Review : RemiLore สาวแว่นกับหนังสือพูดได้ แท็กทีมผจญภัยต่างโลก


ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เกมแนว Rogue-Like ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ เพราะเกมเพลย์ที่เข้าถึงง่าย แค่เดินหน้าลุยแหลก ก็เติมเต็มความมันส์และผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ชื่อของสตูดิโอ Pixellore อาจจะไม่ใช่ชื่อที่เราคุ้นหูกันนัก เพราะไม่ได้มีเกมฟอร์มยักษ์ ออกมาให้เราได้เล่นกัน แต่วันนี้พวกเขาได้ปล่อยเกมใหม่ออกมา โดยมาในธีมสาวแว่นสุดน่ารักที่ต้องจับคู่กับเจ้าหนังสือปริศนาพูดได้ และวันนี้ขอเชิญทุกท่านพบกับรีวิว RemiLore : Lost Girl in the Lands of Lore ชื่อเกมเต็มยาวขนาดนี้ หัวข้อเลยต้องลดลงหน่อยละนะ..

Story

Remi สาวน้อยใส่แว่นที่คอยทำหน้าที่ดูแลทำความสะอาดห้องสมุด อยู่มาวันหนึ่งเธอได้พบกับหนังสือประหลาดพูดได้นามว่า Lore ก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดไปในโลกอีกมิติหนึ่ง ทั้งคู่ได้พบกับ Choux แอนดรอยด์สาวที่เหมือนจะรู้จักกับ Lore และมีอดีตปูมหลังฝังใจกันด้วย ผู้เล่นจะค่อย ๆ รู้เรื่องราวทั้งของตัว Lore และ Choux เอง ซึ่งที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร ลองไปเล่นกันดู

น่าเสียดายที่การเล่าเรื่องของเกมนี้มันแทบจะไม่ค่อยซีเรียสอะไรเลย บางช่วงกำลังตึงเครียดอยู่ดี ๆ ก็ยิงมุกออกมาผิดจังหวะซะอย่างนั้น หรือระหว่างเล่น ก็มีการพร่ำเพ้อถึงคนรัก หรือการตีกันอย่างกับคู่กัดของ Remi และ Lore ดังนั้นใครที่หวังว่าจะเจอเกมเนื้อเรื่องเทพ ๆ มีจุดหักมุม หรือ Plot Twist ให้อึ้ง ก็คงจะต้องผิดหวังกับเกมนี้ แต่ใครที่ชอบเกมเนื้อเรื่องสบาย ๆ เข้าถึงง่ายหน่อย ๆ และชอบการยิงมุกของเกมที่ฮาบ้าง แป๊กบ้าง เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ทำออกมาได้ดี เข้าถึงคนง่าย ๆ

Presentation

เนื้อเรื่องหลักของตัวเกมทำให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกต่างมิติที่มีความแฟนตาซีสูงมาก และเหล่าศัตรูก็เป็นจักรกลเสียส่วนใหญ่ ฉากภายในเกมจึงมีตั้งแต่หอคอยสูงเสียดฟ้า รีสอร์ทชายทะเลสุดงดงาม ไปจนถึงแดนหิมะอันหนาวเหน็บ และฉากของเกมนั้นเป็นการเล่นแบบเป็นเส้นตรง มีทางแยกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เข้าไปตีกล่อง หรือวัตถุเพื่อเอา Dessert หรือขนมหวานที่เป็นค่าเงินที่ใช้อัพสกิลภายในเกมนี้

และสำหรับคนที่เห็นตัวละครนำเป็นสาวแว่นสุดน่ารัก ก็ต้องขอแสดงความยินดี ตัวเกมนี้ใช้เสียงพากย์เป็นภาษาญี่ปุ่นและซับไตเติลภาษาอังกฤษ ซึ่งศัพท์ของเกมนี้ก็ไม่ได้ยากนัก ใครที่เล่นเกมฟอร์มยักษ์มาก่อนก็สามารถเล่นเกมนี้และเข้าใจเนื้อเรื่องของเกมได้ง่าย ๆ น่าเสียดายที่ฉากคัทซีนเป็นเพียงภาพนิ่งที่ตัวละครสนทนาตอบโต้กันเฉย ๆ เหมือนเกมสมัยเก่า ทำให้เสียงพากย์ที่บางครั้ง พากย์มาแบบจัดเต็ม เลยดูไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมเท่าที่ควร

