No Man’s Sky เมื่อกาลเวลาพิสูจน์ความสำเร็จของตัวเกมและทีมผู้พัฒนา


ในปี 2016 หากพูดถึงเกมที่ทุกคนมอบตำแหน่งเกมยอดแย่ และน่าผิดหวังให้แล้ว น่าจะหนีไม่พ้นเกมที่ชื่อว่า No Man’s Sky ซึ่งเป็นเกมแนว Sandbox ใช้ชีวิตตะลุยไปในอวกาศอันกว้างใหญ่ ตัวเกมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ แต่เมื่อถึงเวลาวางจำหน่ายจริงกลับโดนสับเละไม่มีชิ้นดี ซึ่งสาเหตุก็มาจากการที่ตัวเกมมันไม่สามารถทำได้อย่างที่มันโม้เอาไว้เลยสักนิดเดียว แต่เพราะการไม่ถอดใจของทีมผู้พัฒนา ยังคงสร้างสรรค์อัพเดทตัวเกมตลอดมาเรื่อย ๆ ทำให้วันนี้เกมนี้กลับกลายเป็นที่ยอมรับ และวลีเด็ดอย่างคำว่า Come back is Real ก็ถูกนำมาใช้กับเกมนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี วันนี้ลองมาย้อนดูกันว่า กว่าจะถึงวันนี้ No Man’s Sky เขามีวีรกรรมอะไรกันมาบ้าง

เรื่องราวในช่วงเปิดตัว

No Man’s Sky นั้นเปิดตัวในช่วงปี 2013 ตัวเกมพัฒนาโดย Sean Murray และทีมงาน Hello Games พร้อมกับการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นของตัวเกมว่า เกมจะเป็นการผจญภัยไปในอวกาศอันกว้างใหญ่และมีดวงดาวเป็นพันล้านดวงที่เกิดจากการสุ่มสร้าง เอาแค่นี้ตอนนั้นหลายก็เริ่มกังขาแล้วว่ามันจะยิ่งใหญ่เกินไปหรือเปล่า ดวงดาวเป็นพันล้านดวงเนี่ยนะ ? แต่ก็มีผู้เล่นให้ความสนใจอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องบอกว่ามันเปิดตัวได้สวยเลยทีเดียว

ต่อมาในปี 2014 ตัวเกมถูกนำไปโชว์ที่งาน E3 ที่เผยให้เห็นโลกที่มีชีวิตชีวา และภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไป และดูเหมือนว่าระบบการสร้างดวงดาวแบบสุ่มนั้นจะทำได้จริง และที่โดดเด่นมากเลยคือระบบที่ถ้าหากเราเป็นคนแรกที่ไปค้นพบดาวดวงนั้น เราจะสามารถตั้งชื่อเอาไว้ได้ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิต สิงสาราสัตว์ต่าง ๆ ถ้าเราเป็นผู้ค้นพบ เวลามีผู้เล่นอื่นมาเจอ ระบบเกมก็จะแสดงชื่อไว้เลยว่าเราเป็นคนค้นพบ ยิ่งกระตุ้นความน่าเล่นให้ตัวเกมมากขึ้นไปอีก

ที่สำคัญในช่วงเดินสายออกรายการโปรโมทเกม นาย Sean Murray ถูกถามว่า ตัวเกมสามารถพบเจอผู้เล่นอื่นได้บ้างหรือไม่ ซึ่ง Sean ก็ตอบว่า ได้ แต่โอกาสคงน้อยมาก เพราะเกมมันมีดวงดาวอยู่เป็นพันล้านดวง แต่สุดท้ายลางดราม่าก็เริ่มมา เพราะตัวเกมถูกเลื่อนวางจำหน่ายจากกำหนดเดิมคือมิถุนายน 2016 ไปยังเดือนสิงหาคม 2016 (เลื่อนราว ๆ 2 เดือน) ซึ่งทำให้ผู้เล่นเกมบางส่วนไม่พอใจเป็นอย่างมาก

การเปิดตัวพร้อมกระแสตอบรับแบบ “ถล่มทลาย”

หลังจากเลื่อนวางจำหน่ายมา 1 ครั้ง ตัวเกมก็ได้ฤกษ์วางจำหน่าย ในราคาสูงลิ่วถึง 60$ USD (ในไทยนั้นผู้เขียนจำได้ว่าซื้อเดย์วันมาเหมือนกันในราคา 1,049 บาท ซึ่งนับว่าแพงมากหากเทียบกับตัวเกมแนว Survival ปนกับการออกสำรวจ ในขณะที่เกมแนวนี้เกมอื่น ๆ นั้นราคาจะอยู่ที่ 300-500 บาท) และเมื่อเกมเปิดให้เล่นก็ได้รับกระแสตอบรับอย่าง “ถล่มทลาย”

