Movie Tie-In เกมสร้างเพื่อโปรโมทหนัง ที่จางหายไปตามกาลเวลา

เป็นปกติธรรมดาที่วงการเกมและภาพยนตร์นั้น อาศัยแรงผลักซึ่งกันและกันในการโปรโมทมาตลอด อาจจะเป็นการครอสโอเวอร์กันบ้าง กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หรือทางที่ดีกว่านั้น คือมีเกมที่สร้างขึ้นมาเพื่อโปรโมทหนังเรื่องนั้น ๆ ไปเลย หรือที่เรามักเรียกกันว่า Movie Tie-In ที่เป็นกระแสยอดนิยมอย่างมากในอดีต แต่ปัจจุบันนั้น เกมสร้างเพื่อโปรโมทหนังกลับจางหายไปตามกาลเวลา วันนี้มาค้นหาคำตอบกันว่า เพราะเหตุใด Movie Tie-In Video Game จึงแทบไม่หลงเหลืออยู่แล้วในปัจจุบัน

รู้หรือไม่ เกมที่สร้างเพื่อโปรโมทหนัง ส่วนมากต้องทำงานกันแบบ Crunch

ภาพยนตร์กับวิดีโอเกมนั้น ใช้เวลาในการสร้างต่างกันสูงมาก ในการสร้างภาพยนตร์สักเรื่อง อาจมีไทม์ไลน์ในกระบวนการสร้างที่ใช้เวลาน้อยกว่าเกมพอสมควร ภาพยนตร์ฮอลลีวูดสักเรื่องนั้น อาจใช้เวลาเพียง 1 ปีในการเริ่มถ่ายทำ ตัดต่อและเข้าฉาย กลับกัน วิดีโอเกมต้องใช้เวลาสูงกว่านั้นเยอะมาก

ทีนี้ปัญหาของการจะทำเกมเพื่อโปรโมทหนัง จึงมีเงื่อนไขในการวางจำหน่ายในวันเดียวกัน หรือใกล้เคียงกับวันที่หนังเข้าฉายด้วย ด้วยระยะเวลาที่จำกัด ทำให้การพัฒนาเกมขาดการขัดเกลาที่ดี รวมไปถึงยังบีบให้พนักงานหรือผู้พัฒนาต้องทำงานกันแบบ Crunch เพราะต้องแข่งกับเวลา เพื่อวางจำหน่ายตัวเกมให้ทันในช่วงที่หนังจะต้องเข้าฉาย และเมื่อปัญหาสองอย่างผสมรวมเข้าด้วยกัน เกมที่สร้างมาเพื่อโปรโมทหนัง เลยขาดคุณภาพที่ดี และหลายเกมที่ไปไม่รอด โดนวิจารณ์ยับและส่งผลกระทบถึงยอดขายโดยตรง

ลืมเรื่องโหมดออนไลน์ไปได้เลย

ในขณะที่ยุคปัจจุบัน ผู้คนชอบการเล่นเกมแบบ Multiplayer หรือโหมดออนไลน์มากขึ้น แต่ถ้าเป็นเกมแนว Movie Tie-In ล่ะก็ ลืมไปได้เลยสำหรับโหมดออนไลน์ เพราะโดยส่วนมากจะต้องทำตามเนื้อเรื่องเดียวกันกับหนังที่กำลังจะเข้าฉาย และตัวเกมมักจะออกมาเป็นเกมแนว Action Adventure ทั่วไป ที่ค่อนข้างจะซ้ำซาก และเปลี่ยนฉากหลังไปตามหนังที่เป็นต้นฉบับเท่านั้น

ทำให้ยุคถัดมา ส่วนมากเกมแบบ Movie Tie-In จึงหายไปจากตลาด แต่กลับกลายเป็นตัวละคร ชุด สกินแยก หรือกลายเป็นเกมมือถือไปเลยก็มี เพราะสมัยนี้เกมมือถือสร้างง่ายกว่า และ Tie-In ง่ายกว่า ยกตัวอย่างเช่นหนัง Marvel ก็จะกลายเป็นสกิน หรือชุดคอสตูมใน Marvel Future Fight ที่มีการอัปเดตตามหนังตลอด หรือซีรีส์เกม Star Wars ที่อาจจะเป็นชุดหรือสกินเช่นกัน

และเพราะโหมดออนไลน์ที่อาจจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับทีมผู้พัฒนา แต่เกมแบบ Movie Tie-In ไม่สามารถต่อยอดไปยังโหมดออนไลน์ได้ เพราะต้องเคารพต้นฉบับหนัง จึงทำให้มันสานต่อได้ยาก และทางผู้พัฒนาเกม หรือเจ้าของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ หันไปทำเป็นสกินหรือการ Collab กันเบา ๆ มากกว่าที่จะทำเป็นเกมจริงจัง

อดีตเกม Movie Tie-In อันโด่งดัง

เมื่อเรารู้สาเหตุกันแล้วว่าทำไมเกมแนวนี้ถึงจางหายไปตามกาลเวลา หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต เราจะเห็นว่า มีหลายเกมมากที่ได้รับความนิยมและโด่งดังพอประมาณ ยกตัวอย่างเช่น Harry Potter ของทาง EA ที่ทำออกมาเป็นเกมเกือบจะทุกภาค (ยกเว้นภาคหลัง ๆ) หรือ Tony Jaa TOM-YUM-GOONG หรือต้มยำกุ้ง เกมแอ็คชั่นฝีมือชาวไทย ที่ทำออกมาเพื่อโปรโมทหนังต้มยำกุ้ง ของ จา พนม

ยังมี Batman Begins ของปี 2005 ที่ทำออกมาต้อนรับเวอร์ชั่นหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก แต่มันก็เป็นเกมที่ถ่ายทอดการโปรโมทหนังได้เป็นอย่างดี ยังมี Peter Jackson’s King Kong ที่ทำออกม่าได้ดีมาก เพราะเราจะได้เล่นเป็นทั้งคิงคอง และมนุษย์ ในบทบาทที่ต่างกันไป

ในส่วนของทาง Marvel เอง ก็ยังมีทั้ง X-MEN: The Official Game และ Spider-Man 2 ที่เป็นเกม Movie Tie-In ที่หลายคนชื่นชอบมาจนทุกวันนี้ น่าเสียดายที่เกมเหล่านี้หาเล่นได้ค่อนข้างยากแล้ว

แม้ปัจจุบันเกมแบบ Movie Tie-In จะจางหายไปตามกาลเวลา แต่ก็ถือว่าเป็นการปรับตัวที่ดี เพราะถ้าฝืนทำต่อไป ยังไงก็ได้ไม่คุ้มเสีย และยุคนี้คนก็ดูจะชอบการครอสโอเวอร์ หรือไปแจมในเกมอื่นมากกว่าที่จะมีเกมเป็นของตัวเองออกมาด้วย

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close