เช็ครายได้ของ OG หลังชนะศึก Dota 2 : TI 2019 และเส้นทางของแต่ละคนหลังจบเกม


OG หากจะว่ากันแล้ว พวกเขาคือทีมแห่งปาฏิหาริย์แห่ง Dota 2 หรือจะให้เป็นของวงการ Esports เลยก็ว่าได้ ในปี 2018 พวกเขาใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ๆ ในการรวมทีมใหม่และได้แชมป์ของปีนั้นในที่สุด และในปีต่อมา 2019 พวกเขาก็ยังรักษาแชมป์ได้อีกสมัย แม้ว่าในช่วงรอบคัดเลือกจะเป็นไปอย่างทุกลักทุแลก็ตาม

โดนที่พวกเขาสามารถเอาชนะ Team Liquid ไปได้อย่างไร้ข้อกังขา 3-1 เกม รับเงินรางวัลไป 15.6 ล้านเหรียญฯ เมื่อรวมกับชัยชนะในปีที่ผ่านมาที่ได้ไป 11.2 ล้านเหรียญฯ ทำให้ OG กลายเป็นทีมที่มีรายได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกในทันที จากการแข่งขันเพียง 68 ครั้ง น้อยกว่า Team Liquid ที่แข่งไปกว่า 1603 ครั้งไม่ถึง 1 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น

หลังจากที่พวกเขาได้ชัยชนะที่ 2 มาได้สำเร็จ ทำให้สมาชิกหลักทั้ง 5 คน ได้กลายเป็นผู้เล่น Esports ที่มีรายได้รวมสูงสุดในประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าหลังจากผ่านศึกใหญ่มาได้แล้ว พวกเขาบางคนก็ต้องการเวลาส่วนตัวกันบ้าง วันนี้เรามาดูรายได้รวมของทั้ง 5 คนหลังจบ TI 2019 และเส้นทางที่พวกเขาเลือกหลังจากจบการแข่ง เรามารับชมไปพร้อม ๆ กัน

Topias ‘Topson’ Taavitsainen

ที่จริงแล้ว Topson ก่อนที่จะมาเข้า OG เขาเป็น Streamer มาก่อน ไม่ใช่สายนักแข่งเป็นหลักเหมือนคนอื่น ๆ เขาเกิดที่ฟินแลนด์ และเล่น DotA มาตั้งแต่ 8 ขวบ โดยเขาจะมี Hero Pool ที่ไม่กว้างเท่าไหร่นัก แต่จะแน้นการเล่นแบบสนุกเฮฮาตามประสา Streamer เสียมากกว่า ก่อนที่จะมาเขา OG ในปี 2018 ก่อนการแข่ง TI ในปีนั้นเพียงไม่กี่เดือน

Topson เป็นผู้เล่นในตำแหน่ง Mid ของทีม ซึ่งมีส่วนสำคัญในไฟต์ใหญ่ ๆ เป็นส่วนมาก ทำให้ได้เป็น MVP ในหลาย ๆ เกม จากการเล่นกับ OG สองปี ขณะนี้เขามีรายได้รวม 5,413,446 เหรียญฯ คิดเป็นกว่า 165 ล้านบาท เป็นอันดับ 5 ของผู้เล่น Esports ที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก

Topias ‘Topson’ Taavitsainen

ส่วนทางเลือกหลังจากจบ TI 2019 ตอนนี้เขาได้ประกาศพักการเล่นชั่วคราว เพื่อใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น และคาดว่าน่าจะกลับมารวมทีมอีกครั้งก่อนศึก DPC ที่จะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี โดยเขาได้กล่าวว่า นี้จะเป็นทั้งการพักผ่อนและการคิดถึงเป้าหมายใหม่ในชีวิตของเขาด้วย

Sébastien “Ceb” Debs

ไม่เหมือนกับ Topson เพราะ Ceb คือโปรเพลเยอร์ที่อยู่ในเส้นทางสายผู้เล่นมืออาชีพมามากกว่า 8 ปี ผ่านทีมชื่อดังมาแล้วนับสิบทีม เขาเป็นคนที่มีความเข้าในในรูปแบบและกระแสของเกมเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ดูเป็นเป็นอาวุโสที่สุดในทีม ทำให้เขารั้งตำแหน่งโค้ชของทีมไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ในฐานะโค้ชและผู้เล่น จากการชนะ TI ้มาแล้ว 2 ครั้ง เขามีรายได้เป็นอันดับ 4 ของวงการด้วยตัวเลข 5,488,233 เหรียญฯ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็มาจากช่วงที่เขาเล่นอยู่ในทีม OG นั่นเอง

ส่วนในตอนนี้ยังไม่ความเคลื่อนไหวใด ๆ ของเขาหลังจากจบ TI 2019 ซึ่งในฐานะโค้ชแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าเขาน่าจะใช้เวลาช่วงนี้ในการตรวจดูฟอร์มการเล่นของแต่ละทีม (รวมถึงทีมตัวเอง) เพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่าง ๆ อันเป็นหน้าที่ของโค้ชที่ต้องทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว

Sébastien “Ceb” Debs

Anathan ‘Ana’ Pham

ana เป็นชาวออสซี่ และเป็นโปรเพลเยอร์เช่นเดียวกับ Ceb โดยเล่นในตำแหน่ง Carry ของทีม โดยอาจจะเรียกได้ว่าเขาคือผู้เล่นตำแหน่ง 1 ที่เก่งที่สุดแล้วก็ว่าได้ ตัวเด็ดของเขาที่เล่นได้ดีมาก ๆ ก็อย่างเช่น Ember Spirit, Phantom Lancer และ Spectre

