกับภาคก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธประชิด ปืน ระเบิด หรือแม้กระทั่งการรูดซิปออกแล้วควักน้องชายของเราออกมาฉี่ใส่หน้าคนอื่น ที่ถึงแม้จะไม่ทำดาเมจแต่ก็ถือว่าต่ำตมใช้ได้ และแน่นอนว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้เช่นกัน

และในภาคนี้ยังมีอาวุธที่บ้าบอคอแตกหลุดโลกอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการจับน้องแมวทั้งตัวมาทำเป็นปืน จับกรงขังนกมาปานกใส่ศัตรู เรียกได้ว่าหาเกมที่บ้ากว่านี้ ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครเกิน Postal 4 แล้วล่ะ น่าเสียดายที่เกมเพลย์บ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ มันทำให้ภารกิจในเกมบ้าบอตามไปด้วย ดังนั้นเราจะย้ำกันอีกครั้ง ใครที่มองหาสาระ หรือความสมเหตุสมผลในการเล่นเกมนี้ “ไม่มีจ้า”

Performance

นี่คือที่มาของหัวข้อ ก็เกมยังทำไม่เสร็จ แต่อยากขาย มีอะไรปะละ ! เพราะหากคุณเปิดหน้า Setting ของเกมในตอนนี้ คุณจะพบว่ามันปรับได้แค่การตั้งค่าพื้นฐานเท่านั้น นอกจากนั้นมันจะเป็นสีเทา หรือก็คือยังปรับอะไรไม่ได้เลยทั้งสิ้น นั่นหมายความจริง ๆ แล้วเกมมันยังไม่เสร็จอยู่แล้ว แต่ก็อยากขายก่อนนั่นแหละ แม้เห็นในภาพนี้แล้วแต่คิดว่าปรับได้ จริง ๆ แล้วมันปรับไม่ได้นะ อนาคตอัพเดทคิดว่าคงทำให้ปรับได้ทั้งหมด

ซึง่มันก็มีปัญหาในระดับนึงเหมือนกัน เพราะเราไม่สามารถตั้งค่าเกมแบบละเอียดได้เลย ได้แค่ตั้งค่าพื้นฐานเท่านั้น ส่วนใครอ่อนภาษา ก็โชคร้ายหน่อยที่มันยังไม่มีซับไตเติลให้ในตอนนี้ (พยายามหาแล้ว หาไม่เจอ หรืออาจจะอัพเดทมาภายหลัง) ในส่วนของกราฟิก ก็ถือว่าสวยงามในแบบฉบับของ Postal แต่ก็ยังมีบ้างที่เฟรมเรทดรอปแบบไม่มีสาเหตุ ก็คงเพราะว่ามันยังไม่ได้ขัดเกลาอย่างสมบูรณ์นั่นเอง

รวมไปถึงในด้านของความลื่นไหลระหว่างการเล่น ที่การปรับกราฟิกระดับสูง แม้จะใช้การ์ดจอ GTX 970 ก็ยังมีอาการเฟรมเรทดรอปทั้ง ๆ ที่บางเกมภาพโหดกว่ามาก แต่ไม่มีอาการนี้ สาเหตุก็เป็นเพราะการ Optimize อีกครั้ง คาดว่าพอตัวเกมขัดเกลาจนเสร็จสิ้นแล้ว Postal 4 : No Regerts จะกลายเป็นเกมที่ลื่นไหล และน่าจะกลายเป็นเกมคัลท์สุดฮาอีกเกมที่ทุกคนต้องเอ่ยถึง และเราขอย้ำกันตัวโต ๆ อีกครั้งว่า

นี่คือบทความรีวิวเกมในช่วง Early Access ทุกอย่างอาจถูกปรับให้ดีขึ้นได้ในอนาคต

แต่ถ้าหากคุณไม่แคร์บัค หรือการตั้งค่าที่น้อยนิด อยากหาเกมที่ดูต่ำตมเล่นดูตอนนี้ Postal 4 : No Regerts ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณอย่างแน่นอน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close