รู้จักกับ Mark Cerny ชายผู้อยู่เบื้องหลัง PlayStation 5

หลังจากการเปิดเผยข้อมูลสเปกเครื่องเกม PlayStation 5 อย่างเป็นทางการแล้วไปแล้ว เกมเมอร์หลายคนอาจจะเริ่มรู้จักชื่อ Mark Cerny หรือผู้บรรยายสรรพคุณเครื่อง PS5 ได้อย่างเจาะลึกและมีความเป็นมืออาชีพ

แต่รู้หาไม่ว่า Mark Cerny คือชายนักพัฒนาเกมอิสระที่ผ่านประสบการณ์การสร้างเกม และออกแบบเครื่องคอนโซลมาตลอด 40 ปี รวมถึงเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในฐานะนักออกแบบเครื่องเกม PlayStation 4 ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในเกมคอนโซลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน แล้วผ่านมา 40 ปี เขาได้ประกาศศักดิ์ดากับบริษัทเกมไหนมาบ้าง มารับชมกันเลย

ชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ เข้าวงการตั้งแต่อายุ 17 ปี

Mark Cerny ในวัยยังหนุ่มยังแน่น

Mark Cerny เกิดในย่านเบย์แอเรีย เมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งเขาหลงใหลการเขียนโปรแกรมและเกมตู้มาตั้งแต่เด็ก จึงเป็นเหตุผลที่เขาอยากเข้าไปศึกษาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย University of California แต่ด้วยฝีมือพรสวรรค์บางอย่าง ทำให้บริษัท Atari เริ่มสนใจในตัว Cerny ทาง Atari จึงเสนอให้เขาทำงานร่วมกับบริษัททั้งที่อายุยังเพียง 17 ปี เขาจึงตัดสินใจดรอปการเรียนแล้วเข้าร่วมทำงานกับบริษัท Atari ทันทีอย่างไม่ลังเล

ในปี 1984 Cerny ได้สร้างผลงานเกมตู้เกมแรกชื่อว่า Marble Madness ในฐานะนักออกแบบและผู้ร่วมเขียนโปรแกรม ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงในวงการเกมด้วยระยะเวลาอันสั้น แต่ต่อมา เขาได้ตัดสินใจลาออกจาก Atari แล้วเข้าร่วม Sega ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยระหว่างสังกัดใน Sega เขาได้สร้างเกม Shooting Gallery กับ Missile Defense 3-D ให้เครื่อง Sega Master System รวมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่นจนคล่องแคล่ว และพบกับภรรยาเป็นชาวญี่ปุ่น

Marble Madness
Marble Madness

หลังจากทำงานในประเทศญี่ปุ่นมาสักพักใหญ่ ในปี 1991 Cerny ได้เดินทางกลับประเทศสหรัฐฯ แล้วก่อตั้งบริษัท Sega Technical Institute เพื่อรับผิดชอบอำนวยสร้างเกม Sega Genesis อย่าง Sonic the Hedgehog 2 และ Kid Chameleon แต่แล้ว ปี 1992 Cerny ตัดสินใจลาออกจากบริษัท Sega แล้วเข้าร่วมสตูดิโอเกม Crystal Dynamics (ทีมผู้สร้าง Tomb Raider ฉบับ Reboot และ Marvel’s Avengers) แล้วได้พัฒนาเกม Crash ‘n Burn และ Total Eclipse ให้กับเครื่องเกม Panasonic 3DO Interactive Multiplayer

เริ่มมีความสัมพันธ์ต่อ Sony

Cerny พาทัวร์ Michael Jackson หรือฉายาราชาเพลงป๊อปในบริษัท Sega

แต่แล้วจุดเปลี่ยนชีวิตของ Cerny ก็มาถึงในปี 1994 เมื่อ Shuhei Yoshida ผู้บริหาร Sony Interactive Entertainment ได้ติดต่อเจรจากับ Cerny เพื่อทำสัญญาพัฒนาเกมให้ PlayStation ซึ่งมีแผนวางจำหน่ายในปีเดียวกัน ทำให้ทีมงาน Crystal Dynamics เป็นบริษัทเกมแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่ได้รับเครื่อง PlayStation Devkit สำหรับการพัฒนาเกม PlayStation สำหรับช่วงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

แต่อย่างไรก็ตาม Cerny ออกมายอมรับว่าเขาไม่เคยใช้ PlayStation Devkit แม้แต่ครั้งเดียว เพราะช่วงปี 1994 เขาถูกนำเสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน Universal Interactive Studios โดยบริษัท Universal Pictures เขาจึงลาออกจาก Crystal Dynamics ก่อนที่ได้ใช้งาน PlayStation Devkit

PlayStation 1 Dev Kit

ตลอดการทำงานใน Universal Interactive Studios มาตลอด 4 ปี (1994-1998) เขาสามารถไต่ตำแหน่งจากรองประธานฝ่ายการผลิต จนกลายเป็นประธานบริษัทในที่สุด โดยระหว่างการดำรงตำแหน่งนั้น เขาได้ติดต่อกับ Naughty Dog และ Insomniac Games เพื่อพัฒนาเกมให้ PlayStation จนผลลัพธ์ออกมาเป็นเกม Crash Bandicoot และ Spyro the Dragon โดย Cerny เป็นฝ่ายโปรดิวเซอร์ในการผลิตเกมดังกล่าว แลัทั้งสองเกมขึ้นแท่นเป็นสุดยอดเกม PlayStation ยอดเยี่ยมตลอดกาลอีกด้วย

หลังจาก Naughty Dog และ Insomniac Game หมดสัญญาสร้างเกมให้ Universal Interactive Studios ทีมงานทั้งสองบริษัทจึงตกลงสัญญากับ Sony เพื่อพัฒนาเกมให้ PlayStation ต่อไป เพราะเนื่องจาก Cerny เคยมีความสัมพันธ์กับทั้งสองบริษัทมาก่อน เขาจึงคอยติดต่อช่วยเหลือสองบริษัทเพื่อเสริมสร้างคอนเนคชัน

mark cerny
Mark Cerny ยืนคู่กับพนักงาน Naughty Dog

ต่อมาไม่นาน Cerny ตัดสินใจลาออกจากการเป็นประธาน Universal Interactive Studios แล้วก่อตั้งบริษัทเกมเป็นของตัวเองโดยตั้งชื่อสตูดิโอว่า “Cerny Games” แล้วช่วงปี 1999 Shuhei Yoshida ได้ติดต่อกับ Cerny อีกครั้ง เพื่อขอให้ช่วยเหลือพัฒนาเอนจินเกมสำหรับเครื่องคอนโซลเจเนอเรชันใหม่อย่าง PlayStation 2 แล้วหลังจากพัฒนาเอนจินเสร็จแล้ว Cerny ได้ร่วมพัฒนาเกม PS2 กับ Naughty Dog และ Insomniac Games อีกครั้ง จนได้ถือกำเนิดเกม Jak & Daxter: The Precursor Legacy และ Ratchet & Clank

ด้วยประสบการณ์การสร้างเกมมานานแสนนาน ในปี 2002 ณ เวที D.I.C.E. Summit เขาได้ออกมาแบ่งปันวิธีการพัฒนาเกมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพกับมีเอกลักษณ์ ซึ่งเขาให้ชื่อเรียกว่า “Method” คือการสร้างเกมโดยมอบความอิสรเสรีอย่างไม่มีปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ และกล้าทำกล้าเสี่ยงระหว่างกระบวนการ Pre-Production ทำให้ Method กลายเป็นทฤษฎีมาตรฐานที่มีอิทธิพลต่อนักพัฒนาเกมจนถึงทุกวันนี้

แต่ Mark Cerny ก็ไม่ได้เพอร์เฟค

ในปี 2003 Yoshida เชื่อว่าการพัฒนาเกมอาจเริ่มมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทำให้เครื่องเกมเจเนอเรชันถัดไป มีโครงสร้างที่ซับซ้อนตามมา Yoshida จึงมอบหน้าที่ให้ Cerny ช่วยวางแผนพัฒนาเกมคอนโซลรุ่นใหม่ โดยมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม แต่สามารถลดภาระกับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาได้

ในปี 2004 Cerny จึงร่วมมือกับ Sony และ Naughty Dog ก่อตั้งทีม Initiative for a Common Engine (ICE) เพื่อพัฒนาฮาร์ดแวร์ของ Sony เป็นไปตามแนวทางของ Yoshida และพัฒนาเทคโนโลยีกราฟิกให้เหล่านักพัฒนาเกม PlayStation ทุกคน

PlayStation 3 ได้ถือกำเนิดโดยฝีมือของ Cerny กับทีมงาน ICE ซึ่ง PS3 ได้ใช้ชิปประมวลผลแบบ Cell Processor แต่อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาเกม First Party และ Third Party หลายทีม ได้ประสบปัญหาการพัฒนาเกมเพื่อทำงานร่วมกับชิป Cell เนื่องจากมีความซับซ้อนเกินไป ทำให้การเปิดตัวเกม PS3 ในช่วงแรก “ค่อนข้างเงียบเหงา” และ Cerny ยอมรับว่าการที่ PS3 ใช้ Cell Processor นั้นทำให้การพัฒนาเกมยากขึ้นจริง

ช่วงปี 2007 หลังการวางจำหน่ายเครื่อง PS3 ซึ่งมีกระแสตอบรับไม่เป็นไปตามที่ Sony คาดหวังไว้ ทางบริษัทจึงมีการหารืออีกครั้งว่าการพัฒนาเครื่องเกมเจเนอเรชันต่อไปจะไปในทิศทางไหน ระหว่างใช้ชิป Cell Processor ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ PlayStation ต่อไป หรือใช้ CPU สถาปัตยกรรม x86 ที่ใช้ตามเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าน ซึ่ง Cerny ได้ตัดสินใจหันมาใช้ CPU x86 แม้ว่าบางคนจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

เนื่องจาก Cerny ไม่มีความรู้ด้าน CPU สถาปัตยกรรม x86 มาก่อน เขาจึงท้าทายตัวเองด้วยการใช้เวลาศึกษา พร้อมส่งเรื่องวางแผนกับ Yoshida เพื่อพัฒนาเครื่องเกมเจเนอเรชันถัดไป โดยมีจุดมุ่งหมายให้ทีมพัฒนาเกม Third Party กับ First Party สามารถสร้างเกมสำหรับเครื่องเกมรุ่นต่อไปง่ายขึ้น (รวมถึงระหว่างการศึกษา เขากล่าวรู้สึกว่า x86 เป็นเทคโนโลยีที่น่าหลงใหลอีกด้วย) และเนื่องจาก Yoshida เห็นด้วยกับแนวคิดของ Cerny เขาจึงได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบเครื่องเกม PlayStation 4 ทั้งที่เขายังไม่ได้เป็นสมาชิกของ Sony อย่างเป็นทางการ

สุดท้าย ผลการทำงานหนักของ Cerny ก็ตอบแทนอย่างคุ้มค่า เครื่อง PlayStation 4 ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเครื่องเกมคอนโซลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทั้งกระแสรีวิวกับยอดขาย ซึ่งล่าสุด PS4 สามารถทำยอดขายทั้งหมดได้แล้ว 108.9 ล้านชุด (หากนับจากสถิติจากยอดขายวันที่ 31 ธันวาคม 2019)

หลังจบหน้าที่การออกแบบ PlayStation 4 แล้ว Cerny ก็ยังคงรับหน้าที่พัฒนาเกมอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นผู้กำกับเกมซีรีส์ Knack อีกทั้งยังเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเกม The Last Guardian, Marvel’s Spider-Man และ Death Stranding รวมถึงล่าสุด เขากลับมารับหน้าที่ออกแบบเครื่องเกมเจเนอเรชันใหม่อีกครั้งอย่าง PlayStation 5 และแน่นอนว่าเขายังคงเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อ Sony แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังกัด Sony ก็ตาม

แหล่งอ้างอิง: Who is Mark Cerny, the man behind PS5?, Mark Cerny Video game industry figure, Renaissance man: Mark Cerny and the origin of PS4

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close