อีกทั้ง เขายังมีจุดเด่นอีกข้อก็คือ เขาเป็นผู้เล่นที่รู้ถึงสมดุลของการฟาร์มและการเข้า Teamfight เป็นอย่างดี อันเป็นทักษะที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับผู้เล่น Carry เป็นที่ยอมรับจากชุมชุนผู้เล่น Dota 2 ว่าฝีมือในด้านนี้ของเขานั่นเองที่นำมาซึ่งชัยชนะและรูปแบบเกมที่สวยงามของ OG ในหลาย ๆ ครั้ง

สำหรับ OG แล้ว เขาคือ 1 ใน 2 ผู้เล่นที่ได้เขามาในช่วงก่อนเข้า TI 2018 รวมทั้ง 2 ปีที่เข้าแข่ง เขามีรายได้รวมแล้วกว่า 5,999,411 เหรียญฯ คิดเป็นอันดับ 3 ในทีม และอันดับ 3 ในบรรดาผู้เล่น Esports ในประวัติศาสตร์ด้วย

ในตอนนี้ ดูเหมือนว่า ana จะขอพักการเล่นกับทีมไปอีกครั้ง นับว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้วนับตั้งแต่อยู่กับ OG ที่เขามีข่าวเกี่ยวกับการเข้า-ออก รวมถึงการพักการเล่นขณะอยู่ในทีม โดยเขาได้เคยให้สัมภาษณ์ ที่จริงแล้วเขามีความฝันที่จะเป็นเชฟ และที่จริงหากไม่ถูกเรียกมาเข้าทีม OG เขาก็คงจะไปเรียนทำอาหารไปแล้ว

นั่นจึงทำให้แฟน ๆ แซวเขาเล่น ๆ อยู่บ่อยครั้งว่า ที่พักการเล่นไปนั้นก็คือแอบไปเรียนทำอาหารนั่นเอง โดยเราก็อาจจะได้เห็นเขาใน DPC อีกครั้งเช่นเดียวกับ Topson

Jesse “JerAx” Vainikka

JerAx เป็นโปรเพลเยอร์ชาวฟินแลนด์ ในตำแหน่ง Support 4 ของทีม และเช่นเดียวกับ ana นั้นก็คือเขาอาจจะถูกเรียกได้ว่าเป็นที่สุดในโลกของตำแหน่งนี้ด้วยเลยก็ว่าได้ โดยมี Hero ที่เล่นบ่อย ๆ คือ Earthshaker, Tiny และ Earth Spirit

โดยที่ JerAx คือ 1 ใน 3 ผู้เล่นหลักชุดดั้งเดิมของ OG ก่อนที่ ana และ Topson จะเขามาเสริมในภายหลังในชุดลุย TI 2019 เขามีรายได้รวมเป็นอันดับ 2 ที่ตัวเลขกว่า 6,421,217 เหรียญฯ เป็นเงินไทยกว่า 192 ล้านบาท จากการเล่นมา 8 ทีมใน 6 ปี ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวใด ๆ ของเขาหลังจากจบศึก TI 2019 ที่ผ่านมาแต่อย่างใด

Jesse “JerAx” Vainikka

Johan “ N0tail” Sundstein

และคนสุดท้ายที่จะต้องนำมาอยู่หลังสุดก็คือ Big Daddy, N0tail โปรชาวเดนมาร์กตำแหน่ง Support 5 และยังรั้งตำแหน่งกับตันของทีมด้วย ด้วยความเป็นผู้นำและความเข้าใจในการเล่นตามแบบของ Support ของเขา จึงถือได้ว่าเขาคือผู้เล่นที่สำคัญที่สุดที่มีส่วนในการคว้าแชมป์ทั้ง 2 สมัยของทีม เขายังเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับว่าเล่นได้อย่างฉลาดและสามารถเล่น Hero ที่เล่นยากมาก ๆ เช่น Meepo ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยมี Pool ที่เขาถนัดก็คือ Chen, Enchantress และ Natures Prophet

ด้วยการประสานกับโค้ชอย่าง Ceb ทำให้ OG เป็นทีมที่ถือว่าดราฟได้ดีเสมอในทุก ๆ เกม N0tail คือผู้เล่น Esports ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในปัจจุบัน โดยทำเงินไปกว่า 6,889,591 เหรียญฯ หรือกว่า 210 ล้านบาท จากการเล่น Dota 2 มาตั้งแต่ปี 2012

Johan “ N0tail” Sundstein

ในฐานะกัปตันทีม แน่นอนว่าเขาก็ต้องยังคงอยู่เป็นสำหลักของ OG ตลอดเวลา แต่เขาก็ได้แบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปเปิดคอร์สสอนเล่น Dota 2 ที่เว็บไซต์ Gamerclassz ที่จะสอนตั้งแต่การแนะนำตัวเอง 😀 การปรับแต่งปุ่มกดต่าง ๆ การดราฟ และการเล่นในช่วงต่าง ๆ ของเกม ในราคา 34.99 เหรียญฯ (ราว ๆ 1,000 บาท) หากใครสนใจก็เชิญได้ที่หน้าเว็บไซต์ได้เลยในตอนนี้

N0tail ได้เปิดคลาสสอนเล่น Dota 2 ไว้ที่ Gamerclassz

ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า พวกเขาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกรอบใน TI 2020 ได้อีกครั้งหรือไม่ โดยเฉพาะอนาคตของ Topson และ ana ที่ยังไม่แน่นอน โดยเกมต่อไปที่อาจจะได้เห็นพวกเขาพร้อมหน้ากันอีกครั้งก็คือ Minor แรกของปี 2019 ที่จะนัดขึ้นในเดือน พ.ย. แฟนๆ Dota 2 อย่าพลาดชม

Source : sportskeeda.com