#THEBEST2020: เดือดได้ใจ จนได้เข้าชิง Best Multiplayer จาก GamingDose กับ Call of Duty: Warzone

แม้จะไม่น่าเชื่อสักเท่าไร แต่ในปี 2020 นี้ เกม Battle Royale ยังคงเป็นเกมยอดนิยม เพียงแต่คุณภาพอาจจะต้องพอฟัดพอเหวี่ยงเสียหน่อย เพราะตัวท็อปในตลาดอย่าง Fortnite, Apex Legends นั้น ถือเป็นคู่แข่งที่เคี้ยวยากเสียเหลือเกิน แต่ถ้าแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Call of Duty เป็นคนลงสมรภูมิล่ะ มันจะเป็นยังไง คำตอบก็คือ เดือดได้ใจ จนได้เข้าชิง Best Multiplayer จากพวกเรา GamingDose กับ Call of Duty: Warzone

การสานต่อความสุดยอดจาก Modern Warfare ภาคหลัก

Call of Duty: Warzone คือโหมด Battle Royale ที่สานต่อความเจ๋งของ Modern Warfare หรือ Call of Duty ประจำปี 2019 มาทำเป็นเกมแบบ Standalone และตามข่าวลือที่หลุดมานานว่ามันจะเป็นเกมแบบ Battle Royale ในช่วงแรกที่หลายคนส่ายหน้า เพราะคิดว่าอิ่มตัวแล้ว แต่การเปิดตัวของ Call of Duty: Warzone ก็กลบกระแสแบบหนังคนละม้วน

ด้วย Gunplay และเสียงปืนที่ดุเดือด เร้าใจ อันเป็นเอกลักษณ์ของภาค Modern Warfare เมื่อเกมถูกปรับให้เป็นระบบ Battle Royale ยิ่งทำให้มันได้อรรถรสในการเล่นมากขึ้น ทั้งความกดดัน ระบบการเล่น และเกมเพลย์ที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับระบบ Battle Royale ทำให้มันได้รับการยอมรับจากแฟนเกมในเวลาไม่นาน บวกกับประเด็นสำคัญเลยคือ “เล่นฟรี” นี่แหละ ที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย (แม้ว่าจะไม่เป็นมิตรกับสเปคคอมพิวเตอร์ในช่วงแรกก็ตาม)

การผสมผสานกันที่ลงตัวของความเป็น Battle Royale และ Call of Duty

สำหรับเกมเมอร์ที่เป็นแฟนเกม น่าจะเคยผ่าน Call of Duty มากันอย่างน้อยสักคนละภาค และรู้ดีว่า Call of Duty เป็นเกมที่เน้นขายโหมด Multiplayer อยู่แล้ว ซึ่งแต่ละภาคก็มีจุดเด่น และความสนุกที่แตกต่างกันไป

แต่ในภาค Modern Warfare ปี 2019 นั้น ถือว่าเป็นภาคที่ประสบความสำเร็จมากกว่าหลายภาคก่อนหน้า มากเสียจนตัวเกมใหม่อย่าง Black Ops Cold War ยังต้องยอมใช้โหมด Warzone ร่วมต่อ เพราะแฟน ๆ ติดใจกับระบบ Gunplay ของภาคนี้ไปแล้ว และเมื่อโหมด Warzone มาถึง มันจึงกลายเป็นการผสมผสานกันที่ยอดเยี่ยมมากระหว่างเกมเพลย์แบบ Call of Duty และ เกมแนว Battle Royale

โหมด Warzone นั้นให้พื้นที่ขนาดใหญ่มหาศาลยิ่งกว่าเกม Battle Royale เกมใด ๆ ตามปกติเกมแนวนี้จะมีผู้เล่นอยู่ที่ 60-100 คน แต่ Warzone นั้นรองรับผู้เล่นมากถึง 150 คน และแผนที่ขนาดใหญ่มากที่เหมาะสมกับยอดผู้เล่นขนาด 150 คน และจุดเกิด ไอเทม อาวุธที่เพียงพอกับผู้เล่นทุกคน และที่ทำให้หลายคนชื่นชอบก็คือเราจะมีอาวุธติดตัวเป็นปืนสั้น ให้เราได้ใช้ยิงกับศัตรูแต่แรก ไม่ใช่มือเปล่าหมัดเปลือยวิ่งไปไล่ต่อยคนอื่นแบบเกมอื่น ทำให้อย่างน้อยเราก็มีโอกาสชนะ หรือได้ยิงสู้กับคนอื่นเขาบ้าง

