Total Overdose เกมแอ็คชั่นโม้แหลกตะลุยแดนคาวบอยสุดคลาสสิกที่กลับมาวางจำหน่ายใหม่บน GOG

เรามักจะมีความทรงจำดี ๆ กับเกมเก่า ๆ เสมอ แม้ว่าเกมยุคเก่านั้น อาจจะมีระบบที่ตกยุค และไม่สนุกแล้ว แต่เมื่อครั้งที่เราเล่นในช่วงวัยเยาว์ มันกลับเป็นที่สนุกเสียจนทุกวันนี้เราก็ลืมไม่ลง วันนี้เรามีหนึ่งเกมที่แม้จะไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็จัดว่าเป็นเกมที่สนุกมากในยุคของมัน เรื่องราวของการแอ็คชั่นโม้แหลก คละเคล้ากลิ่นควันปืนในแถนเม็กซิโก และนี่คือเรื่องเล่าของมือปืนแดนเถื่อน กับเกมที่มีชื่อว่า Total Overdose: A Gunslinger’s Tale

Max Payne แดนเม็กซิโก

Total Overdose เป็นเกมแนว Action Open World มุมมองบุคคลที่ 3 ที่ถ้าหากให้เราอธิบายง่าย ๆ มันคือการจับเอาเกมเพลย์และลีลาแอ็คชั่นสุดขี้โม้ของ Max Payne มาผสมผสานเข้ากับเนื้อหาอาชญากรรมและเกมการเล่นแบบโลกเปิดของ GTA ตัวเกมพัฒนาโดย Deadline Games สตูดิโอที่ปัจจุบันปิดตัวลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2009 และ Eidos เองเคยรับหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับเกมนี้ด้วย ตัวเกมลงให้กับเครื่อง PC, PS2, XBOX ในปี 2005

หากกล่าวว่ามันคือ Max Payne แดนเม็กซิโกก็ไม่ได้เกินความเป็นจริงสักเท่าไร ตัวเอกของเราจะมีพลังคล้าย ๆ Bullet Time เมื่อเรากระโดด จะเกิดลีลาท่าทางต่าง ๆ พร้อมกับสโลว์เวลาให้เรายิงโจมตีศัตรูรอบตัวได้ ไม่แปลกที่ใครหลายคนในยุคนั้นจะมองว่าเกมนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Max Payne ไปแบบเต็ม ๆ แต่เปลี่ยนฉากหลังเป็นดินแดนแห่งยาเสพติดอย่างเม็กซิโกแทน

แน่นอนว่าเราไม่ได้ชื่อ Max Payne เราจะรับบทเป็น Ramiro Cruz อาชญากรผู้ผันตัวมาเป็นสายลับของ DEA สำนักงานปราบปรามยาเสพติดที่ถูกส่งไปยังเมือง Los Toros ชายแดนเม็กซิโก เพื่อสืบสวนหาว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของเขาเมื่อปี 1989 รวมทั้งเราต้องแทรกซึมและจัดการแก๊งค้ายาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก พร้อมกับพัวพันกับการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันของแก๊งเจ้าพ่อทั้งหลาย

ฟังดูเผิน ๆ อาจจะเป็นเกมแอ็คชั่นสุดระทึกและเข้มข้น แต่ Total Overdose นั้น เน้นการเล่าเรื่องแบบติดตลกอยู่บ้าง ดังนั้น แม้ว่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับแก๊งค้ายาเสพติด แต่มันจะเป็นเกมแอ็คชั่นเน้นความมันที่สอดแทรกความตลกร้ายเข้ามาเสียมากกว่า

รูปแบบเกมเพลย์การเล่น

Total Overdose เป็นเกมแนวแอ็คชั่นผจญภัยในโลกเปิดที่มีมุมมองบุคคลที่ 3 และผู้เล่นจะได้ควบคุมตัวละครที่ต่างกันไปตามแต่ละเนื้อเรื่อง โดยเราจะได้เล่นเป็น Ramiro เยอะที่สุด แม้จะเป็นเกมเก่าตั้งแต่ปี 2005 แต่ก็ถือว่าอยู่ในยุคที่เกม Open World สามารถทำอะไรที่หลากหลายได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง หรือการดำน้ำ (หลังจากที่คนแซวจนยับเยินใน GTA: Vice City)

ฉากหลังที่เป็นดินแดนเม็กซิโก ทำให้เราจะได้ใช้อาวุธที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปืนสั้น ปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง ไปจนถึงเครื่องยิงจรวด ด้วยกลไกการเล่นแบบ Open World ระหว่างที่ผู้เล่นไม่ได้ทำภารกิจหลักอยู่ ก็จะสามารถออกสำรวจโลกภายในเกมได้ และยังแบ่งภูมิภาคของโลกภายในเกมออกเป็นหลายส่วน แต่บางพื้นที่จะเป็นเฉพาะภารกิจเท่านั้น

อย่างที่เรากล่าวไปคือเกมมีระบบ Bullet Time แบบ Max Payne ซึ่งในเกมนี้จะถูกเรียกว่า Loco มันจะเป็นการโจมตีแบบพิเศษที่ทำให้เราได้แต้มคะแนนในเกมเพิ่มขึ้น แถมได้ความเท่แบบสุด ๆ โดยใช้ประโยชน์จากมันในการเก็บคอมโบคะแนนและฆ่าศัตรูที่โผล่มาทีละมาก ๆ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเก่าของเกมในยุคนั้น ปัญหาหลักก็คือ การขับรถในเกมที่แม้จะมีฟิสิกส์การควบคุมรถที่ดี แต่ระหว่างขับรถ มุมกล้องจะถูกล็อค ไม่สามารถขยับดูแบบวงกว้างได้ ใครที่เล่นเกมยุคปัจจุบันแล้วกลับไปเล่นก็อาจจะขัดใจกับส่วนนี้ได้

ความคลาสสิกที่กลับมาอีกครั้ง

ต้องบอกว่า แม้มันจะดูสนุก แต่ด้วยความเก่าของเกม การกลับไปเล่นในยุคนี้ ผู้เล่นอาจจะรู้สึกขัดใจอย่างหนักกับระบบหลาย ๆ อย่างที่ไม่ได้ลุ่มลึกอะไร แต่ก็ยอ่าลืมว่านี่คือเกมตั้งแต่ปี 2005 แล้ว และหากมองในมุมมองเกมปี 2005 Total Overdose ก็ถือว่าไม่ได้แย่ และน่าเสียดายที่ในตอนแรกเกมนี้เคยมีแผนจะทำภาค 2 ในชื่อ Tequila Gunrise แต่เพราะปัญหาต่าง ๆ ทั้งการเปลี่ยนมือผู้จัดจำหน่าย และการพัฒนา โปรเจกต์ภาคต่อนี้จึงถูกยกเลิกไป

แต่ใครที่คิดถึงเกมนี้ หรือเคยเล่นเกมนี้และอยากรำลึกวันวาน ณ ตอนนี้ Total Overdose กลับมาวางจำหน่ายใหม่อีกครั้งบนแพลตฟอร์มสำหรับนักเล่นเกมเก่าอย่าง GOG.com ถือว่าไปหวนคืนความหลังของเกมเก่า ๆ กันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เกมใหม่ทยอยเลื่อนวางจำหน่ายรัว ๆ เพราะโรคระบาด และ Total Overdose นี่ล่ะ ที่อาจจะช่วยเราฆ่าเวลาได้เพลิดเพลินกว่าที่คิด

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close