Ubisoft จากความฝันของ 5 พี่น้องสู่บริษัทเกมแสนล้าน


Ubisoft ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายเกมขวัญใจเหล่าเกมเมอร์ เนื่องจากเกมต่าง ๆ ของพวกไม่ว่าจะเป็น Assassin’s Creed , Far Cry, Splinter Cell ถือเป็นเกมระดับตำนานทั้งนั้น นอกจากนี้ Ubisoft ยังถือว่าเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในด้านของรายได้จากการทำเกม โดยในปีที่ผ่านมา Ubisoft ทำรายได้จากการขายเกมมากถึง 6 หมื่นล้านบาท อะไรที่ทำให้ Ubisoft สามารถประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้ เรามาถอดประวัติของค่ายเกมนี้แบบรวบรัดกัน

กำเนิด Ubi Soft

Ubisoft เดิมไม่ได้เป็นบริษัทเกม แต่เป็นบริษัทค้าขายอุปกรณ์การเกษตรของครอบครัวของตระกูล Guillemot ที่อาศัยอยู่ในแคว้นเบรอตาญ (Brittany) ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส โดยเน้นการค้าขายให้กับเกษตรกรบริเวณนั้นและบางส่วนของประเทศอังกฤษ ซึ่งกิจการนี้ถือว่าเป็นกิจการหลักของครอบครัว แต่แล้วพี่น้อง 5 คนคือ Christian Guillemot, Claude Guillemot, Gérard Guillemot, Michel Guillemot ,Yves Guillemot ต่างมีความคิดเห็นตรงกันว่าพวกเขาไม่ควรทำกิจการเกี่ยวกับการเกษตรอย่างเดียว ควรขยายไปยังด้านอื่น ๆ ด้วย

พี่น้องทั้ง 5 คนมองว่าในตอนนั้นราคาคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ของประเทศฝรั่งเศสมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับเกาะอังกฤษ ทำให้พวกเขาเริ่มก่อตั้ง Guillemot Informatique ในการนำเข้าคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์จากประเทศอังกฤษมาขายในประเทศ พร้อมตัดราคาคู่แข่งมากถึง 50% โดยในปี 1985 พวกเขาได้ทำเงินได้มากถึง 40 ล้านฟรังก์ แต่สิ่งหนึ่งที่ทาง 5 พี่น้องสัมผัสได้อย่างไม่ได้ตั้งตัว คือสิ่งที่มาคู่กับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์อย่าง Video Games ที่ทำกำไรอย่างมากในยุคนั้น

Yves Guillemot หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Ubisoft

พวกเขาไม่รอช้าก่อตั้งทีมพัฒนาเกมของตัวเองนามว่า Ubi Soft ที่มาจากคำว่า “ubiquitous” ในภาษาละตินที่แปลว่าแพร่หลายและคำว่า Software มารวมกัน โดยพวกเขายังคงใช้บ้านเกิดเป็นฐานพัฒนาเกมซึ่งเกมแรกที่พวกเขาพัฒนาคือ Zombi ออกมาในปี 1986 สำหรับเครื่อง Amstrad CPC, Amiga, Atari ST, Commodore 64, MS-DOS และ ZX Spectrum

Zombi ได้รับความนิยมอย่างสูงโดยสามารถทำยอดขายได้ถึง 5,000 ชุด พร้อมทั้งได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งทาง Ubi Soft มองว่าพวกเขาไม่ควรทำเกมอย่างเดียว แต่ควรขายเกมด้วย ทำให้พวกได้ไปจับมือกับทางบริษัทเกมอื่น ๆ ทั่วทั้งยุโรปเพื่อนำมาขายในประเทศฝรั่งเศสซึ่งทำกำไรให้กับพวกเขาอย่างมาก จากนั้นไม่นาน Ubi Soft ก็กลายเป็นบริษัทเกมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส

zombi เกมแรกของทาง Ubisoft

เปิดตัวสู่ชาวโลก

พวกเขายังคงพัฒนาเกมอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการที่วงการเกมมีการพัฒนาอยู่เสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ยุค Generation ที่ 5 ของเครื่องเกม Console ทีมพัฒนาเกมของพวกเขาต้องขยายตัวขึ้นอย่างมากเพื่อรองรับโปรเจกต์ที่ใหญ่ขึ้น โดยพวกเขาทั้ง 5 คนมองว่าการทำเกมในฝรั่งเศสมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ทำให้พวกเขาตัดสินใจตั้งสตูดิโอย่อยอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ โลก โดยพวกเขาได้ใช้เวลาสองปีและเงินลงทุน 80 ล้านเหรียญฯ ในการก่อตั้ง Studio ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Annecy (1996), Shanghai (1996), Montreal (1997) และ Milan (1998) ฯลฯ

Ubisoft Montreal

สิ่งหนึ่งที่ในตอนนั้นทาง Ubi soft มองเห็นคือการที่เกมอย่าง Rayman ทำรายได้ดีมากในพื้นที่ยุโรปแต่ว่านอกทวีปนั้นกลับทำได้ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะตลาดเกมที่ใหญ่ที่สุดอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้พวกเขาต้องปรับกลยุทธ์การสร้างเกมและการตลาดของพวกเขา ที่ในตอนนั้นอินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายและมือถือเริ่มได้รับความนิยม ทำให้หนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่าง  Michel Guillemot ตั้งบริษัทเกมของตัวเองอย่าง Gameloft ที่เน้นทำเกมมือถือเป็นหลัก

ด้วยการอ่านเกมที่ขาดว่าในยุค 2000’s โลกได้รู้จักกับภัยก่อการร้าย ทำให้เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างโหยหาเกมประเภทสายลับ หน่วยปฏิบัติการพิเศษหรือแม้กระทั่งเกมแนว Military ต่าง ๆ พวกเขาจึงทุ่มเงินมากถึง 150 ล้านยูโรซื้อ Studio Game อย่าง Red Storm Entertainment ทำให้พวกเข้าถึงลิขสิทธิ์ของนิยาย Tom Clancy ที่เป็นนิยายขวัญใจสายทหารของชาวอเมริกาในตอนนั้น ซึ่’พวกเขาคิดถูก เพราะเกม Tom Clancy’s Splinter Cell ได้ใจชาวอเมริกาไปอย่างเต็ม ๆ

แต่จุดที่ทำให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามไปสู่ระดับโลกได้คือการที่พวกเขาสามารถที่จะซื้อ The Learning Company ในปี 2001 ที่มีทรัพย์สินต่าง ๆ ในครอบครองรวมทั้งเกมอย่าง Myst และ Prince of Persia ซึ่งทาง Ubisoft ก็ได้มอบหมายให้ทาง Studio ที่ Montreal เป็นผู้รับผิดชอบในการทำเกม Prince of Persia ภาคใหม่ในชื่อ Prince of Persia: The Sands of Time และได้วางจำหน่ายในปี 2003 ที่โด่งดังเป็นพลุแตกได้ใจทั้งเกมเมอร์และนักวิจารณ์

การที่ Ubi soft มี Studio ย่อยมากมายทำให้พวกเขาสามารถที่จะทำเกมได้ตลอดทั้งปี รวมถึงร่วมมือกับทีมพัฒนาหลาย ๆ ทีมได้ทำให้ช่วงต้นปี 2000-2006 ซึ่งเกมดัง ๆ ที่ทาง Ubi soft ไปร่วมพัฒนานั้นหลาย ๆ คนน่าจะเคยเล่นดี ทั้ง Battle Realms (2001) , The Elder Scrolls III: Morrowind (2002), Baldur’s Gate: Dark Alliance (2004) , Far Cry Instincts (2005)  และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากร่วมพัฒนาเกมแล้ว บางเกมพวกเขาก็เป็นคน Port ลง PC เป็นต้น

Assassin’s Creed ไพ่ใบสำคัญของทาง Ubisoft

Assassin's Creed
Assassin’s Creed

ในปี 2005 พวกเขาได้ Design โลโก้ใหม่ในพร้อมทั้งขยับคำว่า Ubi soft ให้เข้ามาติดกัน (Ubisoft) อันเป็นสัญญาของพวกเขาที่ในตอนนี้พวกเขาสามารถเปลี่ยนมาเป็นบริษัทเกมระดับโลกอย่างเต็มตัว จุดเด่นของทาง Ubisoft ที่สำคัญคือการที่ให้ Studio ในการกำกับสามารถนำเสนอโปรเจกต์ในการทำเกมได้อย่างอิสระ โดยทางศูนย์หลักที่ประเทศฝรั่งเศสจะเป็นผู้รับพิจารณา ทำให้ทางทีมงาน Ubisoft มีความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ ๆ ในการทำเกมอยู่เสมอ ซึ่งในปี 2005 หนึ่งในโปรเจกต์ที่เดิมจะเป็นภาคต่อของเกม Prince of Persia แต่ถูกนำมาทำเป็นเกมใหม่ นั่นคือเกม Assassin’s Creed ที่จะเป็นรากฐานสำคัญของบริษัทในอนาคต

