Final Fantasy VII Remake เมื่อความ Hype แปรเปลี่ยนเป็นหอกทิ่มแทงตนเอง

ถ้าหากพูดถึงเกมที่สร้างกระแสความ Hype ได้อย่างที่สุดจากงาน E3 2015 เมื่อเกือบสี่ปีก่อนได้ ก็คงหนีไม่พ้นเกมอย่าง Final Fantasy VII Remake อย่างแน่นอน ซึ่งทำให้เหล่าเกมเมอร์ที่มีความผูกผันกับเกมภาคนี้ทั่วโลกต่างตื่นเต้นดีใจกันอย่างเต็มที่ แต่จนบัดนี้ ผ่านไปสี่ปี เราก็แทบไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ ของเกมออกมาเลย วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันครับ

ออกตัวก่อนว่าสำหรับผู้เขียนเอง Final Fantasy VII ถือเป็นภาคที่มีความพิเศษและสำคัญต่อจิตใจอย่างมาก เพราะเป็นหนึ่งในเกมที่มีอิทธิพลต่อความชอบในเกมแนว RPG ไม่แพ้เกมอย่าง Fallout เลย ยิ่งมีภาคภาษาอังกฤษออกมาก็ยิ่งทำให้เราคิดใฝ่รู้อยากเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้นเพื่ออ่านเนื้อเรื่องของมัน และประทับใจกับความเสียสละและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเกมอย่างที่สุด

ดังนั้นตอนที่เปิดตัวภาค Remake ใน E3 ปี 2015 ผู้เขียนเองจึงเข้าใจความรู้สึกของเหล่าเกมเมอร์ที่รอคอยการกลับมาของเกมนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะตอนนั้นก็ออกอาการกรีดร้องด้วยความดีใจอย่างมากเช่นกัน

รวม Reaction ของเหล่าแฟนเกมและสื่อต่าง ๆ ที่ Hype กับการเปิดตัว Final Fantasy VII Remake อย่างที่สุด

และพอเวลาผ่านไป กระแสก็เริ่มตีกลับมากขึ้น ข่าวฉาวเกี่ยวกับการพัฒนาก็มีออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ โดย Gameplay ในช่วงปีแรกที่ทาง CyberConnect2 เป็นผู้ร่วมพัฒนานั้นก็ดูเฉยเสียจนความ Hype ก่อนหน้านี้ไปจนเกือบหมดเลยทีเดียว

นอกจากนั้นทีมพัฒนายังประสบปัญหายิบย่อยมากมายเต็มไปหมด ทั้งการนำ CyberConnect2 ออกจากการพัฒนาและโอนงานไปให้ทีมงานภายในเป็นผู้พัฒนาแทน และตัวของผู้พัฒนาระดับใหญ่ ๆ อย่างคุณ Nomura นั้นก็ยังไม่พร้อมทำงานเต็มที่ เพราะเขากำลังง่วนอยู่กับการพัฒนา Kingdom Hearts 3 ที่ใกล้เข้ามาทุกที เรียกว่ามีข่าวคราวเกี่ยวกับเกมนี้ออกมาทีไรก็มักจะมีแต่เรื่องแย่ ๆ จนแทบไม่มีอะไรดี ๆ ให้ชื่นใจออกมาเลยสักนิดเดียว

แต่เรื่องของการพัฒนาเกมที่สเกลใหญ่มากอย่าง Final Fantasy VII Remake ให้เสร็จโดยเร็วนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องไม่ลืมว่าในยุคก่อนนั้นตัวเกมภาคดั้งเดิมนั้นมีความยาวมากถึง 3 แผ่น และเนื้อเรื่องแต่ละแผ่นก็ใช้เวลาเล่นไม่น้อย ถ้าต้องมาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพยนตร์ CG สมัยใหม่ก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าที่คาดเยอะทีเดียว

และนี่ยังไม่รวมถึงความคาดหวังของเหล่าแฟน ๆ เกมทั่วโลกที่มีอยู่อย่างสูงมาก ๆ ถ้าเกมออกมาห่วยยังไงก็ต้องโดนด่าอยู่แล้ว ยิ่งออกมามาช้าอีกก็ต้องโดนด่าซ้ำอีก เรียกว่ายังไง Square Enix ก็ต้องโดนด่าอยู่ดีไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ซึ่งก็ยังดีที่มีแฟนเกมบางส่วนที่เข้าใจว่าเกมมีเนื้อหามากมายขนาดไหน และต้องใช้เวลาในการขัดเกลาเพื่อไปถึงจุดที่แฟน ๆ ยอมรับให้ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่านี่คือ Final Fantasy ภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดภาคหนึ่ง ความคาดหวังต่าง ๆ จึงต้องสูงขึ้นมากอย่างช่วยไม่ได้อยู่แล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นอย่างมากก็คือการประกาศเปิดตัวเกม ซึ่งคุณ Nomura เองก็เคยออกมายอมรับว่า พวกเขาเปิดตัวเกมนี้เร็วเกินไป แม้กระแสตอบรับตอนเปิดตัวจะดี แต่การเปิดตัวเกมที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างออกมาแบบนั้นกลับกลายเป็นผลเสียจนย้อนกลับมาทำร้ายตัวของพวกเขาเอง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแล้วคิดว่าการประกาศเปิดตัว Final Fantasy VII Remake ที่เหมาะสมนั้นควรจะอยู่ในช่วงไม่เกิน 3 ปีก่อนเกมออกจะดีที่สุด ยิ่งโดยเฉพาะกับเกมภาคต่อที่ได้รับความคาดหวังอย่างสูงขนาดนี้ด้วย

ที่จริงแล้วประเด็นอาจจะไม่หนักหน่วงขนาดนี้ถ้า Square Enix ไม่ได้เปิดตัวเกมใหม่ที่เป็นตำนานอย่าง Final Fantasy VII ออกมา ถ้าหากเป็นเกมใหม่แต่ใช้เวลาในการพัฒนานานแต่ออกมาดูยอดเยี่ยม หลายคนก็น่าจะยอมรับกันได้ ยกตัวอย่างเช่น Cyberpunk 2077 ที่ทาง CD Projekt RED ประกาศเปิดตัวเมื่อปี 2013 แต่ใช้เวลานานมากหลายปีก่อนทีจะเปิดเผยตัวอย่างและ Gameplay จริง ๆ ในปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็เป็นคนละเรื่องกับที่ Final VII Remake ได้รับแบบคนละโลกเลย

เรื่องนี้ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากว่า ความคาดหวังและความคลั่งไคล้ที่เกิดขึ้นจากการประกาศประกาศเปิดตัวเกมที่เร็วจนเกินไปนั้นสามารถย้อนกลับมาทำร้ายผู้พัฒนาได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมที่เคยเป็นตำนานมาอย่างยาวนาน ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของวงการเกมที่เกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น มีหลายเกมที่สร้างกระแสความ Hype ได้อย่างสุดขีดก่อนที่จะมาตกม้าตายไปแบบง่าย ๆ ก็มีให้เห็นกันเสมอ

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ยังเชื่อว่า Square Enix จะไม่ยอมพลาดกับโปรเจคนี้แบบที่เคยเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากพลาดอีก เครดิตที่สะสมมาอย่างยาวนานในหมู่แฟน ๆ Final Fantasy น่าจะถึงจุดแตกหักอย่างแน่นอน เพราะพวกเราต่างผิดหวังกับ Final Fantasy XV ที่ทำออกมาได้ไม่สุดและยังทิ้งโปรเจคให้ค้างคาแบบนี้(คิดดูละกันว่าตอนจบที่แท้จริงต้องไปอ่านเวอร์ชั่นนิยายแทน สุดยอดจริง ๆ ) ก็หวังว่าพวกเขาจะสามารถกู้หน้าและกู้ชื่อกลับมาได้อย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้งหนึ่ง

เพราะถ้าคราวนี้พลาดอีก พวกเขาก็อาจจะไม่มีโอกาสครั้งใหม่ในการกลับมาแล้วก็เป็นได้ครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close