First Impression: LoL: Wild Rift ความประทับใจแรกของเกม MOBA ชื่อดังบนมือถือ

หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนาน League of Legends: Wild Rift หรือเกม LoL ฉบับมือถือ ก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในช่วงทดสอบอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อว่าในตอนนี้ หลายคนยังรอคอยสิทธิ์การเข้าเล่นอยู่ ดังนั้น ระหว่างนี้เรามาดูกันว่า LoL: Wild Rift นี้ จะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่น PC ที่มีอายุมานานกว่าสิบปีแล้วอย่างไร

เกมเพลย์พื้นฐาน

LoL: Wild Rift คือเกม Moba บนมือถือ และอ้างอิงทั้งตัวละคร ทักษะ สกิล มาจากเวอร์ชั่น PC เกือบทั้งหมด ที่บอกว่าเกือบทั้งหมดนั้น เพราะว่าบางส่วนของเกมได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เลยคือสกิลของแชมป์เปี้ยนแต่ละตัวที่เมื่อมาอยู่บนมือถือ จะถูกปรับให้ใช้งานได้คล่องกว่า จากการควบคุมโดยมือถือ

รูปแบบเกมเพลย์พื้นฐานนั้น หากใครเคยเล่นเวอร์ชั่น PC มาก่อนก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย สามารถเล่นเป็นได้ในทันที ส่วนมือใหม่อาจจะต้องทำความเข้าใจระบบพื้นฐานกันสักเล็กน้อย ซึ่งในโหมดฝึกสอนของเกมจะมีทั้งหมด 9 บทเรียน ตั้งแต่การโจมตี ป้อม มินเนี่ยน การใช้สกิล รวมไปถึงสำคัญมาก ๆ อย่างการล็อกเป้าโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพ

ควรเล่นโหมดฝึกสอนให้จบ เพราะหากเล่นจนจบทุกบทเรียนแล้ว เราจะได้รับเงินในเกม 5,500 แต้ม เพื่อนำไปปลดล็อคแชมป์เปี้ยนแบบฟรี ๆ ได้อีก 1 ตัว

นอกจากนั้น หากใครชินกับระบบเกมเพลย์ Moba บนมือถือเกมอื่น สิ่งที่ต้องปรับตัวคือการซื้อไอเทม ในเกมอื่นนั้น เมื่อเงินถึงเราจะสามารถกดซื้อไอเทมเข้าตัวได้เลย แต่กับ Wild Rift คุณจะต้องกลับไปที่ฐานก่อน ถึงจะซื้อไอเทมได้

และที่สำคัญคือเกมนี้จะมีระบบอย่างการปัก / ตัด Ward ด้วย ซึ่งทำให้เราควบคุมพื้นที่การต่อสู้ได้ดี และอาจไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของตำแหน่ง Support เสมอไป งานนี้ต้องกลับมาใช้ทีมเวิร์คกันมากกว่าเกมอื่น ๆ

และสิ่งที่หลายคนชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเก่าและใหม่ คือภาพ Artwork งานศิลป์ และอนิเมชั่นของตัวเกมที่ทำออกมาได้ดีกว่าแบบ PC จนแฟน ๆ หลายคนประทับใจและอยากจะย้ายตามมาเล่นบนมือถือ

สำหรับแฟนเกม League of Legends ที่เคยเล่นบนเวอร์ชั่น PC มาก่อนแล้ว อาจจะไม่ใช่ปัญหาเมื่อมาเล่นบนเวอร์ชั่นมือถือ และแฟนเกมหน้าใหม่ก็อาจจะปรับตัวได้ไม่ยากนัก สิ่งที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นแฟนเกมที่เคยเล่นเกมอื่นมาก่อนที่ต้องปรับตัวกันใหม่ กับระบบหลาย ๆ อย่างที่เกมนี้มี

แชมป์เปี้ยนและสกิลภายในเกม

แชมป์เปี้ยนหรือตัวละครในเกม ณ ปัจจุบันที่เกมอยู่ในช่วง Closed Beta มีตัวละครให้เลือกเล่นทั้งหมด 42 ตัวด้วยกัน โดยฮีโร่เบื้องต้นทั้งหลายจะได้รับก็ต่อเมื่อเลเวลอัะ ดังนั้นตัวเบสิกทั้งหลายเช่น Blitzcrank, Ash ไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะจะได้รับการปลดล็อคฟรี ๆ จากระบบอยู่แล้ว

