Resident Evil: Gun Survival ความพยายามที่มาก่อนกาล ของซีรีส์ผีชีวะ


อีกไม่นานในช่วงต้นปีหน้านี้เราก็จะได้สัมผัสกับ Resident Evil 2 Remake กันแล้ว หลังจากที่รอคอยกันมานานหลายปี ซึ่งแน่นอนว่าด้วยตัวอย่างของเกมอันมากมายมหาศาลที่ปล่อยออกมานั้นแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและคุณภาพของเกมที่สูงมาก แต่ถ้าเราลองย้อนกลับไปดูเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน Capcom เองก็เคยพยายามผลักดัน Resident Evil ให้เป็นแนว FPS อย่างที่เราคุ้นเคยในเกมภาคที่ 7 แต่ผลที่ได้นั้นไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเท่าใดนัก

ย้อนกลับไปในยุคก่อน Resident Evil นั้นเป็นเกมที่ใช้มุมกล้องแบบ Fixed Camera วางเอาไว้เป็นจุด ๆ จะเปลี่ยนมุมมองเมื่อเข้าสู่พื้นที่ใหม่ และการควบคุมจะเป็นแบบ Tank ที่หลายคนเกลียด (รวมไปถึงตัวของผู้เขียนเอง) เพราะมันทั้งอึดอัดและใช้งานไม่ค่อยคล่องตัวนักในช่วงแรก แต่ถ้าชินแล้วก็อยู่ในระดับพอทนได้ แต่ก็เสริมให้ตัวเกมมีความน่ากลัวอย่างมากในยุคนั้นโดยการดัดแปลงง่าย ๆ แม้ก่อนหน้านี้ทางทีมพัฒนาของ Capcom จะต้องการให้ Resident Evil เป็นเกมสยองขวัญมุมมองแบบ 1st Person ก็ตาม ซึ่งพวกเขาพวกเขาก็ยังคงพยายามให้มันเกิดขึ้นอยู่

และเกม Resident Evil: Gun Survival ก็คือความพยายามครั้งแรกของพวกเขาที่ทดลองทำเกมซีรีส์นี้ในแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งดู และมันก็ประสบความล้มเหลวอย่างที่สุดด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

Resident Evil: Gun Survival มีเนื้อเรื่องอยู่ในเกาะ Sheena Island ที่สาขาของบริษัท Umbrella ตั้งอยู่และมีอิทธิพลต่อชาวเมืองในเกาะนี้อย่างมาก ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นชายลึกลับผู้ที่รอดจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกที่เกาะแห่งนี้และสูญเสียความทรงจำ เราต้องค้นหาว่าเราคือใครกันแน่และเอาตัวรอดจากเมืองที่เต็มไปด้วยผีดิบแห่งนี้ไปให้ได้

สำหรับผู้เขียนเองครั้งแรกที่ได้เห็นเกมนี้ในสมัยก่อน ก็รู้สึกว่า เออ Resident Evil ภาคนี้น่าจะเล่นแบบ Railway Shooting หรือเกมยิงปืนเหมือนบนเกมตู้ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย มันดันกลายเป็นเกม 1st Person Shooting ซะอย่างงั้น แล้วตัวเกมก็สนับสนุนการใช้จอย Gun Con ด้วย ซึ่งในตอนที่รู้ว่าตัวเกมเป็นแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน และก็สงสัยว่ามันจะเล่นยังไง ซึ่งการควบคุมของเกมนั้นบอกเลยว่าเลวร้ายอย่างมากจริง ๆ เพราะเราต้องมากดปุ่มเดินและเล็งสลับกันแบบยุ่งยาก กว่าจะเดินกว่าจะเล็งนั้นงงยิ่งกว่าเกมภาคดั้งเดิมเสียอีก จนทำให้ช่วงแรกน่าจะตายกันแบบงง ๆ ไปในช่วงแรก แถมการเล็งยิงจากปุ่มทิศทางของจอย Analog นั้นก็ค่อนข้างทารุณเอาเรื่องอยู่ (ซึ่งก็ตามเทคโนโลยีในยุคนั้นที่การควบคุมยังไม่ดีนัก)

แต่ก้โชคยังดีที่ความยากของเกมนั้นไม่ได้ยากเหมือนกับเกมเวอร์ชั่นดั้งเดิม คุณสามารถฆ่าพวกซอมบี้ได้อย่างง่ายดายแค่ถอยหลังแล้วยิง แถมที่สำคัญคือปืนพกที่ใช้เป็นหลักนั้นก็มีกระสุนไม่จำกัดอีกด้วย รวมไปถึง AI ของศัตรูที่มีปัญหาเดินหลงทิศหลงทางให้คุณยิงเล่นอย่างง่ายดาย ยิ่งบางฉากนั้นคุณแค่หลบมุมดี ๆ ก็สามารถเก็บพวกมันได้โดยที่ไม่เสียเลือดสักหยด ไม่ว่าจะ Licker, Hunter หรือบอสอย่าง Tyrant ก็สามารถถูกเราปราบได้ง่าย ๆ จนเกมหมดความท้าทายไปเลย

ที่แย่อีกอย่างก็คือโมเดลและของประกอบฉากในเกมล้วนใช้ของเก่ามาประกอบกันจนกลายเป็นเกมภาคใหม่ หลายอย่างไม่ได้ถูกขัดเกลาให้ดี และเรายังเห็น Bug ของเกมโผล่มาอยู่เรื่อย ๆ ทั้งที่นี่เป็นเกมปลายยุคของ Playstation แล้ว ซึ่งนับว่าน่าแปลก เพราะถ้าหากเป็นเกมที่ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ และเป็นเกมที่เริ่มกลายเป็นที่รู้จักแล้วก็ไม่น่าจะพลาดได้ขนาดนี้

แม้ผู้เล่นจะไม่ประทับใจนักกับ Resident Evil ภาคนี้ แต่ Capcom ก็ยังคงพยายามเข็นเกมภาคต่อของ Gun Survival ออกมาอยู่ตลอดในยุคนั้น ทั้งเอาเกมภาค Code: Veronica มาใส่เป็นเกม Gun Survival แยกขายออกมาใหม่ในเครื่อง PS2 หรือรวมเอาเกมอื่นมาทำขายใหม่ในชื่อ Gun Survival อย่างเช่น Dino Crisis แต่คุณภาพของเกมก็ไม่ได้น่าประทับใจนัก แต่ก็ถือเป็นความพยายามที่จะแหวกกรอบของแนวเกมตัวเองออกไปในอีกแนวทางหนึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากนักก็ตาม และความพยายามก็สัมฤทธิ์ผลใน Resident Evil 7 ที่ตัวเกมถูกเปลี่ยนมุมมองเป็นแบบ 1st Person เต็มรูปแบบ และสร้างความน่ากลัวให้กับตัวเกมอย่างมาก กลายเป็นเกม Resident Evil ที่น่าจดจำอีกภาคหนึ่งของยุคนี้เลยทีเดียว

แม้ชื่อ Gun Survival จะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ก็ถือเป็นความพยายามที่จะนำเกมซีรีส์นี้ไปสู่หนทางใหม่อย่างกล้าหาญ เป็นการพยายามแหวกกรอบเดิม ๆ ที่ประสบความสำเร็จไปแล้วของเกมไปสู่หนทางใหม่ แม้จะออกมาไม่ดีอย่างที่คาดไว้ก็ตามครับ