5 เหตุผลสำคัญที่บอกเราว่า WWE 2K19 จะเป็นภาคที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยมีมา


WWE 2K19

ณ ตอนนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ไม่มีเกมมวยปล้ำ WWE เกมไหนสามารถต้านทานความเทพของซีรี่ส์ WWE 2K ได้อีกแล้ว ไม่ใช่เพราะเกมดีมาก ๆ นะ แต่เป็นเพราะ ณ ปัจจุบัน 2K ถือลิขสิทธิ์ของ WWE ไว้แต่เพียงผู้เดียวนั่นเอง (ฮา) ภาคล่าสุดนี่ทำแฟน ๆ หงอยลงไปเยอะเพราะนอกจากจะยัดระบบ Microtransaction มาไว้ใน MyPlayer แล้ว พวกเขาก็ยังไม่เพิ่มอะไรใหม่ ๆ เลยนอกจากเปลี่ยน Engine ใหม่… อืม ก็สมควรโดนด่าจริง ๆ นั่นแหละ

แต่เนื่องจากมันเป็นซีรี่ส์รายปี เราก็พอเข้าใจได้ว่ามีเวลาพัฒนาน้อยอ่ะนะ เขาก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากนี้แล้ว ทำให้ WWE 2K18 น่าจะกลายเป็นภาคที่ห่วยที่สุดเท่าที่ 2K เคยทำมา และด้วยเหตุผลนี้แหละที่จะผลักดันเกมภาคล่าสุดให้กลายเป็นเกมภาคที่ดีที่สุดในซีรี่ส์ สงสัยไหมว่าทำไม ? ถ้าสงสัยก็ไปอ่านกันเลย !!

1.กติกาใหม่ ของใหม่ ยุคใหม่

ข้อนี้น่าจะเป็นอะไรที่…สำคัญที่สุดแล้ว เพราะภาคล่าสุดไม่ได้เพิ่มอะไรเข้ามาเลย กติกาก็ยังใช้แบบเดิม แมตช์ก็ยังซ้ำซากจำเจ แถมยังตัดอะไรต่อมิอะไรออกเยอะแยะ ภาคนี้ก็เลยจัดเต็มมาทั้ง Mixed Match, Inferno, Special Referee และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนของใหม่ที่พูดถึงก็น่าจะเป็นตัวที่หลุดออกมาจาก Trailer ทั้งซอมบี้ โหมดหัวโต ซึ่งของพวกนี้ 2K ไม่เคยทำมาก่อน แถมครั้งนี้ยังเป็นการกลับมาอย่างเป็นทางการของโหมด Showcase อีกด้วย

WWE 2K19

2.NXT, UK และ 205 Live ที่เด่นชัดขึ้น

ภาคที่แล้วมันเป็นช่วงรอยต่อระหว่างที่พี่พอล (Triple H) ของเรากำลังพัฒนา NXT ให้เข้ารูปเข้ารอยด้วยการปูเนื้อหาของลีกส์ UK ส่วน 205 Live แกก็ย้ายทีมเขียนบทโหด ๆ ไปเขียนบทให้มันน่าติดตาม ทำให้แฟน ๆ มวยปล้ำหลายคนเรียกร้องว่าให้เอาของพวกนี้ใส่ในเกมได้แล้ว แต่อนิจจา อย่างที่บอกว่ามันอยู่ในช่วงรอยต่อ ทำให้ 2K18 อัดมาได้แค่ NXT ที่เหลือคือปล่อยเบลอ ยังดีที่ 205 Live พอจะทำรายการได้บ้าง แต่ก็จำเป็นต้องมานั่งคัสต้อมเองให้ปวดหัวอยู่เหมือนกัน ส่วน UK ที่ยิ่งแล้วใหญ่ เอ็งใส่เข็มขัดแชมป์มา แต่ !! ไม่ใส่นักมวยปล้ำอังกฤษมาในเกมซักคนนอกจาก Noam Dar นี่เอ็งบ้าหรือเปล่าวะ… (อันนี้ลืม ยังมี Brian Kendrick อีก แต่แกอยู่ 205 ถือว่าให้อภัยได้)

ภาคนี้จะเป็นการเน้นย้ำความเป็น NXT เต็มรูปแบบ อย่างแรกเลยคือเพิ่ม Line Up ของ NXT มาแบบเต็มสูบ พร้อมทั้งเพิ่มตัวละครฝั่ง UK เข้ามาจำนวนหนึ่ง ส่วน 205 Live ก็ได้ตัวละครมาเหมือนกัน และที่สำคัญคือน่าจะไม่ต้องมาสร้างรายการเองแล้ว เรียกได้ว่าเอาใจสาวกพี่พอลสุด ๆ เลยครับภาคนี้

WWE 2K19

3.ความเป็น Feminist ที่สมดุลขึ้น

ถ้าใครดูมวยปล้ำมาตั้งแต่สมัยปี 1990 – 2000 จะรู้ว่าน้อยครั้งมากที่ WWE จ้างนักมวยปล้ำหญิงเข้ามาเพราะฝีมือ ส่วนมากพวกเขาจะจ้างเพราะบุคลิกลักษณะที่นำไปขายได้มากกว่า แต่ด้วยความที่ยุคนี้กระแสความเป็น Feminist มันเข้ามาเรื่อย ๆ ประกอบกับภรรยาพี่พอล (Stephanie Mcmahon) อยากขายความเป็นผู้หญิงในรายการมวยปล้ำบ้าง ในปัจจุบันเราเลยได้เห็น WWE จ้างนักมวยปล้ำหญิงเก่ง ๆ เข้ามาบ้าง จากที่เมื่อก่อนจ้างสวยแล้วเอามาฝึกเอง

ในภาคนี้เห็นว่าจะใส่โหมดเฉพาะของผู้หญิงที่ภาคที่แล้วไม่มี เช่น Royal Rumble, Mae Young Classic, Money in The Bank และอื่น ๆ อีกมากมายเข้ามา พร้อมทั้งเพิ่มตัวละครหญิงจาก NXT เข้ามาค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงความ Sexy ให้เยอะขึ้น จากเดิมที่ภาค 2K18 เน้นขายความจริงจัง (ที่ไม่ถูกวิธี) เราก็เลยไม่ได้เห็นความเซ็กซี่ของนักมวยปล้ำเลย ถ้าพูดตรง ๆ ก็เหมือนมันสมดุลขึ้น ไม่เน้นด้านนู้นด้านนี้จนเกินไป

WWE 2K19

4.ตามใจแฟน ๆ ด้วยสิ่งที่พวกเขาอยากได้

ภาคที่แล้วโดนบ่นกันเยอะในเรื่องของตัวละครที่แบบ ใส่อะไรมาก็ไม่รู้อ่ะ อยากใส่ก็ใส่ ยกตัวอย่างเช่น Sting ที่แบบ ใส่มาสี่ห้าเวอร์ชั่น ใส่มาทำมะเขืออะไรพี่ ! แต่อันนี้ยังดีหน่อยที่ใส่มาเกิน ใส่ขาดนี่ก็มี กรณีของ Shawn Michaels ที่ใส่มาแค่เวอร์ชั่นมัดผมก่อนปี 2000 กับช่วง DX คือแบบ พี่ครับ ผมอยากเล่นเวอร์ชั่น 2007-2009 โว้ย !! เวอร์ชั่นก่อนรีไทร์อ่ะพี่เข้าใจไหม

และเหมือนความเห็นของแฟน ๆ จะส่งถึง 2K เพราะภาคนี้นอกจาก Shawn Michaels จะได้ชุดในยุค 2007 คืนมาแล้ว เรายังได้ Batista สมัยยังเปิดตัวด้วยท่ายิงปืนกล, Randy Savage กับเพลงเปิดตัวเก่าของเขา และอื่น ๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าถ้าใครชอบยุคสมัยเก่า ๆ ที่มวยปล้ำยังโหดอยู่ คุณต้องชอบภาคนี้แน่นอน

WWE 2K19

5.คุณค่าในการเล่นที่เพิ่มมากขึ้น

WWE 2K เป็นเกมที่อยู่ได้เพราะโหมด MyPlayer และ Universe Mode แบบที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าไม่ใช่ สำหรับ MyPlayer นั้นจะคล้าย ๆ กับโหมดเนื้อเรื่อง แต่นอกจากเนื้อเรื่องแล้วยังมี Event มากมายตามระยะเวลาของโลกจริง เช่นถ้าตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมตศึก Summerslam โหมดนี้ก็จะมีแมตช์กับแผนที่ใหม่ ๆ มาให้เราเล่นเก็บแต้มสะสมคะแนน แต่ข้อเสียของมันคือคุณต้องออนไลน์ แถมปรับแต่งตัวละครของคุณตามใจไม่ได้ด้วย

สำหรับ Universe Mode มันคือการสร้างจักรวาลมวยปล้ำจำลองของคุณขึ้นมา คุณสามารถปรับแต่งได้ทุกอย่าง ทั้งย้าย Roster ไปมาระหว่างแบรนด์ สร้างแบรนด์ใหม่ เปลี่ยนสนาม เปลี่ยนเพลงเปลี่ยนท่าเปิดตัว เปลี่ยนภาพที่ฉาย สร้างนักมวยปล้ำใหม่ เอาเป็นว่ามันทำได้เกือบทุกอย่าง จุดเด่นของมันอยู่ที่มันมีเรื่องราวคล้ายมวยปล้ำที่ฉายอยู่ในทีวี คือมีการหาเรื่องกันไปกันมาเป็นคัตซีน มีการออกมาลอบทำร้ายทำนู่นทำนี่ทำนั่น โหมดนี้จะเป็นโหมดหลักที่ผู้เขียนเล่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะเล่นได้นาน และแต่ละครั้งไม่ต้องใช้เวลาเล่นมาก สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจ

ในครั้งนี้นอกจากโหมดพวกนี้แล้ว พวกเขายังเอาโหมดใหม่เข้ามาอีก นั่นก็คือ Tower Mode โหมดที่จะทดสอบพลังความสามารถของคุณผ่านศัตรูเป็นชั้น ๆ คล้ายโหมด Tower ของเกม Mortal Kombat โหมดนี้ยังไม่เปิดเผยอะไรออกมาเยอะมากแต่ดูแล้วน่าจะเพิ่มคุณค่าในการเล่นของคุณให้สูงขึ้นอีกแน่นอน

WWE 2K19