สำหรับสกิลและความสามารถของแชมป์เปี้ยนแต่ละตัว เรียกได้ว่าถอดแบบมาจาก PC แทบจะครบเครื่อง คนเล่นเป็นอยู่แล้ว จะเข้าใจในการทำงานของแต่ละสกิลทันที ส่วนมือใหม่อาจจะปวดหัวหน่อย ๆ อาจจะต้องศึกษาก่อนนำไปเล่นจริง

ที่สำคัญคือหากใครติดตามข่าวสารของ Wild Rift มา จะรู้ว่าสกิลของแชมป์เปี้ยนบางตัวนั้นจะถูกปรับเปลี่นยให้เข้ากับสไตล์การเล่นของมือถือ ที่เช่นได้ชัดที่สุดคือ Enhanced Crystal Arrow (R) ของ Ash ที่จะสามารถควบคุมทิศทางได้ แต่ไม่ได้คุมเลี้ยวได้ดั่งใจ มันเลี้ยวได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น

และแชมป์เปี้ยนบางตัวอาจจะต้องใช้ฝีมือในการควบคุมเช่น Vayne เพราะทั้งการกลิ้งยิง หรือ Condemn ศัตรูให้ติดกำแพง ไม่ได้ง่ายเหมือนตอนควบคุมด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์นัก

และรูปแบบเอฟเฟคท์หรือสกิลต่าง ๆ ที่พอถูกย่อส่วนลงมาบนจอสมาร์ทโฟนก็อาจทำให้ใครหลายคนไม่ชิน อาจมีทางแก้ได้แค่เล่นบนจอใหญ่ ๆ หรือระดับ Tablet / iPad กันเท่านั้น

42 ตัวในตอนนี้ถือว่าครอบคลุมแทบจะทุกตำแหน่งการเล่นในเกม และเป็นแชมป์เปี้ยนที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว ในอนาคตมีการยืนยันว่าจะมีอัปเดตมาเพิ่ม และอาจมีฮีโร่เฉพาะบนเวอร์ชั่นนี้เท่านั้นด้วย

ระบบ Rune และ Spell

ยังคงเป็นอีกสองระบบที่ตามมาจากเวอร์ชั่น PC แต่เงื่อนไขการได้ก็คือปลดล็อคให้ถึงเลเวล 10 จากนั้นเราก็สามารถ Build ได้เองตามใจชอบว่าอยากได้สายไหน แบบไหน

ไม่แน่ใจว่าตัวเกมจะมอบอิสระให้กับการเล่นแบบนอกเมต้าแปลก ๆ ได้หรือไม่ เพราะการลดสเกลเกมลงมาเพื่อรองรับการเล่นบนมือถือ อาจจะทำแบบนั้นไม่ได้ (แต่ก็ไม่แน่ เหล่าเกมเมอร์พร้อมแหกทุกกฎ)

ส่วนระบบ Spell อย่าง Flash / Heal / Ignite / Smite ก็ยังคงตามมาในเวอร์ชั่นมือถือ แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่น Smite ของตำแหน่ง Jungle จะไม่ได้มาจากการอัปเกรดมีดฟาร์ม แต่ได้มาจากการเลเวลอัปโดยตรง ซึ่งทำให้สะดวกสบายเหมาะกับการเล่นบนมือถือ

Performance

น่าสนใจที่แม้จะเป็นช่วงของการเปิดทดสอบ แต่ประสิทธิภาพของเกม Wild Rift ถือว่าทำออกมาดี ส่วนตัวผู้เขียนใช้ iPhone SE 2020 ในการเล่น ก็สามารถปรับกราฟิกระดับสู. และเปิดโหมด ็igh Framerate เพื่อดันเฟรมเรทให้ถึง 60 ได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งทางผู้เขียนแนะนำว่า เกมนี้ควรปรับให้ได้ 60 FPS เพราะมีแชมป์เปี้ยนหลายตัวที่ต้องใช้สกิลแบบเล็งยิง ซึ่งการที่เราสามารถรันเกมได้ในเฟรมเรทที่สูงกว่า จะทำให้การเล็งยิงสกิลของเราแม่นยำกว่ามาก

นอกจากนั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องของเซิร์ฟเวอร์ที่มีความล่าช้าบ้าง แต่ไม่ถึงกับเด้งหลุดออกจากเกม ดังนั้นหากพิจารณาจากมุมมองของไอโฟนของผู้เขียน เกมนี้ถือว่าสอบผ่านในเรื่องของ Performance ส่วนเครื่องของคนอื่นอาจจะเจอปัญหาต่างกันไป

โดยรวมแล้ว League of Legends: Wild Rift ถือเป็นเกม MOBA บนมือถือที่ทำออกมาได้ดีมาก และได้ใจแฟน ๆ LoL กันแน่นอน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close