2 ปีต่อมา Assassin’s Creed ก็ได้ออกวางจำหน่าย ตัวเกมได้ปฏิวัติวงการอย่างมากไม่ว่าจะเป็นระบบ Eagle Vision , การเปิด Map โดยให้ Objective เป็นจุดศูนย์กลาง (หอ)  รวมถึงโลกแบบ Open World ที่กว้างใหญ่และกราฟิกที่สวยงามทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ยอดขายของเกมก็ถล่มทลายพร้อมกับคำสรรเสริญของเหล่านักวิจารณ์และเกมเมอร์ ยิ่งภาคต่อของเกมอย่าง Assassin’s Creed 2  ทำได้ดีมาก ๆ ส่งผลให้เกมนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนเป็น IP ลูกรักของทาง Ubisoft

พวกเขาพยายามที่จะส่งเกม Assassin’s Creed ออกมาเป็นเกมรายปีให้เหล่าเกมเมอร์ได้นำไปเล่นกัน ทำให้ตั้งแต่ปี 2007-2013 Ubisoft ปล่อยเกมออกมาถึง 7 ภาค (รวมภาคหลักและภาคเสริม) ยิ่งในปี 2012 เกม Far Cry 3 ได้รับความนิยมอีก กลายเป็นว่าทาง Ubisoft มองเห็นว่าเกมภาคเสริมสามารถทำเงินได้กว่าการคิดเกมใหม่ ๆ  จากรายได้มหาศาลของเกมภาคต่อทำให้ทาง Ubisoft คิดว่าพวกเขาควรมี Launcher ของเกม เพื่อที่จะรองรับเกมในอนาคตในชื่อ Uplay ซึ่งในตอนแรกนั้นมีปัญหาอยู่พอสมควร  แต่ด้วยความพยายาม พวกเขาพัฒนามันจนสามารถทำให้เสถียรได้จนถึงปัจจุบัน

Ubisoft จากวันนั้นถึงวันนี้

นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมาทาง Ubisoft เปลี่ยนแนวทางการทำเกมจากการที่พวกจะหาโปรเจกต์ใหม่ ๆ มาเป็นการสร้างภาคต่อของเกมต่าง ๆ แทน ซึ่งหากเราลองนับตั้งแต่ปี 2013 – 2018 เราจะพบกว่าเกมใหม่จากทาง Ubisoft นั้นแทบจะนับได้เลย เช่น The Crew , Child of Light, Valiant Hearts: The Great War, Watch Dogs, Tom Clancy’s The Division, For Honor, Tom Clancy’s Ghost Recon Wildlands

การที่ทาง Ubisoft เน้นสร้างเกมภาคต่อนั้นเป็นเหมือนดาบสองคม ในมุมมองหนึ่งมันก็คือสูตรสำเร็จที่ทำให้พวกเขายังคงเป็นบริษัทเกมชั้นนำของโลกได้ ในอีกมุมหนึ่งมันก็เป็นเหมือนกับการที่พวกเขาหมดไอเดียการทำสิ่งใหม่ ๆ ไม่ก็ท้อใจที่ไอเดียใหม่ ๆ ดันไม่มีคนซื้อ ซึ่งเรื่องนี้ก็แล้วแต่มุมมองที่เกมเมอร์จะมอง

อย่างไรก็ตาม Ubisoft ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายเกมที่ค่อนข้างจะสนใจเหล่าเกมเมอร์พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการที่พวกเขาออก Event ต่าง ๆ บ่อยขึ้น การพยายามคุยกับเกมเมอร์มากขึ้น รวมถึงการพยายามที่จะเผยแพร่เกมของพวกเขาในวัฒนธรรมใหม่ ๆ นอกจากพื้นที่ฝั่งตะวันตก เป็นแนวโน้มของค่าย Ubisoft ที่ดีโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ทางค่ายพยายามจะรุกตลาดมานานหลายปี

สรุป

หลายคนอาจจะมองว่า Ubisoft Downgrade , Ubicreed, Ubi___k แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Ubisoft คือหนึ่งในค่ายเกมที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของเหล่าเกมเมอร์และทรงอิทธิพลต่อวงการเกมอย่างยาวนานจนต้องยอมรับว่า ความคิดของ 5 พี่น้อง Guillemot เมื่อ 33 ปีที่แล้วถือเป็นความโชคดีของเหล่าเกมเมอร์หลายคนในโลกนี้


Choose A Format
Personality quiz
Series of questions that intends to reveal something about the personality
Trivia quiz
Series of questions with right and wrong answers that intends to check knowledge
Poll
Voting to make decisions or determine opinions
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
List
The Classic Internet Listicles
Countdown
The Classic Internet Countdowns
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Meme
Upload your own images to make custom memes
Video
Youtube, Vimeo or Vine Embeds
Audio
Soundcloud or Mixcloud Embeds
Image
Photo or GIF
Gif
GIF format