ส่วนมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะยิงสู้คนอื่นยาก เพราะระบบ Gunplay ของ Call of Duty นั้น ไม่ได้ยิงยากสักเท่าไร คลิกขวาเล็งยิง กระสุนไม่ค่อยย้อย หรือปืนไม่ค่อยส่ายจนคุมยากจนเกินไป จะมีก็แต่สไนเปอร์ไรเฟิลที่ระยะยิงไกลมากเท่านั้น ที่ดูจะกะกระสุนและวิถีกระสุนได้ยากเสียหน่อย ยิ่งใครที่เล่นเกมภาค Modern Warfare มาก่อน ก็ไม่ใ่ชเรื่องยากเลยที่จะทำความเข้าใจกับระบบการยิง เพราะมันเหมือนกันเป๊ะ ๆ

จุดเด่นคือมีการใช้เงินเข้ามาช่วยให้เกมมีระบบการเล่นที่หลากหลาย ซึ่งเงินในเกมนี้จะสามารถใช้ซื้อได้ทั้ง UAV สแกนศัตรู คำสั่งยิงจรวดมิสไซล์ ซึ่งก็เป็นการยืมเอาระบบ Score Streak จากตัวเกมหลักมาใช้ และการออกแบบฉาก อาคาร บ้านเรือนให้เหมาะกับโหมด Battle Royale แต่ยังคงไว้ซึ่งเกมเพลย์สไตล์ Call of Duty นี่แหละที่ทำให้แฟน ๆ ชื่นชอบ ท้ายที่สุดคือการให้ผู้เล่นสามารถนำ Loadout จากเกมหลักมาใช้งานในโหมด Warzone ได้ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นหลายคนยอมเสียเงินซื้อเกมเต็มเพื่อไปเก็บเลเวลปืน และสนุกกับโหมด Multiplayer เต็ม ๆ อยู่ดีนั่นเอง

Gulag กลายเป็นสถานที่ยอดฮิต

อีกหนึ่งความแตกต่างที่ทำให้ Warzone นั้นมีความสนุกและระทึกมากกว่า Battle Royale เกมอื่น นั่นคือเมื่อผู้เล่นพลาดท่าตาย ผู้เล่นจะยังไม่ถูกส่งออกจากเกมทันที แต่จะถูกส่งไปยังคุก Gulag ซึ่งก็เป็นสถานที่ที่แฟน ๆ Call of Duty รูัจักกันดี และในคุก Gulag นี้ คุณจะต้องเปลี่ยนไปเล่นโหมด 1VS1 Gunfight ที่ทำให้บ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าใครสมควรที่จะกลับเข้าไปในสนามมากกว่ากัน แน่นอนว่าถ้าเราพลาดท่าตายใน Gulag อีก เราก็จะตายจริง ๆ และถ้ามาเป็นทีม ก็จะสามารถให้เพื่อนใช้เงินซื้อการคืนชีพให้กับเราได้เช่นกัน

Gulag จึงกลายเป็นสถานที่ยอดฮิต จนไปถึงกลายเป็น Meme ที่ชาวโซเชียลเล่นกันอยู่พักใหญ่ ๆ ในช่วงที่ Warzone เปิดตัวเลยทีเดียว

กระตุ้นให้ผู้คนไปซื้อเกมเต็มเพื่อเพิ่มยอดขาย

ด้วยระบบ Progression ของ Warzone ที่ผู้เล่นสามารถเก็บเลเวลปืน และตกแต่ง Loadout ของตัวเองได้ และระบบนี้ใช้ร่วมกันทั้งกับเกมหลักและ Warzone ทำให้ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายเงินซื้อเกมเต็ม เพราะถ้าจะได้เก็บเลเวลปืนได้ไวกว่าจากการเล่นโหมด Multiplayer กลายเป็นยอดขายของ Modern Warfare ยังคงพุ่งฉิวหลังจากเกมออกมานานแล้ว เพราะโหมด Warzone นี่แหละที่ดึงคนเข้าไปเพิ่มเรื่อย ๆ แถมบางคนยังไปติดโหมด Multiplayer หนักกว่า Warzone ไปเสียอีกเมื่อซื้อเกมเต็ม

แม้จะมีปัญหาโปรแกรมช่วยเล่น และการโกง การแฮคเกิดขึ้น แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การดัดแปลงเอา Call of Duty: Modern Warfare ไปทำเป็นโหมด Battle Royale แบบแยกเดี่ยว ทำให้มันกลายเป็นอีกรสชาติที่ทั้งแฟนเกม Call of Duty และแฟน Battle Royale ได้รับ ทั้งประสบการณ์เกมเพลย์การเล่น บรรยากาศ ความเดือด ไม่แปลกที่เราจะเลือกให้เกมนี้เข้ามาอยู่ในตำแหน่ง #THEBEST2020 ของ GamingDose

ว่าแต่จะหมดปี 2020 แล้ว พวกคุณเคยเข้า Gulag กันหรือยัง ?

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close