Preview : Ghostrunner ผาดโผนโจนทะยานสไตล์ Mirror’s Edge ผสม Dishonored

ท่ามกลางกระแสเกม AAA ที่ออกมาและมีให้เราเลือกเล่นอย่างมากมายในตอนนี้ เรายังมองเห็นเกมอินดี้ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ หรืออย่างน้อย มองจากเบื้องหน้าแล้วมันก็น่าจะเป็นเกมที่ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น Ghostrunner เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว และมันเพิ่งเปิดให้เล่นช่วงเดโม่ในช่วงคืนวันก่อน ซึ่งบอกเลยว่าเกมนี้ถือเป็นอีกเกมที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก และตัวเกมคร่าว ๆ จะเป็นยังไง วันนี้เรามาพรีวิวให้ดูกันคร่าว ๆ ใน Ghostrunner ครับ

เป็นเกมเกี่ยวกับอะไร ?

Ghostrunner ว่าด้วยเรื่องราวในโลกอนาคตที่ผู้คนอดอยากและหิวโหย ที่พึ่งสุดท้ายของมนุษยชาติก็คือ Great Tower City แต่น่าเสียดายว่าเจ้าของและผู้ปกครองที่นี่ ล้วนเป็นพวกป่าเถื่อนดุร้าย และไม่สนใจชีวิตผู้คนสักเท่าไร เราจะรับบทเป็นมือสังหารลึกลับที่ไม่มีที่มาที่ไป มีเพียงความสามารถในวิ่งผาดโผนโจนทะยานในสไตล์ Free Running + Pakour และดาบคาตานะคู่ใจมาสับศัตรูให้ขาดเป็นสองท่อน และโค่นล้มอำนาจของเมืองนี้ให้ได้

หากมองผ่าน ๆ แล้ว เนื้อเรื่องของเกมก็ไม่ได้มีอะไรสดใหม่ จะว่าไปแล้วมันก็ซ้ำซากกับเกมแนว ๆ เดียวกันที่ออกมาด้วยซ้ำ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเกมที่มีเนื้อหาทำนองนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Black Future 88 เพียงแต่ในเกมนี้เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้เป็นเกมแอ็คชั่นผาดโผนที่มาพร้อมกับตัวเอกขวัญใจสายเกมเมอร์นั่นคือตัวละครจำพวกนินจา ที่ใช้ดาบคาตานะ

คาดว่าเนื้อเรื่องในเกมเต็ม อาจจะมีรายละเอียดที่ลึกลับซับซ้อนกว่านี้ แต่เอาแค่เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ของเกม เกมเมอร์สายเสพเนื้อเรื่องอาจจะต้องผิดหวังกันไปก่อน แต่ยังไงก็ตาม วันนี้เราไม่ได้มานำเสนอส่วนของเนื้อเรื่อง เพราะช่วงเดโม่ที่เกมออกแบบนี้ สิ่งเดียวที่โฟกัสได้ คือ Gameplay ล้วน ๆ

ความรู้สึกหลังเล่น Demo จบ

อย่างแรกที่เราต้องย้ำกันก่อนว่าเกมนี้นั้น ไม่เหมาะกับคนที่เป็น Motion Sickness หรืออาการวิงเวียนศีรษะเวลาเล่นเกมมุมองบุคคลที่หนึ่ง เพราะเกมนี้นำเสนอในรูปแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) และสปีดในการควบคุมตัวละครนั้น ส่วนตัวคิดว่ามันเร็วกว่า Mirror’s Edge เสียอีก

และลีลาแอ็คชั่นของตัวละครก็มีทั้งการไต่กำแพง กระโดดเกาะ ปีนป่าย ใช้อาวุธจู่โจมศัตรู เรียกได้ว่าถ้าเป็น Motion Sickness ถ้าอยากลองก็ได้ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ อยู่ให้ห่างจะดีกว่า

