“Winner Don’t Use Drugs” สโลแกนต้านยาเสพติดสุดโด่งดังที่เคยปรากฏตัวตามเกมตู้ในอดีต

ถ้าหากเกมเมอร์เกิดทันในยุค 90’s หรือต้นปี 00’s และชื่นชอบการเล่นเกมตู้เป็นชีวิตจิตใจ ผู้เล่นทุกคนจะสังเกตเห็นว่าในเกมตู้เกือบทุกเกม บางครั้งมีฉายตราสัญลักษณ์ F.B.I. พร้อมเขียนสโลแกนว่า “Winner Don’t Use Drugs” ขนาดใหญ่เต็มจอพร้อมมีพื้นหลังเป็นสีน้ำเงินหรือสีเทาเข้มสะดุดตา

แต่ทำไมจู่ ๆ เกมตู้ถึงมีสโลแกนต่อต้านยาเสพติด แล้วทำไม F.B.I. จึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับอุคสาหกรรมเกมตู้ บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจ “Winner Don’t Use Drugs” มากยิ่งขึ้น

สหรัฐฯ ประกาศสงครามยาเสพติด

ย้อนกลับไปช่วงปี 1971 สมัยที่ริชาร์ด นิกสัน กำลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ตอนนั้นประเทศสหรัฐฯ เริ่มประกาศทำสงครามกับยาเสพติดแบบระยะยาว โดยนิกสันแถลงการณ์ชัดเจนว่ายาเสพติดนั้นคือ “คือภัยอันตรายอันดับ 1 ของประเทศ” และมันต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มผลักดันนโยบายต่อต้านยาเสพติด ด้วยการตั้งองค์กรต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบยาเสพติด, เพิ่มโทษรุนแรงขึ้นทั้งคนขายและคนที่มียาติดไว้ครอบครอง รวมถึงมีการโฆษณาไม่ให้ทุกคนโดยเฉพาะเด็ก ๆ ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดผ่านโทรทัศน์ทุกช่องทาง

จนมาถึงช่วงปี 80’s ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โรนัลด์ เรแกน ได้ดำเนินแคมเปญต่อต้านยาเสพติดอย่างเต็มกำลัง ด้วยการสร้างโปรแกรม D.A.R.E. (Drug Abuse Resistance Education) ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแก่นักเรียนในทุกโรงเรียน รวมถึง Nancy Reagan สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาของโรนัลด์ เรแกน ได้คิดค้นประโยค “Just Say No” (เพียงแค่ตอบว่าไม่) เพื่อเชิญชวนให้เด็กทุกคนตอบปฏิเสธการรับ ลอง หรือซื้้อยาเสพติดจากคนแปลกหน้า จนกลายเป็นวลีโด่งดัง

Nancy Reagan

ช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นยุคที่ประเทศสหรัฐฯ ตื่นตัวกับปัญหาเสพติดแบบสุด ๆ เพราะเหล่าเซเลบในวงการบันเทิงชื่อดังหลายคนต่างออกมารณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เพื่อชักชวนให้เด็กและวัยรุ่นทำตามคำแนะนำของบุคคลที่วัยรุ่นหลงใหล ยกตัวอย่างเช่น นักร้องป๊อปสตาร์ LaToya Jackson ได้แต่งเพลง “Just Say No” ที่มีเนื้อร้องเกี่ยวกับโทษจากการใช้ยาเสพติด รวมถึงนำดารานักแสดงและผู้กำกับฯหนังระดับตำนานอย่าง Clint Eastwood, นักแสดงตลก Pee-wee Herman และแฟรนไชส์สื่อบันเทิงชื่อดัง RoboCop และ Teenage Mutant Ninja Turtles ได้เข้าร่วมแคมเปญต่อต้านยาเสพติดอีกด้วย

ต้นกำเนิดของ Winners Don’t Use Drugs

นโยบายต่อต้านยาเสพติดได้ดำเนินมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งปี 1989 Bob Davenport ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสาธารณะใน F.B.I. ได้ถูกมอบหมายจาก William S. Sessions ผู้อำนวยการ F.B.I. ให้คิดค้นแคมเปญรณรงค์ประกาศไม่ให้ใช้ยาเสพติดตามสถานที่สาธารณะ โดยให้เจาะจงไปยังกลุ่มเด็กเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม หลายไอเดียที่ Davenport คิดค้นขึ้นมาล้วนไม่ประสบความสำเร็จทั้งหมด เขาจึงเริ่มปรึกษากับเพื่อนซี้ชื่อว่า Robert Fay ประธานผู้บริหารองค์กร American Amusement Machine Association (AAMA) และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ F.B.I. ในร้านอาหารร้านหนึ่ง เพื่อขอคำแนะนำต่าง ๆ

Fay ยินดีเข้าช่วยเหลือ Devenport อย่างเต็มอกเต็มใจ โดยเวลาต่อมา ทั้งสองคนสามารถคิดค้นไอเดียว่าจะทำสโลแกนเชิญชวนไม่ให้ใช้ยาเสพติดผ่านหน้าจอเกมตู้ เพราะยุคนั้น เกมเซนเตอร์เป็นแหล่งรวมของกลุ่มเด็กวัยรุ่น-เด็กโตช่วงอายุ 12-21 และ 22 ปี รวมถึงเกมตู้กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มคนทุกวัย เพราะฉะนั้นการเผยแพร่สโลแกนต่อต้านยาเสพติดผ่านหน้าจอเกมตู้ ถือเป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย

อ้างอิงจาก Davenport กล่าวว่าพวกเขาใช้เวลาหลายวันในการคิดค้นสโลแกน แต่และแล้วมีวันหนึ่ง เขา, Sessions กับ Fay ร่วมกันระดมสมองเพื่อคิดค้นสโลแกน จนกระทั่งผลลัพธ์ออกมาได้สโลแกนคำว่า “Winners Don’t Use Drugs” (ผู้ชนะไม่ใช้ยา) โดยบังเอิญ ซึ่ง Fay ชื่นชอบสโลแกนดังกล่าวมาก เพราะเป็นประโยคที่สั้น เข้าใจง่าย ติดปาก และสร้างแรงบันดาลใจว่าวัยรุ่นไม่ได้รับชัยชนะจากการเล่นเกมอย่างเดียว แต่สามารถเอาชนะยาเสพติดกับการใช้ชีวิตจากการไม่ใช้ยาอีกด้วย

นอกจากนี้ Devenport เสนอว่าสโลแกน Winners Don’t Use Drugs ควรจะอยู่นอกเกมเพลย์ เพื่อให้คนเดินผ่านตู้เกมสามารถอ่านสโลแกนได้โดยไม่จำเป็นต้องเล่นเกม ซึ่งพวกเขาเห็นด้วยกับข้อเสนอของ Devenport จากนั้น Fay ใช้อาศัยตำแหน่งของเขา อนุมัติให้สโลแกนดังกล่าวนำไปใช้ลงเกมตู้ ด้วยการติดต่อถึงทีมพัฒนาเกมถึง 20 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย Nintendo, Sega, Capcom, Williams, Namco, Midway, Konami กับ Taito เป็นต้น

และสุดท้ายในปี 1989 ทาง Sessions ออกแถลงการณ์ในสำนักงานใหญ่ F.B.I. ใน Washington DC ว่าจะเริ่มใช้สโลแกน Winners Don’t Use Drugs นำลงตู้เกมอย่างเป็นทางการ รวมถึงผ่านการรองรับกฎหมายว่าทุกเครื่องเกมตู้ที่นำเข้ามาในสหรัฐฯ ต้องมีสโลแกนดังกล่าวปรากฏตัวในเกม เพื่อยืนยันว่าตู้เกมดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ถูกต้องและนำเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย

ด้วยสาเหตุดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมเกมตู้จากปี 1989 จนถึง 2000 เกือบทุกเกมจึงติดสโลแกน Winners Don’t Use Drugs และตราสัญลักษณ์ F.B.I. โดย Patrick Scott Patterson นักประวัติศาสตร์วิดีโอเกม กล่าวยืนยันว่า “แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เห็น Winners Don’t Use Drugs บนเกมตู้” ซึ่งแน่นอนว่าเพราะสโลแกนนั้นอยู่คู่กับเกมเมอร์มานานเกินหนึ่งทศวรรษ ทำให้เป็นสโลแกนที่น่าจดจำสำหรับเกมเมอร์ยุค 90’s จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม หลังเวลาผ่านพ้นถึงช่วงกลางปี 2000 สโลแกน Winners Don’t Use Drugs เริ่มหายไปจากเกมตู้ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่มีการผลักดันนโยบายต่อต้านยาเสพติดอีกต่อไป รวมถึงอุตสาหกรรมเกมตู้ทั่วโลกถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเกมเมอร์หันไปเล่นเกมบนเครื่องเกมคอนโซล, PC และเครื่องเกมพกพามากยิ่งขึ้นจนส่งผลทำให้ความนิยมของเกมตู้ลดลง

ภาพจากเกม FarCry Blood Dragon

แม้ปัจจุบันไม่มีเกมตู้เกมไหนแล้วที่ยังคงติดสโลแกน Winners Don’t Use Drugs แต่หลายเกมยังคงนำประโยคดังกล่าวไปใช้ล้อเลียน เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับกลุ่มเกมเมอร์สาย Nostalgia ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าประโยคดังกล่าวมันอยู่ในสายเลือดคัลเจอร์เกมมิ่งไปแล้วจริง ๆ

แหล่งอ้างอิงจาก Inverse

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close