New Game+ โหมดเกมสุดฮิต ที่อาจไม่รู้มาก่อนว่ามีมานานแล้ว

ในวิดีโอเกมยุคนี้ ไม่ว่าจะเล่นเกมแนวอะไร หรือสอดส่องตามคอมมูนิตี้คนเล่นเกมแหล่งไหน ก็คงไม่มีทางหนีพ้นคำว่า “New Game+” ซึ่งเป็นโหมดเกมที่กำลังได้รับความนิยม และพบเห็นบ่อยตามเกมแนวแอ็คชัน-ผจญภัยเกือบทุกเกม จนกลายเป็นโหมดเกมสามัญประจำบ้านไปแล้ว

แต่เกมเมอร์หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าโหมด New Game+ ที่ว่าเริ่มฮิตในตอนนี้ ความจริงแล้ว โหมดดังกล่าวได้มีมานานมากจนเราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นโหมดที่เก่าแก่ขนาดนี้ แล้ว New Game + คืออะไร บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจความเป็นมาของ New Game+ มากขึ้น

New Game+ คืออะไร

Playing Video Game

New Game+ (หรือมีชื่อเรียกว่า New Game Plus หรือ NG+) เป็นโหมดที่ให้เกมมอร์ได้เริ่มเล่นเกมใหม่ตั้งแต่ต้น โดยความคืบหน้าต่าง ๆ เช่นทักษะสกิล ไอเทมในกระเป๋า ชุดเกราะ จำนวนเงิน หรืออื่น ๆ ได้รับการพอร์ตจากไฟล์เซฟเกมที่เนื้อเรื่องจบไปแล้วหนึ่งรอบ ซึ่งทำให้เราสามารถเล่นเกมรอบใหม่ได้โดยความคืบหน้าต่าง ๆ ยังคงดำเนินต่อจากไฟล์เซฟดังกล่าว ยกเว้นความคืบหน้าของเนื้อเรื่องหลัก และเควสต์เสริมจะถูกรีเซตเริ่มใหม่ทั้งหมด

โหมดดังกล่าวเริ่มกลายเป็นที่พูดถูกในคอมมูนิตี้เกมหลายแห่งมากขึ้น เนื่องจากเกมแนวแอ็คชัน-ผจญภัยส่วนใหญ่ หรือรวมถึงเกม RPG ในยุคนี้ ไม่ว่าจะทั้งเกมระดับ AAA หรือเกมอินดี้ ล้วนจะต้องมีการปลดล็อกโหมด New Game+ หลังจากเคลียร์เนื้อเรื่องจบในรอบแรก

ตัวอย่างเกมที่มี New Game+ ก็มีหลายเกม เช่น God of War, ซีรีส์ Yakuza, ซีรีส์ Final Fantasy, ซีรีส์ Dark Souls, The Last of Us และเกมอื่น ๆ อีกมากมายที่เราไม่สามารถยกตัวอย่างจนหมดได้

New Game+ โหมดคลาสสิกที่เพิ่งกลายเป็นกระแส

เกมเมอร์หลายคนอาจจะคิดว่าโหมด New Game+ เพิ่งถือกำเนิดมาไม่นาน เพราะเกมแอ็คชัน-ผจญภัยเกือบทุกเกมได้มีโหมดดังกล่าว จนกลายเป็นโหมดที่ “ต้องมี” ในเกมทุกเกมไปแล้ว แต่ความจริง โหมด New Game+ นั้น ได้มีมานานตั้งแต่ยุคสมัยเกมแนว JRPG และ Platformer เริ่มโด่งดังบูมไปทั่วโลก เช่น The Legend of Zelda, Ghosts ‘n Goblins กับ Shin Megami Tensei เป็นต้น

แต่เกมแรกที่เป็นผู้ริเริ่มไอเดียการตั้งชื่อ “New Game+” ที่แท้จริงคือ Chrono Trigger เกมแนว JRPG ของค่าย Square Soft (ปัจจุบันคือบริษัท Square Enix) ที่ล้ำหน้ากว่าเกมอื่น ด้วยการนำเสนอเนื้อเรื่องเกี่ยวกับพล็อตข้ามกาลเวลา, มีฉากจบหลายแบบ และแน่นอนว่าการเปิดตัวโหมด New Game+ ก็ถือว่าเป็นสร้างนวัตกรรมสำหรับเกมแนว RPG จนถูกนำไปต่อยอดใช้ในเกมต่อไปของ Square Enix เช่น Chrono Cross, Parasite Eve, Vagrant Story, Final Fantasy X-2, Lightning Returns: Final Fantasy XIII และเกมอื่น ๆ อีกมากมาย

