ส่องสเปก Redmi K20 และ K20 Pro นักฆ่าเรือธงที่มาในราคาหมื่นต้น ๆ


ยุคนี้เรียกได้ว่ามือถือที่มีราคาไม่แพงแต่สเปกสุดเทพนั้นมีออกมาให้เห็นกันอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนทั้งหลาย และในตอนนี้เราก็กำลังจะมีนักฆ่าเรือธงอย่าง Redmi รุ่น K20 และ K20 Pro ที่เตรียมออกมาเขย่าตลาดมือถือสเปกแรงราคาไม่แพงกันแล้ว

ซึ่งไม่กี่วันก่อนทาง Xiaomi ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ในชื่อ Redmi รุ่น K20 และ K20 Pro ที่มาพร้อมสเปกสุดแรงในประเทศจีน โดยมีสเปกที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

K20

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 730
  • หน้าจอ: AMOLED 6.39 นิ้ว แบบ Full HD+ รองรับเทคโนโลยี DC dimming ลดความร้อนของหน้าจอและช่วยถนอมสายตา
  • RAM: 6GB
  • ROM: 64/128 GB สามารถเพิ่มความดุด้วย Micro SD Card ได้
  • กล้องหน้า: ความละเอียด 20MP F/2.0 ทำงานแบบ Pop up รองรับระบบบ AI
  • กล้องหลัง: มีสามกล้อง รองรับการใช้งาน AI

– ตัวแรกความละเอียด 48 MP เซ็นเซอร์ Sony IMX582

– ตัวที่สองความละเอียด 13 MP แบบ Super Wide 124.8 องศา F/2.4

-ตัวที่สามความละเอียด 8 MP แบบ Telephoto ซูมแบบ Digital ได้ 2X

  • ความจุแบตเตอรี่: 4,000 mAh รองรับการชาร์จแบบ Quick Charge ที่ 18W
  • ระบบบปฏิบัติการ: Android 9.0 Pie ทำงานร่วมกับ MIUI 10

K20 Pro

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 855
  • RAM: 6 / 8GB
  • ROM: 64/128/ 256 GB สามารถเพิ่มความดุด้วย Micro SD Card ได้
  • กล้องหน้า: ความละเอียด 20MP F/2.0 ทำงานแบบ Pop up รองรับระบบบ AI
  • กล้องหลัง: มีสามกล้อง รองรับการใช้งาน AI

– ตัวแรกความละเอียด 48 MP เซ็นเซอร์ Sony IMX586 F/1.75

– ตัวที่สองความละเอียด 13 MP แบบ Super Wide 124.8 องศา F/2.4

-ตัวที่สามความละเอียด 8 MP แบบ Telephoto ซูมแบบ Digital ได้ 2X

  • ความจุแบตเตอรี่: 4,000 mAh รองรับการชาร์จแบบบ Turbo Charge ที่ 27W
  • ระบบบปฏิบัติการ: Android 9.0 Pie ทำงานร่วมกับ MIUI 10

โดยราคาที่ออกมานั้นเริ่มต้นที่ 1,999 หยวน หรือประมาณ 9,200 บาทในความจุแบบ 64GB สำหรับรุ่น K20 ส่วน K20 Pro จะอยู่ที่ 2,499 หยวนหรือประมาณ 11,500 บาทไทยที่ขนาด 64GB ซึ่งนับว่าถูกมากเมื่อเทียบกับสเปกของเครื่อง

และล่าสุดนี้ก็มีข่าวออกมาว่าตัวเครื่องทั้งสองรุ่นนั้นจะถูกเปลี่ยนชื่อเล็กน้อยก่อนที่จะวางขายในต่างประเทศ โดย Redmi K20 จะใช้ชื่อว่า Poco F2 ในอินเดีย กับ Mi 9T ที่เริ่มมีการโปรโมทกันใน Twitter บ้างแล้ว และราคาที่วางขายจะไม่สูงมากด้วยเช่นกัน

ส่วนในบ้านเรานั้นจะมีผู้จัดจำหน่ายนำเข้ามาในอนาคตหรือไม่นั้น ก็ต้องมาติดตามดูกันต่อไปครับ