ฉากบางฉากภายในเกมก็ออกแบบมาสวยงาม ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน น่าเสียดายที่เกมนี้ใช้มุมกล้องแบบ Bird Eye-View หรือมุมมองจากด้านบน ทำให้เราไม่ได้ฉากในเกมกว้าง ๆ นัก แต่เพียงเท่านี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมากแล้ว บางฉากเป็นพระอาทิตย์ตกดินริมทะเลที่สวยงามมาก เล่นแล้วเข้ากับเนื้อเรื่องของเกมที่สบาย ๆ

ในส่วนของศัตรูภายในเกมที่เกือบทั้งหมดเป็นจักรกลหุ่นยนต์แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพวกลูกกระจ๊อกหรือแม้กระทั่งตัวบอสเอง เพราะตัวร้ายหลักอย่าง Choux ก็มีสถานะเป็น Android อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรมันก็ดูน่าขัดใจอยู่บ้างที่โลกของเกมดูมีความเป็นแฟนตาซีสุดขั้ว แต่เหล่าศัตรูดันเป็นหุ่นยนต์ไซบอร์กกันซะเป็นส่วนมาก

Gameplay

มาถึงจุดที่เป็นส่วนสำคัญของเกมกันแล้วนั่นคือเกมเพลย์การเล่น RemiLore นั้นจะมีเกมเพลย์เป็นแนว Rouge-Lite ผสมกับเข้ากับ Hack & Slash นั่นคือจะเป็นการเดินหน้าฟันแหลกทุกสิ่งอย่าง โดยอาวุธของเราจะปลดล็อคตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายแล้วมองว่า ยังไงไอเทมประเภทดาบมือเดียวก็เป็นไอเทมที่สมดุลที่สุดแล้ว ความเร็วโจมตีอยู่ในระดับพอดี ทำดาเมจได้ไว และสามารถสไลด์หลบได้ง่าย ๆ ดังนั้นเมื่อปลดล็อคอาวุธใหม่ ๆ มา น่าเสียดายที่เราก็ไม่ค่อยจะอยากเปลี่ยนอาวุธนัก เพราะความเคยชิน บวกกับมันดีในตัวเองของมันอยู่แล้ว

การต่อสู้ภายในเกมจะเป็นรูปแบบเดินหน้าฟันแหลก แต่ไม่ใช่ว่าจะหลับหูหลับตาฟันยับได้เลย เพราะศัตรูเองก็มีทั้งการโจมตีสวนกลับแบบรุนแรง และยิงกระสุนพลังงานออกมาได้ ในหนึ่งฉากย่อยของเกมนี้ เป้าหมายของผู้เล่นคือต่อคอมโบให้เร็วที่สุด และโดนดาเมจให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้รับคะแนน S Rank นำไปสะสมกับหลอดคะแนนโดยรวมในตอนจบฉากใหญ่ เพื่อจะได้รับกล่องรางวัลที่มากขึ้นด้วย

เมื่อกำจัดศัตรูได้จะมีการดรอป Dessert หรือก็คือขนมหวาน ซึ่งใช้เป็นค่าเงินภายในเกมนี้ได้แทบทุกอย่างตั้งแต่การอัพสกิลใหม่ ๆ ไปจนถึงการซื้อยาเติมพลัง และสุ่มอาวุธในช่วงท้ายฉาก ประโยชน์ของมันสูงสุดก็มีแค่เอาไว้ใช้อัพเกรดสกิลเท่านั้น เพราะอาวุธนั้น เน้นดรอปเอาจากบอส หรือเปิดกล่องในช่วงท้ายฉากใหญ่ยังคุ้มกว่าเอาไปสุ่มเล่นในกล่องสุ่ม ทำให้ค่าเงินของเกมนี้ เมื่อเล่นไปถึงจุดจุดนึงก็จะเหลือใช้แล้ว สามารถอัพสกิลทั้งหมดจนครบได้เลย

อาวุธภายในเกมจะมีการแบ่งเกรดตั้งแต่ D ไปจนถึง S ซึ่งผู้เล่นสามารถหาได้จากการกำจัดมอนสเตอร์ประเภทมินิบอส หรือบอส และในช่วงท้ายฉากย่อยของเกม การอัพสกิลไม่ได้ทำให้เราใช้อาวุธโจมตีได้แรงขึ้น แต่จะเพิ่มอัตราการดรอปอาวุธขั้นสูงประเภทนั้น ๆ ให้เราแทน เช่น หากคุณอัพ One Handed Sword Mastery คุณก็มีโอกาสจะดรอปอาวุธเกรดสูง ๆ ของดาบมือเดียวเยอะขึ้นเป็นต้น และอาวุธแต่ละประเภทก็จะมีการสุ่มสกิลติดตัวมาให้เราได้ใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นเสกวงแหวนไฟ บัฟเพิ่มดาเมจชั่วคราว ผลักศัตรูรอบข้างให้กระเด็นออกไป โดยประสิทธิภาพของสกิลพวกนี้ก็สามารถใช้ค่า Dessert ในการอัพได้ ชอบสกิลประเภทไหนก็เลือกอัพสกิลประเภทนั้นได้เลย

ในส่วนของ Boss Fight นั้นต้องบอกว่ามันสมกับเป็นเกมสบาย ๆ ที่ไม่มีอะไรมากกว่าไปเล่นแก้เครียด เพราะอาศัยการจับจังหวะ และการหลบที่ถูกต้อง รวมไปถึงเรียนรู้แพทเทิร์นการโจมตี ผู้เล่นก็สามารถที่จะเอาชนะได้อย่างง่ายดายแล้ว ดังนั้นย้ำกันอีกรอบว่าเกมนี้ไม่เหมาะกับคนที่ชอบความท้าทายสักเท่าไร เพราะมัน Casual สุด ๆ แม้ว่าการตายจะต้องกลับไปเริ่มใหม่แต่แรกพร้อมสุ่มเส้นทางเดินใหม่ ๆ แต่ส่วนมากศัตรูก็จะเหมือนเดิมนั่นแหละ ทำให้ไม่ค่อยมีความท้าทายใด ๆ

แต่ถึงอย่างไรก็ตารมสิ่งที่ต้องชมก็คือการออกแบบโหมดเกมการเล่น เพราะเมื่อผู้เล่นเล่นเกมจบ 1 รอบแล้วก็จะปลดล็อคโหมดการเล่นต่าง ๆ มามากมาย ไม่ว่าจะเป็น New Game+ เล่นเกมด้วยความยากที่สูงขึ้น และโหมดพิเศษอีกมาก เช่น โหมด Permadeath ตายแล้วตายเลย เริ่มใหม่หมด หรือโหมด Random Weapon ที่ทุกครั้งเมื่อเรากำจัดศัตรูได้ ไม่ว่าจะเป็นบอส หรือลูกกระจ๊อกก็จะสุ่มอาวุธใหม่ให้เราได้ใช้ไปเรื่อย ๆ เป็นโหมดที่เล่นเพลินมาก ดังนั้นเกมนี้มีคุณค่าในการเล่นซ้ำพอสมควร ที่สำคัญ ผู้เล่นเลือกได้ด้วยว่าจะเล่นโหมดแบบมีเนื้อเรื่อง หรือเล่นแบบไม่มีเนื้อเรื่อง