Chrono Trigger

คอนเซปต์ของโหมด New Game+ ตั้งแต่เกมในอดีตจนถึงยุคปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก จุดประสงค์หลักของโหมดดังกล่าวคือต้องการให้เกมเมอร์ได้เริ่มต้นเกมใหม่ โดยความคืบหน้าต่าง ๆ ยังคงถูกเก็บรักษาไว้หลังจากเล่นเกมจบหนึ่งรอบ รวมถึงมีการดัดแปลงความยากของ AI หรือเพิ่มจำนวนศัตรู เพื่อให้เกมมีความท้าทายมากขึ้นในช่วงต้นเกม

สำหรับเคสของ Chrono Trigger โหมด New Game+ ถือว่ามีความสำคัญต่อตัวเกมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเกมเมอร์แฟน ๆ Chrono Trigger ที่ต้องการเล่นเกมหลายรอบเพื่อปลดล็อกฉากจบทั้งหมดด้วยตัวเอง ทำให้โหมด New Game+ สามารถช่วยให้เกมการเล่นลดความซ้ำซาก, มีกำลังใจในการเล่นต่อ และติดพันกับเกมจากการเห็นพัฒนาการของตัวละครได้นานขึ้น

Final Fantasy

หลังจากเกม Chrono Trigger ได้สร้างตำนานเป็น “เกมยอดเยี่ยมตลอดกาล” จากสื่อเกมหลายแห่งทั่วโลก ทำให้เกม RPG เกมอื่น ๆ ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมดังกล่าว แล้วสร้างโหมด New Game+ สำหรับคนที่เล่นเกมจบเนื้อเรื่องเป็นรอบแรก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้โหมด New Game+ ยังคงพบเห็นได้ตามเกมแนว JRPG จนถึงตอนนี้

New Game+ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเกมแนว RPG อีกต่อไป

สาเหตุที่โหมด New Game+ เริ่มพบเห็นได้ในเกมฝั่งตะวันตก และเกมแนวแอ็คชัน-ผจญภัย เนื่องจากเกมแอ็คชันสมัยนี้ เริ่มนำองค์ประกอบของเกม RPG มาผสมผสานกับแนวดังกล่าว เช่นมีระบบสกิลแบบต้นไม้, ระบบการฟาร์มและคราฟท์ไอเทม รวมถึงมีฉากจบหลากหลายมากขึ้น และอีกหนึ่งสาเหตุหลัก คือพฤติกรรมการเล่นเกมของผู้เล่นส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม คือผู้เล่นต้องการเล่นเกมที่มี Quality of Life ที่ดี เป็นต้น

นอกจากนี้ เกมยุคปัจจุบัน เริ่มมีระบบ Achievement สะสมถ้วยรางวัลจากการทำเงื่อนไขในเกมต่าง ๆ ที่สามารถนำไปอวดกับเพื่อน ๆ ได้ เช่น เล่นเกมจบด้วย Hard Mode, ใช้ไอเทมรักษา HP รวมจำนวน 1,000,000 หน่วย ซึ่งทำให้การเล่นเกมดูมีเป้าหมายกับจุดประสงค์ที่ชัดเจนกว่าเกมสมัยก่อน

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้ New Game+ เริ่มมีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เป็นโหมดเกมเห็นได้เฉพาะเกมประเภท RPG ตอนนี้มันกลายเป็นโหมดเกมสามัญประจำบ้านที่ต้องมีทั้งในเกมแนว RPG, แอ็คชัน-ผจญภัย และมีแนวโน้มว่าเกมประเภทอื่น ๆ อีกมากมายที่อาจจะมีโหมด New Game+ ตามมาอีกในอนาคต

แน่นอนว่าถึงแม้ New Games+ จะเป็นเพียงโหมด Optional เท่านั้น แต่อย่างน้อย โหมดดังกล่าวก็สามารถช่วยให้นักเล่นเกมสายเก็บถ้วย Achievement หรือเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ สามารถดำเนินเล่นเกมต่อไปได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเกรงกลัวที่สิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะต้องศูนย์เปล่าจากการเริ่มเกมใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เลขศูนย์

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close