อดีต Ubisoft เผย Skull and Bones ใช้ต้นทุนสร้าง 120 ล้านเหรียญฯ และเกมยังพัฒนาต่อไป เพราะ “เกมใหญ่เกินไปที่จะล้มเหลว”

Skull and Bones เป็นเกมโจรสลัดของค่าย Ubisoft ที่กำลังเจอวิบากกรรม Development Hell ที่ตัวเกมไม่ค่อยมีความคืบหน้าสักเท่าไหร่นัก แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเกมดังกล่าวกันแน่

Kotaku ได้รายงานจากอดีตพนักงาน Ubisoft คนหนึ่ง เผยว่าสาเหตุที่ Skull and Bones เจอวิบากกรรมการพัฒนาเกมไม่คืบหน้า เป็นเพราะไม่มีเป้าหมายการสร้างเกมที่ชัดเจน, การจัดการโปรเจกต์ที่ไม่มีประสิทธิภาพจนถึงขั้นระดับ “Toxic” รวมถึงมีการ Reboot เกมใหม่อีกครั้ง และอื่น ๆ ที่ไม่สามารถกล่าวได้หมด

ทีมพัฒนาเกมใช้เวลาพัฒนาแนวคิดหรือ Concept นานเกินความจำเป็น นอกจากนี้ หลังจากสร้าง Concept เสร็จแล้ว ตัวเกมมีการเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ให้เน้นพัฒนาระบบการต่อสู้บนเรือ, ระบบ PvE และระบบการเอาตัวรอดคล้ายกับเกม Rust แทน แต่แล้วตัวเกมก็ได้มีการ Reboot อีกครั้งในปี 2020 ทำให้เกมดังกล่าวอยู่สถานะที่ “ไม่แน่เอานอนไม่ได้”

อดีตพนักงาน Ubisoft กล่าวว่าถ้าหากเกม Skull and Bones มีคู่แข่ง ป่านนี้เกมคงโดนเชือดไปแล้ว 10 ครั้ง แต่เนื่องจากเกมดังกล่าวใช้ต้นทุนการสร้างแพงถึง 120 ล้านเหรียญฯ ทำให้ทีมงาน Ubisoft “ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ให้กับเกมนี้ เพราะเกมมันใหญ่เกินไปที่จะล้มเหลว เหมือนกับธนาคารหลายแห่งในสหรัฐฯ ที่ต้องดิ้นรนตลอดเวลา”

นอกจากนี้ Ubisoft Singapore ซึ่งเป็นทีมพัฒนาเกมขนาดเล็ก ไม่ค่อยมีประสบการณ์จัดส่งเกม AAA และแผนก Ubisoft Editorial ได้มีปัญหาความขัดแย้งในด้านวัฒนธรรมการทำงาน โดยพนักงานทั้งสองแผนกต่างคนต่างโทษกันเองซึ่งกันและกัน แล้วนักพัฒนาเกมที่มีประสบการณ์จำนวนมากได้ออกจาก Ubisoft ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาค้นพบว่าโครงการ Skull and Bones ไม่มีความคืบหน้าเลย

หลังจากมีการรายงานดังกล่าว ทาง Kotaku ได้สอบถามทีมพัฒนาเกม Ubisoft โดยตรงเกี่ยวกับสถานะของเกม Skull and Bones ในปัจจุบัน ซึ่งทางทีมงานยืนยันว่าล่าสุด เกม Skull and Bones ได้ผ่านขั้นตอนโปรดักชั่นในระดับ Alpha แล้ว และทีมงานจะแบ่งปันข้อมูลเกมดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อตัวเกมมีความพร้อมแล้ว

Skull and Bones มีกำหนดการวางจำหน่ายหรือเปิดตัวอีกครั้งภายในปี 2023 และวางขายในระบบ PC, PlayStation 4 และ Xbox One

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง