Far Cry จุดเริ่มต้นแฟรนไชส์ที่มาพร้อม “ความยาก” เกินพิกัด

Far Cry 6 กำลังจะมาถึง และเป็นอีกหนึ่งก้าวการเดินทางอันยาวไกลและยาวนาน ของแฟรนไชส์เกมยอดฮิตจากค่าย Ubisoft ในขณะที่เกมเมอร์หลายคนอาจจะรู้เกมนี้ในภาคที่ 2 หรือภาคที่ 3 แต่รู้หรือไม่ว่า Far Cry ภาคแรกสุดเมื่อปี 2004 นั้น มีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างฉีกไปจาก Far Cry ทุกภาค แถมมันยังมาพร้อม “ความยาก” ชนิดหัวร้อนกันไปหลายรอบกว่าจะฝ่าฟันเล่นจนจบได้ เนื่องในโอกาสที่ภาค 6 กำลังจะเปิดตัว วันนี้เราจะพาทุกท่าน ย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นของ Far Cry ในภาคแรกสุดของตัวเกมกัน

Far Cry จุดเริ่มต้นของเกม FPS Open World และอิสระในทางเลือก

Far Cry ภาคแรก ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2004 ซึ่งปี 2004 เป็นปีที่มีเกมหลากหลายเกมออกมาตีตลาดกันอย่างต่อเนื่อง และ Far Cry เองก็เปิดตัวในปีนั้น และสิ่งที่ทำให้มันเป็นที่น่าสนใจ คือระบบเกมเพลย์การเล่น ตามปกติแล้วเกม FPS มักจะเป็นการเดินหน้ายิงตามฉากมากกว่า (ในยุคนั้น) แต่ Far Cry กลับมอบอิสระ โลกเปิดกว้าง และทางเลือกในการเล่นอันหลากหลายให้กับผู้เล่น ด้วยโลกของเกมที่มีขนาดใหญ่ แม้ภารกิจจะถูกระบุไว้ชัดเจน แต่ผู้เล่นเลือกได้ ว่าจะไปถึงจุดภารกิจนั้นอย่างไร ภูมิประเทศในเกมภาคแรก จะเป็นหมู่เกาะและทะเล และมียานพาหนะให้ใช้แทบทุกแบบ ตั้งแต่รถยนต์ เรือ เครื่องร่อน ซึ่งเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของ Far Cry ภาคแรก ถูกหยิบมาพัฒนาต่อให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในภาคหลัง ๆ

Far Cry ภาคแรก พัฒนาโดย Crytek ซึ่งต่อมาได้ทำผลงานระดับตำนานขึ้นหิ้งออกมาในชื่อ Crysis ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าหากคุณลองกลับไปเล่นในตอนนี้แล้ว บางