RoV Guide : ตั้งค่าอย่างไรให้คุณได้เปรียบอยู่เสมอ


การจะเล่นเกมให้ได้ดีนั้น นอกจากเครื่องเล่นที่มีประสิทธิภาพเเล้ว การเเสดงผลเเละการควบคุมต่าง ๆ ก็ควรทำได้ดีเช่นกัน สำหรับเกมอย่าง RoV นั้น นอกเหนือจาก User interface ภายนอกเเล้ว ปุ่มกด เเละหน้าต่างเเสดงผลต่าง ๆ ภายในเกมก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน แต่มันจะเป็นการดีกว่านั้น หากเราสามารถดึงเอาศักยภาพของเกมออกมาได้อย่างสูงสุด วันนี้ RoV Guide จะขอนำเสนอเทคนิคการตั้งค่าภายในเกม RoV ที่จะช่วยให้คุณนำคนอื่นอยู่ 1 ก้าวเสมอ จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันเลย

ควิกแชท

ก่อนอื่นต้องเริ่มจากควิกแชทก่อน เนื่องจากว่าการตั้งค่านี้จะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ด้านนอกเกมเท่านั้น ควิกแชทคือข้อความด่วนที่เมื่อกดเเล้วจะเเสดงผลในเกมทันที (พร้อมเสียงประกอบ) โดนเราไม่ต้องพิมพ์ ซึ่งตรงนี้หลายคนอาจเคยใช้ เเต่อาจไม่รู้ว่ามันตั้งค่าได้ด้วย

โดยควิกเเชทนั้นจะเป็นคำสั่งที่เกมมีไว้ให้ก่อนเเล้ว ทั้งในหมวดป้องกันและโจมตี เราเพียงเเค่เลือกให้เหมาะที่ตัวเองจะใช้เท่านั้น ซึ้งสามารถเซ็ตไว้ได้ 8 คำสั่งด้วยกัน

การใช้ เเละฝึกใช้ควิกเเชทนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สะดวกจะเปิดไมค์ระหว่างเล่น ซึ่งจะทำให้เราสื่อสารกับทีมได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบอกความพร้อมในการโจมตี บอกตำเเหน่งศัตรู เตือนเพื่อนในทีม หรือสั่งถอย เป็นต้น

การตั้งค่าทั่วไป

การตั้งค่าทั่วไปก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่เเพ้กัน โดยในการตั้งค่านี้จะมีอยู่ 2 สิ่งที่สำคัญคือ “ภาพ HD” เเละ “โหมดเฟรมเรทสูง” โดยในการตั้งค่าปรกตินั้นเกมจะปิดในส่วนนี้ไว้เพื่อประหยัดพลังงาน จริง ๆ แล้วในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของเเต่ละคน เเต่สำหรับคนที่มีอุปกรณ์ที่แรงพอ การปรับในสองส่วนนี้ถือว่าสำคัญมาก

โหมดเฟรมเรทสูง นั้นจะทำให้ภาพในเกมรันอยู่ในระดับ 60FPS ขึ้นไป ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการเล่น โดยจะได้ภาพที่ลื่นไหล ไม่สะดุดเเม้ว่าจะเป็นการ Team Fight ใหญ่ๆก็ตาม สำหรับคนที่มีอุปกรณ์ที่เเรงพอ เช่น iPhone 7 ขึ้นไป การปรับในส่วนนี้ถือว่า “แนะนำ” เป็นอย่างยิ่ง

การควบคุม

การควบคุมเป็นส่วนที่มีรายละเอียดเล็กน้อยจำนวนมาก โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงปุ่มกดต่าง ๆ ที่ปรากฏในเกม รวมถึงวิธีที่เราจะเลือกเป้าหมายที่จะโจมตีด้วย โดยสามารถปรับได้อย่างอิสระ ขึ้นอยู่กับความถนัดของเเต่ละคน

เริ่มจากในส่วนเเรก วิธีเลือกเป้าหมาย ในส่วนนี้จะเป็นการควบคุม “เป้าหมายที่จะโจมตีก่อน” โดยในส่วนเเรกนั้นแนะให้เป็นเเบบ “ออโต้ล็อค” เนื่องในการเล่นจริงเราจะพบว่า หากเลือกในเป็น “เลือกเป้าหมาย” ในหลาย ๆ ครั้ง Hero จะเปลี่ยนเป้าโจมตีไปเฉย ๆ เเบบที่เราไม่ได้ตั้งใจ (โดยที่ยังตีเป้าเเรกไม่ตาย) ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมากในขณะฟาร์มป่า เเล้วอยู่ ๆ มีคู่ต่อสู้เดินมา

แต่ทั้งนี้ หากใครเป็นคนที่มือไว กดไว ก็สามารถเลือกเป็นเเบบ “เลือกเป้าหมาย” ได้ ซึ่งมีข้อดีคือเราจะสามารถเเยกเเยะการโจมตีของเราได้ ซึ่งดูจะเหมาะสำหรับ Hero ระยะไกลมากกว่า

สำหรับในใส่การตั้งค่าโหมดโจมตีนั้น เเนะนำให้เลือกเป็น “เลือกโจมตีครีปและป้อม” เพราะสำคัญมากในช่วงท้าย ๆ เกมที่เราอาจต้องโจมตี Core ของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว การตั้งค่านี้จะทำให้ Hero ของเราโจมตีเฉพาะ Core หรือป้อมเท่านั้นโดยไม่เปลี่ยนไปโจมตี Hero หรือครีปฝ่ายตรงข้ามที่เดินเข้ามาหา

