SWAT หน่วยพิเศษ กลยุทธ์ และการวางแผนที่เกมเมอร์ไม่เคยลืม


หากเราพูดถึงเกมเดินหน้ายิงที่เน้นกลยุทธ์ การวางแผน และการทำเป็นทีมอย่างเข้มข้น เชื่อว่าเกมที่ทุกคนพูดถึงกันเป็นเกมแรก ๆ ก็คือ Rainbow Six อย่างแน่นอน แม้จะเป็นเกมแบบเล่นคนเดียว แต่ก็มีความยากที่ท้าทายโสตประสาทและความสามารถผู้เล่นอย่างสูง แต่นอกจาก Rainbow Six แล้ว ยังมีอีกหนึ่งซีรีส์เกมเดินยิงที่เน้นความสมจริงและการวางแผนในเชิงกลยุทธ์ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ SWAT นั่นเอง

เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่หลายคนน่าจะสงสัยและเกิดอาการสับสน หลังจากที่ได้เล่นกันในยุคก่อน ว่าทำไมจู่ ๆ ตัวเกมก็โผล่ออกมาเป็นเกมภาคที่ 3 เลย ภาค 1 กับ 2 มันหายไปไหน ซึ่งอันที่จริงแล้ว SWAT เป็นเกมภาคต่อของ Police Quest เกมแนวผจญภัยสืบสวนสอบสวนยุคเก่ามากของค่าย Sierra ที่มีมาตั้งแต่ปี 1987 หรือเมื่อ 32 ปีที่แล้ว และมีภาคแยกออกมาเป็น Police Quest: SWAT ออกมาในปี 1995 ซึ่งก็ยังเป็นเกมแบบ Adventure เหมือนเดิม

Police Quest: SWAT เป็นเกมที่เรียกได้ว่า Old School แบบสุด ๆ เพราะระบบการเล่นนั้นคือการเลือกใช้ไอเท็มให้ถูกต้องตามสถานการณ์ ซึ่งในเกมเราจะต้องปะทะกับเหล่าโจรผู้ร้ายติดอาวุธ หรือช่วยเหลือตัวประกันตามที่เกมสอน ซึ่งเน้นความสมจริงมากกว่าที่เคยเห็นกันในยุคนั้น

หลังจากวางจำหน่ายมาได้สองภาค ทาง Sierra ที่ในตอนนั้นได้รับอานิสงส์ความดังจากการจัดจำหน่ายเกม HalfLife ให้กับ Valve และมองเห็นว่าตลาดเกมแบบ FPS เริ่มเติบโตมากขึ้น พวกเขาจึงได้ทดลองสร้างเกมแนว FPS ที่มีเนื้อหาจาก Police Quest: SWAT ออกมา แต่ยังคงเอกลักษณ์ในด้านการวางแผนเอาไว้อย่างเข้มข้น ปรับตัวและใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมาเพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้าในแบบที่สะดวกมากกว่า

และนั่นทำให้ SWAT 3 ออกวางจำหน่ายออกมาเป็นครั้งแรกในปี 2002

SWAT 3 เปิดตัวมาด้วยเกมการเล่นแบบยุทธวิธีเต็มตัว คุณจะได้รับบทเป็นหนึ่งในสมาชิกหน่วย SWAT หรือ Special Weapons and Tactics ของสังกัดกรมตำรวจลอส แองเจลิส ออกแก้ไขสถานการณ์วุ่นวายและมีความอันตรายมากกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่แค่การออกไปยิงผู้ร้ายเปรี้ยง ๆ ด้วยปืนในมือ แต่คือการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายและมีการสูญเสียน้อยที่สุด และเร็วที่สุด ซึ่งหน่วย SWAT ก็คือหน่วยงานที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเอง

สิ่งที่ผู้เล่นจะได้เจอในฐานะสมาชิกของหน่วย SWAT นั้นก็คือเหล่าคนร้ายที่คลุ้มคลั่งและเป็นอันตรายอย่างสูง หรือกลุ่มค้ายาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งต้องมีการเตรียมการที่รัดกุม SWAT จะให้ผู้เล่นได้เลือกและจัดการวางแผนอย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเลือกสมาชิกร่วมทีม อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบุกเข้าจับและปราบปรามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงความตายของเจ้าหน้าที่และทำให้ภารกิจล้มเหลวได้เลย

