ยังคงมีคดีความให้ตามกันอีกครั้งสำหรับ Fortnite ที่ประเด็นในคราวนี้ไม่ได้มาจากโหมด Battle Royale ที่โด่งดัง แต่มาจากโหมด Save The World โหมดการเล่นแบบ Co-op ที่ผู้เล่นต้องร่วมมือกันปราบซอมบี้และศัตรูที่ถาโถมเข้ามา และมีการเปิด Loot Box เป็นตัวลามะ ซึ่งก็เกิดเป็นคดีความในเรื่องนี้กันอีกแล้ว

PCGamesN รายงานว่า ทางศาลสูงของมลรัฐแคลิฟอร์เนียได้เปิดเผยเอกสารส่งฟ้องบริษัท Epic Games ในประเด็นที่ทาง Epic Games กระตุ้นให้ผู้เล่นต้องซื้อของเพิ่มอย่างไม่เต็มใจในโหมด Save The World ซึ่งในเอกสารส่งฟ้องนั้นใช้คำว่า “Predagory” หรือล่าเจ้าลามะที่เป็นกล่อง Loot Boxes ในเกม รวมกับการเสริมโปรโมชั่นต่าง ๆ เข้าไป เช่นลดราคาลงเพื่อกระตุ้นให้ผู้เล่นใช้เงินจริงซื้อของในเกม ซึ่งต้องการให้มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจในคดีนี้ก็คือสำนวนการส่งฟ้อง ที่สาธยายว่าระบบ Loot Boxes นั้นบัดซบแค่ไหน และเน้นไปที่ข้อเสียของโหมดการเล่นแบบ Save The World ล้วน ๆ ซึ่งมีการอธิบายไว้ดังนี้

“เพราะระบบการเล่นของ Fortnite Save The World จะอิงจากของที่ผู้เล่นมีเป็นหลัก ยิ่งมีของมาก เกมก็จะคืบหน้ามากตาม เป็นเหตุที่กระตุ้นให้ผู้เล่นต้องออกไปแสวงหา Loot ที่ดีกว่าเพื่อให้เกมคืบหน้าไปเรื่อย ๆ”

เรียกว่าน่าจะเป็นคดีความที่มีการฟ้องร้องอย่างเป็นจริงเป็นจังกับผู้พัฒนาเกมในประเด็นของ Loot Boxes ในประเทศอเมริกาเป็นเคสแรก ๆ เลยก็ว่าได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เช่นเบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์ ที่ Loot Boxes ถูกระบุว่าเป็นการพนันและผิดกฏหมาย และมีหลายประเทศเริ่มพิจารณาคดีความเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น ส่วนเรื่องเจ้าลามะในโหมด Save The World นี้จะจบลงแบบไหน ก็คงต้องรอดูผลกันต่อไปครับ

StolenHeart

เค้ก - Content Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง