Microtransaction & Loot Box ความเหมือนที่แตกต่างของสองระบบยอดนิยม

ในเกมยุคนี้ สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นฟีเจอร์หลักของเกมไปแล้ว คือสิ่งที่เรียกว่า Microtransaction และ Loot Box โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกมนั้นเป็นเกมออนไลน์ Multiplayer ล่ะก็ ย่อมหนีไม่พ้นสองสิ่งนี้เลย แต่ในตอนนี้ แม้กระทั่งเกมแบบ Single Player ที่เน้นเนื้อเรื่อง ก็ยังใส่ระบบเหล่านี้เข้ามาแล้ว ซึ่งผู้เล่นบางคนดูเหมือนว่าจะยังแยกไม่ออกว่าสองระบบนี้ต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละระบบ และข้อมูลเบื้องต้นของมันให้ฟังกัน และที่มันเป็นความเหมือนที่แตกต่างกัน ก็เพราะว่าสุดท้ายแล้ว สองระบบนี้จะทำให้เรา “เสียเงิน” เหมือนกันนั่นเอง

Microtransaction – จ่ายเงินเพื่อซื้อ “เวลา”

สำหรับระบบนี้ต้องย้ำกันให้เห็นก่อนว่า มันคือระบบ เอาเงินของเราไปแลกเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการฟาร์มที่เพิ่มขึ้นจากการมี Energy (กรณีเกมมือถือ) หรือจะเป็นไม่ต้องใช้เวลาในการฟาร์มสะสมไอเทม (กรณีปลดล็อค Resource ต่าง ๆ ในเกม) หรือที่เห็นได้ชัดสุด ๆ คือพวกเกมวางแผนบนมือถือที่ใช้เวลาในการสร้างสิ่งของนานถึง 4-5 ชั่วโมง แต่ถ้าเราใช้เงินแก้ปัญหา เราก็ไม่ต้องรอคอยนานขนาดนั้นอีกต่อไป

วิธีการนี้ เราจะไม่ได้รับไอเทมในเกมโดยตรง แต่มันเป็นประโยชน์ทางอ้อมนั่นคือมันจะช่วยให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการเร็วขึ้น เช่นถ้าคุณสร้างของสื่งนี้เสร็จก่อนคนอื่น คุณก็จะเหนือกว่าคนอื่นทันที (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่เสียเงินเติมจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้) หรือถ้าคุณไม่ต้องไปเสียเวลาฟาร์มในเกม Single Player บางเกม ก็อาจจะทำให้คุณเดินหน้าไปเคลียร์เกมให้จบได้เร็วขึ้น มีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น

แต่ปลายทางแล้วเราก็จะสามารถไปอยู่ในจุดเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรดไอเทม หรือการเล่นเกมนั้นให้จบ เพียงแต่เราจะใช้เวลาไม่เท่ากัน

สำหรับระบบนี้มองได้จากหลายมุมมองมาก ๆ ถ้าจะมองว่ามันเป็น Pay To Win ก็ย่อมมองในมุมนั้นได้ แต่ถ้าคนที่จ่ายเงินไป แล้วไม่ใช้เวลาที่ได้มาให้เป็นประโยชน์ ก็คงไม่ต่างอะไรจากไม่เติม อย่าลืมว่าคนอื่นก็มาถึงจุดนี้ได้ เพียงแต่เขาจะใช้เวลานานกว่าคุณเท่านั้น หลัก ๆ แล้วสำหรับระบบ Microtransaction เราไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้ได้ไอเทมสุดเทพมาครอบครอง หรือเล่นเกมให้จบในทันที แต่มันขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นคนนั้น บริหารจัดการเวลาที่ได้มายังไงด้วย

แต่ก็มีความเห็นที่มองอีกมุมหนึ่งคือ อนาคตเกมหลายเกม อาจจะจงใจใส่ระบบนี้เข้ามาเยอะ ๆ ให้เราจำเป็นจะต้องยอมจ่ายเงินเพื่อแลกเวลาเหล่านี้ก็ได้ เพราะอย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ใช่ว่าเราทุกคนจะมีเวลาในการเล่นเกมที่เท่ากัน คงไม่มีใครอยากเลิกงานมาแล้วต้องมานั่งฟาร์มเกมเป็นชั่วโมง ๆ โดยความคืบหน้าของเกมไม่ไปไหนเลยแน่ ๆ

Loot Box – จ่ายเงินเพื่อซื้อ “หน้าตา”

Loot Box หรือที่เราเรียกกันติดปากกว่ากล่องเกลือนั้น ก่อนอื่นอธิบายกันก่อน ที่ใช้คำว่าหน้าตาเพราะในยุคนี้ สิ่งที่อยู่ในไอเทมจำพวก Loot Box นั้น จะเป็น Skin หรือ Avatar ที่หายากมาก แต่มันก็ศวยงามและอลังการมากเช่นกัน ชนิดที่ว่าใครมีไว้ในครอบครอง เวลาเล่นนี่แทบจะเป็นจุดสนใจของทั้งเราและผู้เล่นอื่นเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเกม Mobile ชื่อดังอย่าง RoV ที่มักจะมีสกินสวยงามอลังการที่ใช้วิธีการสุ่มอยู่เป็นประจำ ซึ่งอัตราการสุ่มต่อครั้งมักจะใช้เงินไม่สูง แต่การที่จะได้สิ่งที่เราต้องการนี่ล่ะ ที่อาจจะทำให้เราเสียเงินเพิ่ม มากไปจนถึงขั้นแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว

แต่ประเด็นคือ พอมันเป็นของที่เน้นสวยงามนั้น เราจะรู้ทันทีว่า สกินหรือเครื่องประดับสวยงามนี้ เราไม่ต้องมีก็ได้ แต่หลายคนก็แพ้กิเลส ความต้องการตของตัวเอง เพราะสกิน หรือ Cosmetic ของบางเกมนั้น มันช่างสวยงามและดูเฉิดฉายมาก เวลานำมาใช้

และในเกม Single Player กึ่ง Multiplayer บางเกมก็มีการใส่ระบบ Loot Box นี้เข้ามา ซึ่งบางเกมก็แย่หน่อยอย่างเช่น Star Wars และ Need For Speed (เกมจาก EA ทั้งคู่..) ที่ถ้าไม่เติมเปิดลูทบอกซ์พวกนี้ แทบจะสู้ หรือเล่นภารกิจต่อไม่ได้ ซึ่งอันนี้ถือเป็นข้อเสียที่ร้ายแรงมากของระบบ Loot Box

แต่จะอย่างไรก็ตามในยุคหลังมานี้ สิ่งที่แฝงอยู่ในกล่องเกลือ ส่วนมากจะเป็นไอเทมตกแต่งสวยงามมากกว่าที่จะเป็นคีย์ไอเทมที่เราต้องมี ไม่งั้นเล่นไม่ผ่าน อะไรทำนองนั้น ดังนั้นระบบนี้ถ้าใครไม่สนความสวยงามของตัวละคร อาวุธ ก็แทบจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าบางเกมแย่หน่อย เอาไอเทมที่มีทำให้เราเก่ง โกง หรือเล่นเกมผ่านง่าย ๆ ไปใส่ไว้ นั่นก็จะโดนผู้เล่นสวดยับกันไปตามระเบียบ

ความเหมือนของสองระบบนี้ก็คือ เราต้องเสียเงินให้มันเหมือนกัน แต่สิ่งที่เราะจได้มาไม่เหมือนกัน นอกจากจะขึ้นอยู่กับเกมแล้ว ยังขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยการเล่นเกมของเราด้วย อย่างที่บอกว่าถ้าคุณไม่ซีเรียสกับการนั่งฟาร์มหรือ Grinding คุณก็อาจจะไม่ต้องเสียเงินให้ Microtransaction สักบาท หรือถ้าคุณไม่สนใจความสวยงามใด ๆ เลย คุณก็อาจจะไม่เสียเงินให้ Loot Box เลยก็เป็นได้

ถ้าจะจ่าย จงใช้จ่ายอย่างมีสติ

เป็นข้อที่ไม่ต้องเตือนหลายคนก็น่าจะรู้กันดี แต่เตือนไว้หน่อยก็น่าจะดีกว่า เพราะหลายครั้งที่ระบบเหล่านี้เหมือนยาเสพติด เผลอเปิดไปสักกล่อง เติมไปนิดหน่อย เราจะรู้สึกว่า เอ๊ะ อีกนิด อาจจะได้แล้วก็ได้ เติมอีกหน่อย อ๊ะ ยังไม่ได้ อีกนิดนึงน่า สุดท้ายกว่าจะรู้ตัวเราก็อาจจะสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับของเหล่านี้

และจากประสบการณ์ที่ได้มา พวกสกินสวยงาม หรือของหายาก พอเราได้มันมาแล้ว เราก็จะรู้สึกเฉย ๆ กับมัน หรือมีอะไรที่สวยงามกว่าออกมาใหม่ก็เช่นกัน ดังนั้นก่อนจะใช้จ่ายอะไรไปกับสองระบบนี้ ถามตัวเองดูว่าเราอยากได้มันจริง ๆ ไหม แล้วถ้าจ่ายไปเราเดือดร้อนหรือเปล่า แต่ถ้าไม่เดือดร้อน อยากได้ ต้องมี ต้องเอา ก็จัดไปเลย สุดท้ายแล้วเงินคุณ ไม่มีใครห้ามได้ทั้งนั้น

สุดท้ายแล้ว ทุกคนก็อาจมีคำตอบในใจที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือการปรับตัว และใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะถึงอย่างไรแล้ว เกมไหนที่มีระบบนี้มากจนเกินไป ก็จะโดนฟีดแบ็คจากผู้เล่นถล่มยับ จนพวกเขาต้องนำระบบนี้ออกไปอยู่ดี กรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเกมอย่าง Star Wars : Battlefront II และ Shadow of War นั่นเอง

ย้ำกันอีกทีว่า “ใช้จ่ายกันอย่างมีสติ” นะครับ

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close