ความยากของเกมนี้อยู่ที่การสวมบทเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษ ที่ไม่ได้มีสิทธิ์ในการยิงใครได้ตามใจชอบ ก่อนยิงเราต้องเช็คก่อนทุกครั้งว่าเป้าหมายข้างหน้านั้นเป็นภัยหรือไม่ ถ้ามีท่าทีคุกคามชัดเจนจึงจะสามารถยิงได้เพื่อรักษาชีวิต และตัวประกันที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็อาจก่อให้เกิดความยากลำบากในการดำเนินงานได้ จึงต้องมีการควบคุมให้เขาอยู่ในความสงบด้วย

ซึ่งเหมือนกับชีวิตจริง ที่ความตื่นกลัว อาจทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงได้ยิ่งกว่าเดิม ผู้เล่นจึงต้องมีการจัดการคนเหล่านี้ให้อยู่ในความสงบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

SWAT 3 ได้รับคำชมและคะแนนจากสื่อในระดับสูงมากมาย ด้วยความสมจริงที่เทียบเท่าได้กับเกมวางแผนสไตล์ยุทธวิธีอย่าง Rainbow Six และมีความหลากหลายในด้านการจัดการและดำเนินภารกิจ รวมไปถึงมีอุปกรณ์ให้ใช้งานมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นภาคต่อของเกมจากฝีมือของ Irrational Games ผู้พัฒนา Bioshock นำมาสานต่อในปี 2006 ซึ่งก็ได้รับคำชมในเรื่องของการออกแบบภารกิจและความสมจริงเช่นเคย

แถมคราวนี้มีอุปกรณ์สนุก ๆ ให้เล่นเพียบยิ่งกว่าเดิม และเล่นออนไลน์กับเพื่อนผ่านวง LAN ได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียนจำได้แม่นก็คือปืน Paint Ball ที่ไม่ถึงตาย แต่สะใจสุด ๆ เวลายิง รวมไปถึงสเปรย์พริกไทยและอุปกรณ์หยุดการเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่มีให้เลือกใช้งานมากมายไปหมด ใครที่ชอบเล่นปืนหรือเกียร์ต่าง ๆ จะรักเกมนี้แน่นอน

น่าเสียดายที่ในบ้านเรา ซีรีส์ SWAT ไม้ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากความยากของมัน AI ของศัตรูแม้จะไม่ได้ฉลาดมากนัก แต่ก็ประมาทไม่ได้ และความผิดพลาดเพียงไม่กี่จุดก็ทำให้ต้องเริ่มใหม่กันเลย ทำให้หลายคนเลือกที่จะไปเล่นเกมที่เข้าถึงง่ายกว่าและสะใจกว่า จนทำให้ปัจจุบันนี้เกมเดินหน้ายิงเชิงกลยุทธ์นั้นหายไปจากตลาดจนเกือบหมด

แต่แม้ซีรีส์ SWAT จะไม่ได้รับการสานต่อ แต่ครั้งหนึ่งเราก็ได้รู้ว่าเคยมีเกมเดินหน้ายิงเชิงกลยุทธ์ที่สนุกตื่นเต้นและจริงจังไม่แพ้ Rainbow Six ที่กรุยทางมาก่อน (แม้ทุกวันนี้จะกลายเป็นเกมเดินหน้ายิงที่เน้นในด้านการแข่งขันมากกว่าไปแล้วก็ตาม) แต่สำหรับผู้ที่ใฝ่หาความท้าทายที่มากกว่าการเดินยิงเพียงอย่างเดียว SWAT ถือเป็นเกมที่ตอบโจทย์ได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่ของมันเลย แต่เราก็มีเกมแนววางแผนแบบทางเลือกอีกหนึ่งเกมอย่าง Ready or Not ที่มีวิธีการเล่นคล้ายคลึงกันอย่างมากเตรียมวางจำหน่ายในอนาคตต่อไปด้วย

แม้ตลาดเกมแบบยุทธวิธีจะจืดจางลง แต่ลึก ๆ แล้วหลายคนที่เคยสัมผัสยังต้องการเกมแนวนี้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้งอย่างแน่นอน