Tekken Tag Tournament จุดเปลี่ยนสำคัญ แห่งซีรีส์หมัดเหล็ก 

ถ้าหากเราพูดถึง Tekken ตอนนี้คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเกมต่อสู้สามมิติที่มีกราฟฟิกสวยงามและระบบการเล่นที่เข้าถึงง่ายกันอย่างแน่นอน ซึ่งกว่าที่ Tekken จะมาถึงจุดนี้ได้นั้นก็ต้องผ่านอะไรมามากมายพอสมควร ซึ่งนอกจากภาคหลักแล้ว ยังมีภาคแยกอันแหวกแนวและมีเอกลักษณ์ที่แฟน ๆ เกมชื่นชอบอยู่ด้วย นั่นก็คือภาค Tag Tournament นี่เองครับ 

หลังจากที่ Tekken 3 เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทาง Namco ทีมสร้างเกม Tekken ก็เริ่มที่อยากจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งคราวนี้พวกเขาได้นำเสนอสิ่งที่เรียกว่าแหวกกรอบการเล่นของ Tekken ไปอย่างมาก โดยการใส่ระบบ Tag Team เข้าไปในเกม ให้ความรู้สึกเหมือนดูมวยปล้ำแมตช์พิเศษที่จับเอานักสู้ในเกมมารวมทีมกันแทน และจะต้องมีตัวละครเยอะ ๆ ด้วย จนกระทั่งกลายมาเป็น Tekken Tag Tournament ในที่สุด 

Tekken Tag Tournament เปิดให้บริการบนระบบ Arcade ในเดือนกรกฏาคมปี 1999 และมันก็ได้รับความนิยมแบบฉุดไม่อยู่ โดยตัวเกมเพิ่มปุ่มเข้ามาอีกปุ่มคือปุ่ม Tag หรือเปลี่ยนตัวที่มีลูกเล่นมากกว่าเอาไว้แค่เปลี่ยนตัว เพราะมันยังสามารถใช้เปลี่ยนตัวในระหว่างกดคอมโบบางท่าได้ และเมื่อกดคอมโบหลังเปลี่ยนตัวได้สำเร็จ หลอดพลังสีแดงที่เอาไว้ฟื้นพลังชีวิตช่วงพักเปลี่ยนตัวของคู่ต่อสู้จะหายไป ทำให้ใครหลายคนเริ่มคิดสร้างสรรค์คอมโบใหม่ ๆ ที่ใช้การ Tag เปลี่ยนตัวเข้ามาเพื่อรับประโยชน์ตรงนี้ไปด้วย 

และนอกจากด้วยเหตุผลด้านต้นจากระบบการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่างก็คือรูปแบบการต่อคอมโบที่ชัดเจนมากขึ้น Pattern การต่อท่าแบบงัดลอยแล้วอัดเดาะคู่ต่อสู้นั้นเริ่มเห็นชัดเจนในภาคนี้ แม้หลายชุดจะยังเป็นแค่คอมโบสั้น ๆ แต่มันก็ทำให้ผู้เล่นเริ่มฝึกฝนการผสมผสานการเคลื่อนที่ไปมา แล้วฉวยโอกาสงัดให้ลอยในจังหวะที่คู่ต่อสู้พลาด กลายเป็นพื้นฐานให้กับ Tekken ในภาคหลังจากนั้นมาอีกหลายปีทีเดียว 

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือตัวละครในเกมภาคนี้ Tekken Tag นั้นจะมีตัวละครที่เรียกว่าขนกันมาเยอะและมากมายแบบไม่สนใจนื้อเรื่องเลย เพราะ Tekken Tag ไม่ได้มีเนื้อเรื่องหลักของเกมอยู่แล้ว จะหยิบจับอะไรมาใส่ในเกมก็ได้หมดไม่ต้องสนหตุผลของเนื้อเรื่องได้เลย อย่างเช่น Jun นางเอกของภาคสองที่ในเนื้อเรื่องภาคที่สามนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังถูกเอามาใส่รวมในภาคนี้และจับรวมทีมกับลูกชายอย่าง Jin ได้หน้าตาเฉย แถมอายุในเกมยังพอ ๆ กับลูกชายอีกด้วย เป็นภาคที่เรียกว่าเนื้อเรื่องไม่ต้องสน เอามันส์เข้าว่าไว้ก่อนนั่นเอง 

Tekken Tag Tournament นั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ มีผู้เล่นหลายคนในยุคเก่าที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้กันอยู่มากมายทั่วโลก เริ่มมีการรวมตัวของ Community ชุมชนผู้เล่นเพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคและวิธีการเล่นแบบชัดเจนมากขึ้น  และจึงไม่น่าแปลกใจว่าเวอร์ชั่น Playstation 2 ที่วางจำหน่ายออกมาหลังจากนี้จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แถมตัวเกมยังได้รับการอัพเกรดกราฟฟิกให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มโหมดการเล่นแบบ 1ต่อ 1 เข้ามาสำหรับคนที่อยากเล่นแบบคนเดียวเดี่ยว ๆ กับเพื่อนได้อีกด้วย 

ผ่านไปหลายปี Namco ก็ยังคงพัฒนาเกม Tekken ภาคใหม่ออกมาเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยพูดถึงภาคต่อของ Tag Tournament เลย จนในปี 2010 พวกเขาก็เปิดตัวภาคต่อของเกมในชื่อ Tekken Tag Tournament 2 ที่พลิกโฉมหน้าการเล่นของเกม Tekken ไปแบบเหนือความคาดหมายมาก ทั้งจากกราฟฟิกที่ดีขึ้นเทียบเท่ากับในภาค 6 มีหลักการต่อคอมโบที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็เพิ่มระบบใหม่เข้าไปมากมายเช่น Tag Assault เรียกคู่ Tag Team มาช่วยอัดคอมโบเพื่อเพิ่มความแรง Tag Crush เปลี่ยนตัวฉุกเฉินเพื่อไม่ให้ถูกซ้ำมากจนเกินไป หรือท่าจับทุ่มคู่ที่มีหลายแบบ รวมถึงระบบยิบย่อยที่ทำให้มันกลายเป็น Tekken ภาคที่มีระบบการเล่นัซับซ้อนที่สุดภาคหนึ่งเลยทีเดียว 

แม้ปัจจุบันนี้ Tekken Tag Tournament จะหยุดอยู่ที่ภาคสอง หลังจากวางจำหน่ายเวอร์ชั่นคอนโซลและอาร์เคดเวอร์ชั่นใหม่อย่าง Tekken Tag Tournament 2 Unlimited ที่ให้ผู้เล่นเลือกได้ว่าจะเล่นแบบทีมหรือเดี่ยวก็ได้ด้วย ถือเป็นภาคที่หลายคนชื่นชอบจากความซับซ้อนและหลากหลายของมัน แต่ก็เป็น Tekken ภาคที่เล่นยากที่สุดภาคหนึ่งเพราะมีระบบการเล่นและท่าคอมโบที่ซับซ้อนมากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แนวทางของ Tekken ชัดเจนมากขึ้น กลายมาเป็นเกม Tekken ที่เรารู้จักแบบทุกวันนี้ได้ในที่สุดครับ 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close