ในส่วนการตั้งค่าการใช้สกิล ส่วนเเรกที่ต้องเลือกคือวิธีการออกสกิล โดย “วงล้อสกิล” จะเป็นค่าเริ่มต้นที่เราใช้กัน ซึ่งจะมีระยะหรือรัศมีของสกิลปรากฏขึ้นมาให้เรากดใช้ ซึ่งเป็นการใช้ 2 จังหวะใน สกิลที่ต้องเลือกเป้าหมาย/ทิศทางก่อน เเต่ในส่วนของ “เล็งอัตโนมัติ” นั้น Hero ของเราจะกดสกิลไปทางที่เราหันไปตรง ๆ หรือเป้าหมายที่อยู่ในระยะสกิลทันที ทำให้เป็นการกดสกิลจังหวะเดียวที่เร็วมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมตัวละครได้อย่างคล้องเเคล้วเเล้ว

ทั้งนี้ การตั้งค่าเเบบ “เล็งอัตโนมัติ” อาจจะดูดีกว่า เเต่มันก็มีข้อจำกัดเนื่องจากลักษณะของ Hero บางตัว เช่น Yorn โดยเขาจะสามารถยิงสกิล 1 ได้อย่างเเม่นยำในโหมดนี้ เเต่สำหรับ Ultimate นั้น เรากลับไม่สามารถเลือกยิงได้ตามใจชอบในโหมดนี้ได้

อย่างต่อมาคือสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่งให้เปิดไว้ นั้นคือในหมวดการล็อกเป้าหมายจากรูปฮีโร่ โดยให้เลือก “แสดงรูปเป้าหมายที่โจมตีได้” ซึ่งเกมจะปรากฏรูปของ Hero ฝ่ายตรงข้ามทุกตัวที่อยู่ใกล้ ๆ เรา โดยเราสามารถกดที่รูป Hero เพื่อโจมตีหรือใช้สกิลใส่เเค่ฮีโร่ตัวนั้นเพียวตัวเดียวได้ จำเป็นอย่างมากในช่วง Team Fight ซึ่งเราต้องจัดการเป้าหมายเป็นคน ๆ ไป

ประโยชน์อีกอย่างของ Option นี้คือ มันสามารถใช้เป็นตัวนับจำนวน เเละเป็นเครื่องเตือนถึง Hero ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ใกล้ ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งมันสามารถตรวจจับได้เกินระยะที่เรามองเห็นในจอซะอีก ด้วยการดู/กดที่รูปของ Hero ที่ปรากฏขึ้นมา เท่านี้เราก็จะรู้ถึงจำนวนเเละทิศทางของเป้าหมายได้ทั้งหมด

ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ จะปรากฏขึ้นในจอของเรา เเม้เราจะไม่เห็นในเกมก็ตาม ช่วยทำให้เราระวังตัวได้มากขึ้น     เหมือนมีเรด้าส่วนตัว

การหมุนกล้อง

สิ่งสุดท้ายที่จะมาเเนะนำกันในวันนี้คือ “การควบคุมกล้อง” ซึ่งโดยปรกติเเล้ว หน้าจอของเราจะล็อคที่กลางตัวละครของเรา เเละจะสามารถเเพนกล้องไปยังจุดต่าง ๆ ในเเผนที่ได้ด้วยการกดที่ Mini Map เเต่ในบางครั้ง เช่นเวลาที่เคลื่อนที่อยู่ มือซ้ายของเราต้องกดเเป้นควบคุม ทำให้ไม่เหลือมือที่จะใช้กดเเพนดูสิ่งต่าง ๆ รอบด้วยได้ การตั้งค่านี้จะช่วยเราเเก้ปัญหานั้น

ด้วยการตั้งค่าการหมุนกล้องไปที่ “จอยสติ้ก” หรือ “สไลด์” จะชวยทำให้เราสามารถขยับมุมกล้องของเราด้วยมืออีกข้างได้ โดยที่ไม่ต้องกดที่ Mini Map อีกต่อไป ตรงนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อทำการซุมโจมตีหรือกำลังจะเข้าโจมตี เพราะเราจะสามารถเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเราก่อนที่จะไปถึงและเลือกตำเเหน่งที่จะเข้าตีได้อย่างถูกต้อง โดย “จอยสติ้ก” และ “สไลด์” จะต่างกันที่วิธีที่ใช้เเพนกล้อง โดยให้เลือกตัวเองถนัดมากที่สุดมาใช้

ด้วยการใช้ระบบหมุนกล้อง หน้าจอของเราจะไม่ล็อคที่ Hero ของเราอย่างเดียวอีกต่อไป ช่วยให้การซุ่มโจมตีทำได้ง่ายขึ้น

ครบแล้วสำหรับเทคนิคในวันนี้ จะเห็นไว้ว่า เเม้จะเป็นเกมเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เเต่การตั้งค่าที่ต่างกันก็นำมาซึ่งผลที่เเตกต่างกันได้ ดังนั้นการใช้ประโยชน์จากระบบของเกมนี้ก็เป็นสิ่งที่เราควรคว้าเอาไว้เเละใช้มันอย่างเต็ม เลือกการตั้งค่าที่เหมาะกับตัวคุณ เพื่อให้คุณได้เปรียบเเละมีโอกาสชนะที่มากที่สุดอยู่เสมอ สำหรับ Guide ครั้งหน้าจะเป็นอะไร โปรดติดตามได้ในเพจ GamingDose – MOBA กันได้เลย 😀