ถือว่าผู้พัฒนาออกแบบเกมเพลย์ออกมาได้เหมาะสมกับสิ่งที่ตัวเกมต้องการจะนำเสนอ และ RemiLore บวกกับระบบคอมโบและการต่อสู้อันไหลลื่น ตัวเกมจึงดึงดูดให้ผู้เล่นที่ชอบเกมแนว Rogue-Like เดินหน้าฟันสนุก ๆ บวกกับภาพน่ารักและเสียงพากย์สุดโมเอะ เกมนี้เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

Performance

หากไม่นับเนื้อเรื่องที่บทอ่อนแอจนเหมือนหนังทั่วไป Performance คืออีกสิ่งหนึ่งที่ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง ร แต่อย่าเพิ่งคิดว่ากราฟิกเกมจะย่ำแย่ หรือเจอบัคอันร้ายแรงนะ ปัญหาใหญ่ ๆ ของเกมนี้เลยคือการโหลดฉากเข้าเกมในครั้งแรกที่ช้ามาก ๆ แถมยังมีปัญหาถ้าระหว่างนี้ผู้เล่น Alt+Tab ไปทำอย่างอื่นเช่นเล่นเฟซ ไถทวิตเตอร์ เหมือนตัวเกมมันจะไม่ยอมโหลดให้ซะอย่างนั้น และถึงแม้ผู้เล่นจะเปิดหน้าจอเกมเพื่อให้มันโหลด มันก็ยังโหลดช้าอย่างน่าหงุดหงิดอยู่ดี ทั้ง ๆ ที่ตัวเกมมันไม่น่าจะต้องโหลดอะไรมากมายอยู่แล้ว

ต่อมาในเรื่องของ Option ก็ปรับได้ค่อนข้างน้อยมาก นอกจากเสียงดนตรี เสียงเอฟเฟคท์ เสียงพากย์ เราก็แทบจะปรับอะไรไม่ได้อีกแล้ว และอีกปัญหานึงคือเกมนี้เราต้องคอยเซฟเกมด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา เช่นถ้าคุณเล่นไปถึงฉาก 3-4 แต่ถ้าเผลอออกเกมโดยปิดเกมทันที ถ้าเข้ามาอีกทีคุณอาจจะต้องไปเริ่มที่ 3-1 ใหม่เลย เป็นปัญหาที่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่มีการ Auto Save ที่ฉากนั้น ๆ ตอนเริ่มเกมกันแน่

นอกจากนั้นเกมก็แทบจะไม่มีปัญหาใด ๆ เนื่องด้วยกราฟิกแบบการ์ตูนสดใส ทำให้ไม่กินสเปคเครื่องมากจนเกินไปนัก ไม่มีอาการเฟรมเรทตก หรือเกมแครชแต่อย่างใด จึงถือว่าเกมนี้ Optimize ออกมาได้ดีมาก แต่ยังขาดลูกเล่นการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ภายในเกมที่ดูมีให้เล่นน้อยไปนิด บวกกับระบบเซฟที่เราต้องคอยระวังตอนเล่นเอาไว้หน่อยเท่านั้น

โดยรวมแล้ว RemiLore เป็นอีกหนึ่งเกม Rogue Like ที่เล่นเพลินมาก ๆ และใช้ระยะเวลาในการเล่นไม่นาน หากผู้เล่นเชี่ยวชาญหน่อย 3-4 ชั่วโมงก็สามารถเล่นให้จบได้แล้ว แต่ตัวเกมมาพร้อมคอนเทนต์ในการเล่นซ้ำที่สนุกพอสมควร ถ้าไม่เบื่อไปเสียก่อนก็น่าจะเล่นได้ยาว ๆ ในระยะเวลา 7-10 ชั่วโมงขึ้นไป  ปัญหาคือตัวเกมมีราคาสูงถึง 469 บาท ถ้าเทียบกับคอนเทนต์เกมที่เล่นได้เต็มที่ 7-10 ชั่วโมงนี้ถือว่าแพงเอาเรื่องเลยทีเดียว ใครอยากเล่นก็รอลดราคาเอาดีกว่า แต่ถ้าใจรักสาวแว่นโมเอะ จะจัดเต็มเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

Verdict 6.6/10