ระบบการต่อสู้ของเกมนี้จะใช้ระบบแบบ One Hit , One Kill แบบ Fair Play ทั้งเราและศัตรู การโจมตีเพียงครั้งเดียวสามารถฆ่าศัตรูได้ และถ้าเรารับดาเมจจากศัตรูเราก็ตายในทันที ระบบนี้ทำให้การเล่นของเรามีความท้าทายขึ้นมาก เพราะเราแทบจะพลาดไม่ได้เลย แต่โชคดีที่เกมนี้ระบบการลงโทษไม่ได้โหดร้ายเท่าที่ควร การตาย คือการเริ่มต้นใหม่ในจุดเกิดใกล้ ๆ กันเพียงเท่านั้น ไม่ได้ฮาร์ดคอร์แบบเกมตระกูลโซลทั่วไป

สิ่งที่สัมผัสได้จากการเล่นเกมนี้จนจบก็คือ ตัวเกมนั้น แม้จะใช้ระบบ One Hit , One Kill แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ผู้เล่นมีเวลาพอที่จะสำรวจเส้นทางการไปต่อ สังเกตว่ามีศัตรูจำนวนกี่คน จากนั้นหาหนทางในการเข้าถึงตัวศัตรูโดยห้ามตายเด็ดขาด ซึ่งความสนุกอยู๋ตรงที่ศัตรูทุกตัว (ใน Demo) นี้จะใช้อาวุธปรเเภทปืนเท่านั้น หลายครั้งที่เราต้องหาทางลุยเข้าประชิดตัวให้ได้โดยห้ามโดนยิง

แต่ก็ใช่ว่าตัวเอกของเราจะไร้พิษสง นอกจากความสามารถในการปีนป่าย ยังมีความสามารถในการสโลว์เวลาชั่วคราวซึ่งใช้ได้โดยการกด Shift แต่ก็ใช้ได้อย่างมีขีดจำกัด เป็นอีกความท้าทายของผู้เล่นว่าจะกดใช้ในตอนไหน

น่าเสียดายที่เกมเพลย์ในช่วงเดโม่นั้น สั้นมาก ๆ หากผู้เล่นไม่มีปัญหาอะไรกับการควบคุม และเรียนรู้มันได้อย่างว่องไว ใช้เวลาราว 10 นาทีก็จบเกมได้แล้ว หรือสั้นกว่านั้น 5-6 นาทีก็ยังมีให้เห็น

สิ่งที่อยากเห็นในตัวเกมเต็ม

อย่างแรกเลยคือความหลากหลายของฉาก แนะนำว่าเกมนี้นำเสนอฉากเมืองไซเบอร์พังค์ล้ำอนาคตออกมาได้สวยงามมาก แต่ด้วยความสั้นของตัวเกมทำให้เรามองไม่เห็นฉากใหม่ ๆ ที่ดูมีมิติมากขึ้น ต้องยอมรับว่าการออกแบบฉากของเกม Ghostrunner นั้น ดึงดูดคนให้เข้ามาเล่นเกมของตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่จะดีกว่านี้ถ้ามีความหลากหลายมากกว่านี้

ทักษะของตัวละครเองก็เช่นกัน นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างมา เราเห็นเพียงสกิลการผาดโผนโจนทะยานและการใช้ดาบเท่านั้น เราน่าจะได้เห็นตัวละครของเรามีพลังมากกว่าในช่วงเกมเต็ม

และที่ขาดไม่ได้คือการปะทะกับบอส น่าเสียดายมากถ้าเกมระดับนี้จะไม่มีบอสให้เราได้สู้บ้างเลย แต่ก็ต้องดูว่าการดีไซน์บอสจะออกมายังไง กับเกมที่ใช้ระบบ One Hit , One Kill แบบนี้

ในเรื่องของการ Optimize เราบอกได้ว่าหายห่วง เพราะแทบไม่เห็นอาการเฟรมเรตตก บัคการแสดงผล ฯลฯ แต่อย่างใด แต่ตัวเกมเต็มอาจเป็นอีกกรณีหนึ่ง เพราะเกมจะเพิ่มฉาก ระบบใหม่เข้ามา ทำให้การทำงานอาจมีปัญหาได้

ท้ายที่สุดแล้ว เราไม่ได้การันตีว่า Ghostrunner จะเป็นเกมดี แต่ถือว่าเป็นเกมที่น่าสนใจมาก ในช่วงเกมเต็มเราคงต้องมาดูกันว่าเกมนี้จะทำได้ดีเหมือนที่ Demo ทำออกมาได้หรือไม่

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close