Judgment จากเกมยากูซ่า สู่เกมนักสืบบู๊ระห่ำที่มีแนวทางของตัวเอง

Lost Judgment อีกหนึ่งเกมประจำเดือนกันยายน ที่คอเกมแอ็กชันและแฟนซีรีส์ Yakuza หลายคนต่างรอคอย หลังจากเกมภาคแรกประสบความสำเร็จทั้งในญี่ปุ่นกับนานาชาติ

เพื่อเป็นการเตรียมตัวรอเล่น Lost Judgment ที่กำลังวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ เรามาทำความรู้จักกับ Judgment จากเกมยากูซ่า สู่เกมนักสืบบู๊ระห่ำที่มีแนวทางของตัวเอง แล้วเกมดังกล่าวแตกต่างจาก Yakuza มากน้อยแค่ไหน สามารถเข้าไปอ่านได้เลย

จุดกำเนิดของ Judgment

Judgment

อย่างที่เกมเมอร์หลายคนทราบกันดี Yakuza เป็นแฟรนไชส์เกมของ SEGA ที่พัฒนาเป็นเกมภาคหลัก และภาค Spin-Off มาแล้วหลายภาค แต่แน่นอนว่าทีมงานหลายคนเอง อยากสร้างผลเกมใหม่ที่นำเสนอแตกต่างจาก Yakuza บ้าง

ไอเดียการสร้างเกม IP ใหม่ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่หลังการวางจำหน่ายเกม Yakuza 5 ตอนนั้นโปรดิวเซอร์ Kazuki Hosokawa และผู้จัดการ Daisuke Sato ได้มีความคิดเห็นลงรอยกันว่า ทีมงานควรพัฒนาเกมใหม่ที่นอกเหนือจากเกมตระกูล Yakuza ได้แล้ว พวกเขาจึงจ้างพนักงานใหม่หลายคน เพื่อช่วยกันระดมสมองคิดแนวทางของเกมใหม่ ในขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาเกม Yakuza 0 สำหรับระบบ PS3/PS4

จนในที่สุด ปี 2018 ทาง SEGA เปิดตัวผลงานเกมใหม่ ชื่อว่า Judge Eyes (หรือมีชื่อเกมว่า Judgment ในสหรัฐฯ) เป็นเกม Spin-Off ของตระกูล Yakuza โดยเป็นเกมที่ 2 ที่ถูกสร้างโดยใช้ Dragon Engine ซึ่งแม้ตัวเกมจะอยู่ในจักรวาล Yakuza แต่เนื้อหามีความแตกต่างจากเกมภาคหลักอย่างสิ้นเชิง

Judgment

เนื้อหาของ Judgment ได้เน้นออกไปทางแนวแอ็กชัน-สืบสวน ซึ่งแตกต่างจาก Yakuza ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากรรม แอ็กชัน-ดราม่า โดยในเกมนี้ เพลเยอร์จะรับบทเป็น Takayuki Yagami อดีตทนายความที่ได้ผันตัวกลายเป็นนักสืบเอกชน แล้วต้องออกตาล่าหาตัวฆาตกรต่อเนื่องนามว่า “The Mole” ที่สังหารสมาชิก Yakuza อย่างโหดเหี้ยมหลายราย โดยเนื้อเรื่องจะนำเสนอคล้ายซีรีส์ญี่ปุ่น ที่มีเพลงเปิด Opening และดำเนินเป็นตอน

ก่อนวางจำหน่ายเกม Hosokawa ยืนยันว่าตัวละครเด่นจาก Yakuza เช่น Kazuma Kiryu, Goro Majima, Shun Akiyama และอื่น ๆ อีกหลายคน จะไม่ปรากฏตัวใน Judgment เพื่อให้ตัวละคร Yagami โดดเด่นให้ได้มากที่สุด รวมถึง อ้างอิงจาก Toshihiro Nagoshi ผู้ให้กำเนิด Yakuza และตอนนั้นยังเป็นผู้อำนวยการผลิตของ SEGA (ตอนนี้กลายเป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์แล้ว) เผยว่าระหว่างการเล่นจะมีระบบแก้ไข Puzzle และการสำรวจหาหลักฐานที่เข้าถึงเพลเยอร์ได้ทุกคน พร้อมยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะออกแบบเกมเพลย์ให้มีความยากลงตัวบาลานซ์พอดี

นอกจากนี้ Nagoshi เผยว่าเนื้อเรื่อง Judgment ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์/ซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง และสาเหตุที่ Judgment มีเนื้อเรื่องสืบสวน เพราะเป็นแนวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น แล้วด้วยเหตุผลดังกล่าว เนื้อเรื่องหลักจึงดาร์กกว่าเกม Yakuza ทุกภาคที่ผ่านมา

