เปิดตัวได้สวยงาม และฮิตติดลมบนในตลาดโลกจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มหากาพย์การไล่ล่าเปลวไฟบนดวงดาว Amphoreus ถือเป็นหนึ่งในเนื้อเรื่องที่มีความยาวมากที่สุดตั้งแต่เกม Honkai: Star Rail เปิดตัวมา แถมยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากของแฟนเกมนี้ถึงหลาย ๆ เรื่อง และทำให้การมาถึงของอนาคตอย่าง Planarcadia ถูกจับตามอง
หลังจาก Belobog, Xianzhou Luofu และ Penacony – Honkai: Star Rail พาเราข้ามผ่านแต่ละดวงดาวด้วยอารมณ์ ความรู้สึก และเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม และทำให้แฟน ๆ ได้มาพูดคุยกันตลอด โดยเฉพาะในด้านของสเกลเนื้อเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แถมซ่อนความเป็นไปได้ และข้อมูลต่าง ๆ ไว้มากมายในระหว่างเล่น จะว่าดีก็ดี เพราะคนที่ชอบก็ชอบเลยกับการได้ไล่ค้นหาเรื่องราวที่อยู่ภายในเกม แต่จะว่าเป็นข้อเสียก็ได้อีก เพราะคนที่มีเวลาเล่นน้อย หรือเล่นแค่คอนเทนต์หลักของเกมอาจจะพลาดหลายสิ่งหลายอย่างไป

Honkai: Star Rail ผู้ส่งกระแสให้เกมแนว Turn Based กลับมาได้รับความนิยมและพูดถึงอีกครั้งในปี 2023
แต่สิ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นประเด็นที่สุดตลอดปี 2025 ที่ผ่านมาของ Honkai: Star Rail ก็คือเรื่องราวของมหากาพย์การไล่ล่าเปลวไฟบนดวงดาว Amphoreus ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 11 เดือนเต็มนับตั้งแต่เริ่มอัปเดตเวอร์ชัน 3.0 และสิ้นสุดลงที่แพทช์เวอร์ชัน 3.7 เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
Amphoreus ว่าด้วยเรื่องราวของดวงดาว Amphoreus ที่กำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ผู้เล่นจะได้ร่วมทำภารกิจไล่ล่าเปลวไฟไปกับเหล่าวีรชนทั้งหลาย ก่อนที่เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นในช่วงกลางเนื้อเรื่องหลักที่ยิ่งทำให้เนื้อเรื่องสนุก และน่าติดตามมากยิ่งขึ้น
ปัญหาของดวงดาว Amphoreus นี้ อาจมีเพียงอย่างเดียวคือการที่มันใช้เวลาในการเล่าเรื่องที่นานจนเกินควร แถมบางครั้งในความยาวที่เนื้อเรื่องนำเสนอ มันก็พาเราคืบหน้าไปเพียงเล็กน้อย ทำให้แฟนเกมตั้งคำถามว่า หากทำให้มันสั้นและกระชับกว่านี้ มันสามารถทำได้หรือไม่ และมันจำเป็นจะต้องเล่าเรื่องยืดยาวแบบเหมาทั้งปีแบบนี้ด้วยไหม?

เนื้อเรื่องบนดาว Amphoreus ที่เล่ายาวกินเวลาเกือบจะทั้งปี
อีกจุดที่เป็นปัญหาก็คือ การที่เรื่องราวส่วนใหญ่ของบทนี้ อ้างอิงหรือ Reference เรื่องราวของผลงานเกมตัวเองอย่าง Honkai Impact 3 มาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่การเล่าเรื่อง รวมไปถึงฉากจบ บทสรุปนั้นยังไม่พีคเทียบเท่าที่ควรจะเป็น หรือไม่คุ้มกับการกินระยะเวลายาวนานเกือบปี ซึ่งนี่ก็เป็นอีกประเด็นที่แฟนเกมถกเถียงกันอยู่ แม้เรื่องราวของ Amphoreus จะจบลงไปแล้ว
คงต้องบอกกันอีกรอบว่า Honkai: Star Rail นั้น ไม่ใช่เกมที่มีเนื้อเรื่องแย่ แต่มันมีปัญหากับการเล่าเรื่องที่ดูจะใช้เวลาเยอะเกินไป อัดและใส่สิ่งที่ไม่จำเป็นเข้ามาเยอะเกินไป รวมไปถึงนำเรื่องราวสำคัญ ๆ ไปไว้ในกิจกรรม หรือคอนเทนต์รายสัปดาห์ หากเราไปนั่งดูข้อมูลที่เหล่าเซียนเกมนำมาสรุปและปล่อยให้เราได้อ่านหรือรับชมกันนั้น จะพบว่าเกมมันวางเนื้อหาและเรื่องราวได้น่าสนใจมาก เพียงแต่การนำเสนอและการเล่าเรื่องนั่นแหละที่ทำให้คนไม่ค่อยมองเห็น หรือมองข้ามมันไปเลย
นี่ยังไม่ได้นับรวมปัญหาสำคัญที่แฟนเกมหลายคนก็เริ่มบ่นกันแล้วคือเรื่อง Power Creep (ตัวละครใหม่ ๆ เด่นเกินหน้าตัวเก่าจนเล่นแทบไม่ได้) ซึ่งกลายเป็นว่าเกมนี้ดูจะมีปัญหามากที่สุดในจำนวนเกมของ HoYoverse ไปซะแล้ว และทุกคนก็ได้แต่หวังว่าปัญหานี้จะถูกแก้ได้ในเร็ววัน หรืออย่างน้อย ปัญหาระยะเวลาก่อนที่ตัวละครจะถูก Power Creep ก็ควรจะใช้เวลานานกว่านี้สักเล็กน้อย

ปัญหาตัวละคร Power Creep ที่น่าเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนัก
ท้ายที่สุดนี้ เราคงต้องย้ำกันอีกรอบว่ามันไม่ใช่เกมที่ไม่ดี หรือแย่เสียจนรับไม่ไหว แต่บาดแผลใหญ่ ๆ และปัญหาอีกจำนวนมาก กำลังต่อแถวรอให้ผู้พัฒนาต้องแก้และจัดการมันอยู่ชนิดที่เรียกว่ายาวเป็นหางว่าว