นั่นเพราะตัวเกมไม่สามารถทำสิ่งที่เคยโฆษณาไว้ได้เลยแม้แต่น้อย นอกจากนั้นตัวเกมยังเต็มไปด้วยบัคและมีปัญหาในด้านการ Optimize อีกมาก อย่าลืมนะว่าตัวเกมเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 และวางจำหน่ายในปี 2016 กินระยะเวลากว่า 3 ปี ทำให้แฟน ๆ คาดหวังว่เกมจะออกมาเจ๋ง แต่เมื่อมันออกมาแบบนี้ทุกสื่อทุกสำนักลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือหนึ่งในผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดของปี 2016 แถมหน้ารีวิวใน Steam ยังถูกกดวิจารณ์ในแง่ลบมากไปจนถึงขั้น Overwhelmingly Negative ตัวเกมถึงขั้นโดนสอบสวนจากองค์กร ASA (Advertising Standard Agency) ในอังกฤษ ว่าเข้าข่ายโฆษณาหลอกลวงเกินจริงหรือไม่เลยทีเดียว

ผู้พัฒนาออกมายอมรับผิดอย่างจริงใจ

หลังผ่านไปสองปี กระแสโดนด่าเริ่มซาลงบ้างแล้ว หรือไม่ก็เทไป ไม่ให้ความสนใจเลย แต่ทางทีมพัฒนาหลักอย่าง Sean Murray และทีมงาน Hello Games เกือบทั้งหมด ได้ออกมาก้มหน้าขอโทษแฟนเกมอย่างจริงใจ พร้อมบอกว่าตัวเกมจะยังคงอัพเดทต่อไปเรื่อย ๆ และพวกเขาเลือกที่จะลงมือทำงานหนักมากกว่าออกมาแก้ตัวใด ๆ อีกต่อไป ซึ่งเหตุการณ์นี้แหละที่เริ่มทำให้ No Man’s Sky เริ่มถูกมองในแง่ดีอีกครั้งแม้จะน้อยนิดมากก็ตาม แต่เพราะการไม่ยอมแพ้ของทีมงานชุดนี้นี่แหละ การอัพเดทครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่ากู้ชื่อเสียงให้กับตัวเกมจึงบังเกิดขึ้นนั่นคือ No Man’s Sky : NEXT

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ใน No Man’s Sky : NEXT

ในปี 2018 ตัวเกมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งทีมพัฒนาเองยังบอกว่า นี่คือการอัพเดทครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่พวกเขาทำกันมา และมันก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจริง ๆ เพราะแพทช์นี้ได้เพิ่มทั้งระบบ Multiplayer , โหมดสร้างบ้าน ทำฟาร์ม และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งมันทำให้เกมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เล่นสูงสุดถึง 200,000 กว่าคน พร้อมกัน และทำลายสถิติเอาชนะเกม The Witcher 3 ไปได้ เกมเมอร์ทั้งหลายกลับมาเล่น พร้อมกับตัวเกมก็ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกขึ้นมา นี่คือการพลิกจากเกมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกมให้กลับมาเป็นเกมดีที่ทุกคนไม่ควรพลาดจริง ๆ

สานต่อความสนุกให้สุดยิ่งขึ้นไปอีกใน No Man’s Sky : BEYOND

หาก NEXT คืออัพเดทที่ใหญ่ที่สุดในปี 2018 BEYOND อาจจะเป็นอัพเดทที่ใหญ่ที่สุดของปี 2019 อีกครั้งที่ Sean Murray บอกว่านี่เป็นอีกขั้นของความยิ่งใหญ่นับตั้งแต่พวกเขาทำกันมา (Beyond สมชื่อ) โดยในแพทช์นี้จะมีทั้งการรองรับระบบ VR เพิ่มอินเตอร์เฟสแบบใหม่เข้ามาสำหรับระบบนี้ และที่สำคัญคนที่ใช้ VR เล่นก็จะไปเจอกับผู้เล่นปกติได้ด้วย ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ

No Man’s Sky Online กับการปรับปรุงระบบ Multiplayer ให้เจ๋งยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยตัวเกมจะเพิ่มระบบศูนย์กลางที่เรียกว่า Nexus เข้ามา โดยคุณจะเล่นออนไลน์ทั้งแบบสุ่มกับคนแปลกหน้าหรือเล่นกับเพื่อนได้ ได้ออกไปทำภารกิจใหม่ เนื้อเรื่องใหม่และคอนเทนต์ใหม่ ๆ อีกมาก เรียกได้ว่ามันจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจาก NEXT และปิดท้ายด้วย No Man’s Sky 2.0 ที่ยังไม่มีข้อมูลอะไรหลุดออกมาให้เราได้เห็นกันมากนัก

จากทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า No Man’s Sky คือเกมที่กลับมาประสบความสำเร็จจากความพยายามของทีมผู้พัฒนาโดยแท้ แม้ว่าการเปิดตัวที่ผิดพลาดของทีมงานและ Sean Murray จะเป็นการทำตัวเองของพวกเขา แต่ถือเป็นความเข้มแข็งทางด้านจิตใจมาก ๆ ลองคิดดูว่าหากคุณโดนคนทั่วโลกรุมก่นด่าสาปแช่งทุกวี่ทุกวันอยู่นาน คุณยังจะมีกำลังใจจะทำอะไรต่อหรือไม่ แต่ทีมพัฒนาชุดนี้ก็ยังเดินหน้าปรับปรุงตัวเกมและอัพเดทต่อไป จนมันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งจนได้ เรียกได้ว่า กาลเวลาพิสูจน์คนจริง ๆ

No Man’s Sky วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั้งบน PC , XBOX One และ Playstation 4 และเตรียมอัพเดทแพทช์ BEYOND 14 สิงหาคมนี้