ความเหมือนระหว่าง Yakuza และ Judgment ที่แตกต่างกัน

ขณะที่ Judgment เป็นเกมภาค Spin-Off แต่เกมเพลย์กับการนำเสนอโดยรวม ยังคงมีกลิ่นอาย Yakuza คือ ตัวเกมมีระบบการต่อสู้ดุเดือด, เนื่อเรื่องเข้มข้นซีเรียส, เนื้อเรื่องเสริมสุดตลกขำขัน ลึกซึ้ง และมินิเกมใหม่ให้เล่นมากมาย เพื่อให้แฟน ๆ Yakuza และผู้เล่นกลุ่มใหม่สามารถเข้าถึงเกมนี้ได้

ทักษะการต่อสู้ของ Yagami ได้แบ่งออกเป็น 3 ทักษะ ระหว่าง Crane เน้นการเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว และกำจัดศัตรูเป็นกลุ่ม, Tiger เน้นการปะทะศัตรูแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และ Snake เป็นทักษะการต่อสู้ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในเกม Lost Judgment จะเน้นการโจมตีแบบจับ การ Parry และการโยน ซึ่งท่าต่อสู้ของ Yagami มีความยืดหยุ่นรวดเร็วเหมือนกำลังบังคับ Majima กับ Akiyama และไม่เหมือนกับ Kiryu ที่เน้นการเข้าโจมตีศัตรูอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ระหว่างการเล่น Judgment บางครั้งเพลเยอร์ต้องแก้ไข Puzzle ด้วยการสำรวจสถานที่ที่เกิดเหตุ ทำภารกิจเดินไล่ตาม NPC และแอบถ่ายรูปเพื่อใช้เป็นหลักฐาน โดยระหว่างการดำเนินเนื้อเรื่อง บางช่วง เพลเยอร์ต้องเลือกตอบคำถามกับโชว์หลักฐานให้ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยต้องยอมสารภาพความจริงออกมา ซึ่งแน่นอนว่านี่คือระบบเกมเพลย์ที่ออกแบบเพื่อใช้กับ Judgment และเป็นทักษะเฉพาะตัวของ Yagami โดยเฉพาะ เพราะถ้าหากเป็น Kiryu เขาคงใช้ “กำปั้น” ในการแก้ปัญหา ซึ่งแตกต่างจาก Yagami ได้ใช้ความรู้กับ Logic ในการแก้ปัญหา

แน่นอนว่าอีกสาเหตุหลักที่ Judgment เป็นสนใจสำหรับเกมเมอร์หลายคน (รวมถึงแฟน ๆ Yakuza) คือ Takayuki Yagami ได้นำแสดงและ Motion Capture โดย Takuya Kimura หนึ่งในดารานักแสดงชายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น และทีมพัฒนาเกมเผยว่าลักษณะนิสัยของ Yagami ได้แรงบันดาลใจมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของตัว Kimura เอง

Judgment กับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม จนนำไปสู่การสร้างภาคใหม่

Judgment ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และเกมเวอร์ชันนานาชาติ สามารถทำยอดขายได้ดีมาก โดย SEGA ยืนยันว่ายอดขายเกมดังกล่าวในต่างประเทศ สามารถทำได้ดีเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรก โดยตัวเกมได้รับเสียงชื่นชมด้านเนื้อเรื่อง ตัวละครเอกไม่น่าเบื่อ ระบบการต่อสู้เร้าใจ และจำนวนคอนเทนต์เยอะ

ซึ่งแน่นอนว่า Judgment ไม่ใช่เกมที่ Perfect เพลเยอร์และสื่อเกมบางแห่งได้วิจารณ์ว่าระบบ Puzzle เรียบง่ายเกินไป และไม่มีการลงโทษเพลเยอร์หากเลือกตอบผิด ทำให้ระบบดังกล่าวขาดความน่าสนใจ รวมถึงมีปัญหาด้าน Performance บนเครื่อง PlayStation 4 ทำให้ประสบการณ์การเล่น Judgment บนเกมคอนโซล ขาดความราบรื่นเป็นบางครั้ง

แม้องค์ประกอบของเกม Judgment หลายส่วนได้หยิบยืมมาจาก Yakuza แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากเกมภาคหลักอย่างสิ้นเชิง, เน้นการนำเสนอตัวละครใหม่ และมีระบบเกมเพลย์กับคอนเทนต์ใหม่ที่ไม่มีในเกม Yakuza ทำให้ Judgment เป็นเกม Spin-Off ที่มีแนวทางของตัวเอง

