4 อย่างที่ PUBG Corp. ควรเรียนรู้จาก Blackout


PUGB มีคู่แข่งเกิดขึ้นมาใหม่อย่างมากมายและครั้งนี้ไม่ใช่ Fortnite ที่เป็นคู่แข่งตลอดกาลแล้ว แต่ตอนนี้กลับเป็นเกมซีรี่ย์ดังอย่าง Call of Duty กับภาค Call of Duty: Black Ops IIII ที่มีโหมด Battle Royale อย่างโหมด Blackout เพิ่มเข้ามา แม้ว่าเวลาเพียง 48 ชั่วโมงที่ปล่อยมาให้เล่นในรอบเบต้า แต่ทางเว็บไซด์ dbltap ก็ได้ออกมาวิเคราะห์เกี่ยวกับ 4 อย่างที่ PUBG Corp. ควรเรียนรู้จาก Call of  Duty Black Ops IIII : Blackout

4.ระบบกระเป๋าที่ใช้ง่าย

ไม่มีการกด Tap และลากของต่าง ๆ เข้าหรือออกจากกระเป๋า ใน Blackout ที่คุณต้องทำทั้งหมดเพียงแค่กดปุ่มเดียวเพื่อดึงของ เปลี่ยนปืนและเก็บยา ในขณะที่ผู้เล่นของ PUBG ต้องใช้เวลาอยู่กับระบบการจัดการของ แต่เพียงเวลาทดลองเล่น Blackout ชั่วโมงสองชั่วโมงทำให้รู้สึกอยากกลับไปเล่นอีก

3.แผนที่ที่หลากหลายมากขึ้น

แผนที่ PUBG ถูกนำขึ้นมาเรื่อย ๆ สร้างเป็นธีมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ แถมยังมีอาวุธและยานพาหนะที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแผนที่ อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปไม่กี่นาทีที่คุณวิ่งไปวิ่งมาในแผนที่ Miramar หรือ Erangel แล้วคุณจะรู้สึกเบื่อกับทรายและหญ้าที่สุดลูกหูลูกตา Blackout สามารถทำสิ่งที่ PUBG ทำได้ใน 3 แผนที่ โดยการนำอาคารที่น่าสนใจและสถานที่ต่าง ๆ รวมไว้ในที่เดียว

2.การรักษาแบบคล่องตัว

ช่องเก็บของ หนึ่งปุ่ม รักษาหนึ่งครั้ง มันเป็นอะไรที่ง่ายมากใน Blackout แม้ว่าอาจจะทำให้เกมอย่าง PUBG ดูสูญเสียระบบความสับซ้อนที่สมจริง การรักษาใน Blackout ทำให้มันคุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้ perks ใน Blackout ยังช่วยเติมหลอดเลือดที่ขาดหายเหมือนกับ เครื่องดื่มชูกำลังและ painkillers

1.การเคลื่อนไหวที่ราบรื่น

สิ่งแรกที่คุณจะสังเกตเห็นเมื่อเล่น Blackout คือเกมมันเร็วและเคลื่อนไหวได้ง่ายดาย การย่อและการหมอบแทบจะตอบสนองทันทีที่กด ทำให้การเล่นดูลื่นไหล และคุณสามารถสไลด์จากที่กำบังไปที่กำบังอีกที่ได้ มันอาจจะทำให้ดูไม่สสมจริง แต่บางครั้งมันก็ทำให้รู้สึกแย่เวลาเอา PUBG มาเปรียบเทียบ

เกมแนว Battle Royale เป็นกระแสที่มาแรง คู่แข่งก็ย่อมเยอะเป็นธรรมดา ยิ่งเกมใหม่ออกมายิ่งเทคโนโลยีสูงกว่า แต่เจ้าเก่าอย่าง PUBG ก็ต้องงัดไม้เด็ดออกมาดึงฐานผู้เล่นกลับคืนมาให้มากขึ้น