Gearbox Software เผย Borderlands 3 จะไม่ออกมาดีขนาดนี้ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำ Battleborn มาก่อน


แม้จะมีกระแสที่ไม่สู้ดีนักเกี่ยวกับการเป็นเกมแบบ Exclusive ของ Epic Games Store ในช่วงหกเดือนแรก แต่ Borderlands 3 ก็ยังคงเป็นเกมที่หลายคนเฝ้ารอกันอยู่ดี แต่เชื่อหรือไม่ว่าทาง Gearbox Software นั้นกล่าวว่า เกมจะไม่ออกมาดีขนาดนี้ถ้าหากพวกเขาไม่ได้ทำเกม Battleborn มาก่อน

สำหรับคนที่ลืมไปแล้ว Battleborn คือเกมแนว FPS ที่ดัดแปลงให้ระบบการเล่นคล้ายคลึงกับเกม MOBA ที่มีการป้องกันฐาน เลือกตัวละครในสไตล์ที่แตกต่างกันไป เพียงแต่ในช่วงเวลาที่เกมออกมานั้นดันชนกับ Overwatch ของทาง Blizzard พอดี ทำให้ตัวเกมไปไม่ถึงดวงดาว

ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดย Scott Kester หัวหน้าฝ่ายกำกับศิลป์ของ Gearbox ที่ทางเว็บไซต์ Metro GameCentral ได้มีโอกาสไปพูดคุยด้วย ซึ่งก็ได้มีการพูดถึงรายละเอียดของเกมเพิ่มเติมรวมไปถึงสิ่งที่ Battleborn มีส่วนช่วยให้ Borderlands 3 ออกมาดีกว่าที่เป็น

“โอเคครับ ตอนที่เราทำภาคแรกแล้วโดดไปทำภาคสองนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ต่อเนื่องแทบจะในทันที ผมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งสองภาค และตอนนั้นพวกเราก็เหนื่อยกันมาก และพวกเราก็คิดว่า ‘เราจะทำกันต่อไหม?’ และพวกเราก็ไม่ได้ต้องการที่จะทำ พวกเราอยากพัก เพราะพวกเราแทบไม่ได้พักเลย ผมก็เลยคิดว่าพวกเราไม่น่าจะทำอะไรที่ดี ๆ ออกมาได้แล้วล่ะ”

“แล้วทาง 2K ก็อนุญาตให้เราได้พูดว่า ‘เฮ้ พวกเราอยากจะทำเกมที่เป็นอะไรแบบ Battlrborn ออกมา เราอยากจะตั้งค่าล้างไพ่ใหม่ พวกเราอยากจะลองทำมันดู’ และพวกเราก็ทำมันออกมาจริง ๆ รู้ไหมครับว่าถ้าเราไม่ได้ทำเกมนี้ออกมา Borderlands 3 จะไม่ออกมาดีขนาดนี้เลย มันทำให้เราได้กลับไปคิดทบทวนถึงสิ่งที่แตกต่างออกไป”

“ผมมีส่วนร่วมในการสร้างเกมนี้มากว่าสี่ปีแล้ว และได้รับการพัฒนามาแล้วพักใหญ่ ซึ่งการที่ทำเกม Battleborn ออกมานั้นก็คือสิ่งที่พวกเราอยากทำ สำหรับพวกเรามันไม่ใช่เรื่องของการ “ทุบมัน! ทุบมัน! ไปต่อยมัน! ไปอัดมันให้เละ!’ มันเป็นเรื่องของ ‘มาทำสิ่งที่สมควรทำกันเถอะ มาใช้เวลาสร้างมันให้ดีกันเถอะ’ “

ในขณะที่ Borderlands 3 ใกล้วางจำหน่ายเข้ามาทุกที คุณ Kester ก็ยังได้พูดถึงแผนการวางจำหน่าย DLC ที่เขาบอกว่าจะมีสิ่งที่แฟน ๆ เคยเห็นและชื่นชอบมาก่อนด้วยเช่นกัน

“เรามีแผนที่จะสนับสนุนตัวเกมในระยะยาวแบบที่เคยทำมาก่อนอยู่แล้วครับ ถ้าเราจะนับว่าตัวเกมคือการให้บริการน่ะครับ ซึ่งหลายเกมที่ออกวางจำหน่ายมามักจะมี End Game Content ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก”

“แต่สำหรับเราในการเล่นรอบที่สองกับสาม เราเชื่อในสิ่งที่เรียกว่า Mayhem Mode ที่มีการเพิ่มสิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายอย่างของเกม เช่นความยากของเกมที่เปลี่ยนได้ตามใจชอบในรอบที่สองและสาม และยังมี Guardian Rank ที่จะปลดล็อกทักษะใหม่ ๆ ที่จะมีให้หลังจากเล่นเกมจบไปแล้ว”

“เนื้อหาในส่วน End game ของเรานั้นลึกมากและมีรายละเอียดมาก และเราก็อยากให้ผู้เล่นนั้นเล่นเกมของเราต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็มีแผนที่จะเสริม DLC เข้าไปในเกม แต่ผมคิดว่าเราจะมีการทดลองสร้าง DLC ในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย”

“พวกเราได้เคยสร้าง DLC ดี ๆ มากมายเป็นจำนวนมหาศาล และพวกเราก็อยากจะทำเช่นนั้นต่อ ถ้าเกมคือ Service รูปแบบหนึ่งเราก็จะทำแบบนั้นต่อ เพียงเราไม่ได้เรียกมันว่าแบบนั้นครับ”

Borderlands 3 จะวางจำหน่ายในวันที่ 13 กันยายนนี้ บนระบบ PS4, Xbox One และ PC บน Epic Games Store ก่อนที่จะลงให้กับร้านค้าอื่น ๆ ในอีก 6 เดือนหลังจากนี้ครับ