Lost Judgment เกมภาคต่อที่แฟน Yakuza รอคอย

หลังจากเกม Judgment และ Yakuza: Like A Dragon ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ทาง SEGA และ Ryu Ga Gotoku Studio ได้ประกาศเปิดตัว Lost Judgment ภาคต่อเกมแอ็กชัน-สืบสวน พร้อมกับแนวทางการตลาดที่แตกต่างจากผลงานเกมที่ผ่านมา

Lost Judgment เป็นเกมแรกของค่าย RGG ที่วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก ในวันที่ 24 กันยายน บนระบบ PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One และ Xbox Series X/S พร้อมยืนยันว่านับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป เกม Yakuza ในอนาคตจะกลายเป็นเกม RPG ในขณะที่เกม Judgment ยังคงเป็นเกมแอ็กชันต่อไป

เนื้อเรื่อง Lost Judgment จะดำเนินต่อจากภาคแรก (แต่เป็นเนื้อเรื่องใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องเล่นเกมภาคเก่ามาก่อนก็อินได้) โดย Yagami และ Kaito ต้องออกเดินทางไปย่าน Isezaki Ijincho จังหวัด Yokohama เพื่อแก้คดีฆาตกรรมปริศนา ที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน แต่แน่นอนว่าหลังจากการสืบสวน Yagami ก็ได้ค้นพบเรื่องราวสุดดาร์ก และเงื่อนงำที่เปลี่ยนจากคดีฆาตกรรมทั่วไป กลายเป็นคดีที่เปิดโปงเรื่องราวฉาวในวงการกฎหมาย และการคอร์รัปชันในองค์กร

เนื้อหาของ Lost Judgment จะมุ่งเน้นนำเสนอเกี่ยวประเด็นละเอียดอ่อนอย่างการกลั่นแกล้งในโรงเรียน การฆ่าตัวตาย และการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาฝังลึกในญี่ปุ่นที่รัฐบาลพยายามแก้ไขมานานหลายปี และเนื้อหาหลักจะมีความดาร์กกับสมจริงกว่าเกมภาคแรก ซึ่งทีมงาน Localization ของ SEGA ต้องเตือนล่วงหน้าว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้ อาจสร้างความไม่สบายใจให้เพลเยอร์บางกลุ่มได้

ส่วนเซตติงฉากหลังเป็นย่าน Isezaki Ijincho ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับเกม Yakuza: Like A Dragon แต่มีการเพิ่มสถานที่ใหม่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ที่ Yagami ต้องแอบแฝงตัวเข้าไปในโรงเรียน เพื่อสืบสวนคดีฆาตกรรม

มินิเกมจะมีความหลากหลายกว่าเกมภาคแรก โดยเกมนี้ได้นำเสนอระบบ “กิจกรรมโรงเรียน” ที่ Yagami สามารถทำกิจกรรมเสริมร่วมกับนักเรียน เช่น การแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้, การเต้น, การชกมวย และการปราบแก๊งมอเตอร์ไซค์ซิ่ง, ท้าพิสูจน์เรื่องหลอนในโรงเรียน ที่นอกจากช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ให้นักเรียนแล้ว ยังเป็นคอนเทนต์เสริมให้เพลเยอร์สามารถคลายเคลียดจากการเล่นเนื้อเรื่องหลักที่มีโทนซีเรียส แต่แน่นอนว่ามินิเกมเก่า ๆ อย่างเช่น Side-Case, การเล่น Dart, เกม VR และการเล่นพนัน ยังอยู่ในเกมนี้เช่นกัน

ส่วนระบบสืบสวนได้เพิ่มระบบเกมเพลย์ใหม่ เช่น การ Parkour เพื่อเข้าถึงสถานที่ที่หนึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ และการ Stealth ลอบเร้นไปถึงจุดหมายโดยไม่ให้ศัตรูรู้ตัว พร้อมกับมีการปรับปรุงภารกิจติดตาม NPC ให้น่าเบื่อน้อยลง

แน่นอนว่าการเปิดตัว Lost Judgment ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ Yakuza เป็นจำนวนมาก โดยตัวเกมมีกำหนดการวางจำหน่ายที่ 24 กันยายนนี้ บนระบบ PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One และ Xbox Series X/S ถ้าหากเพลเยอร์เป็นแฟนเกม Yakuza ก็เตรียมตัวรอเล่นเกมได้เลย

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง