Neil Druckmann เผย สาเหตุที่หนัง The Last of Us เวอร์ชันเก่าโดนยกเลิก เพราะเนื้อหาขายฉากแอ็กชันมากเกินไป

IGN รายงานจาก Neil Druckmann ผู้กำกับเกม The Last of Us ได้ให้ข้อมูลผ่านรายการ Podcast ชื่อว่า “Script Apart” เปิดเผยว่าเกม The Last of Us เคยถูกดัดแปลงทำเป็นภาพยนตร์คนแสดง แต่ทีมงานได้ยกเลิกการสร้างหนังเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเนื้อหาขายฉากแอ็กชันเยอะเกินไป

อ้างอิงจาก Druckmann บริษัท Sony และสตูดิโอ Screen Gems มีการจับมือร่วมกันในปี 2014 เพื่อผลิตหนังจากเกมเรื่อง The Last of Us

อย่างไรก็ตาม Druckmann กล่าวว่าระหว่างพวกเขากำลังพัฒนาหนัง The Last of Us ตอนนั้น มีผู้บริหารจากสตูดิโอคนหนึ่งบอกคาดหวังว่าหนังจะต้องสร้างกำไรเป็นจำนวนมากให้ได้ ซึ่งทำให้ทีมงานได้รับคำสั่งจากสตูดิโอว่าต้องทำอย่างไรให้ภาพยนตร์โดยรวม “ดูยิ่งใหญ่มากขึ้น” ส่งผลทำให้ตัวหนังเริ่มไปในทิศทางแอ็กชัน มากกว่าการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Ellie กับ Joel รวมถึงประสบปัญหาระหว่างการพัฒนา เพราะแนวทางการสร้างหนังที่ไม่ตรงกัน

ต่อมาในปี 2016 ภาพยนตร์ The Last of Us ก็ได้ถูกยกเลิกการพัฒนา ก่อนมีการประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2020 แม้บริษัททั้ง 2 ฝ่ายไม่มีการระบุสาเหตุที่แท้ชัด แต่ Druckmann เชื่อว่าเพราะมาจากทีมงานหลายคนเห็นด้วยว่าหนัง The Last of Us ไม่เหมาะสำหรับการทำเป็นหนังแอ็กชันเลยแม้แต่นิดเดียว

“การสร้างหนัง The Last of Us (ไปในทิศทางภาพยนตร์แอ็กชัน) มันใช้ไม่ได้ครับ ผมคิดว่านี่เป็นสาเหตุหลักว่าทำไมหนังเรื่องดังกล่าวจึงไม่ได้ถูกสร้าง”

สุดท้าย Druckmann กล่าวรู้สึกมั่นใจว่าซีรีส์ The Last of Us โดย HBO จะสามารถถ่ายทอดตัวละคร Ellie และ Joel อย่างที่ควรจะเป็น เพราะในซีรีส์มีฉากแอ็กชันที่น้อยกว่าหนัง หรือแม้กระทั่งวิดีโอเกมซะด้วยซ้ำ

“ในวิดีโอเกม เราต้องใส่ฉากแอ็กชันลงไปโดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษา Pacing ระหว่างการเล่าเรื่องและเกมเพลย์ แต่สำหรับทีวีซีรีส์นั้นมีมาตรฐานการเล่าเรื่องที่แตกต่างจากเกมสิ้นเชิง คุณสามารถโยนระบบเกมเพลย์ทิ้งออกนอกหน้าต่างได้เลย เพื่อโฟกัสกับเนื้อเรื่องได้เต็มที่”

ซีรีส์ The Last of Us โดย HBO ยังไม่มีกำหนดการฉายอย่างชัดเจน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close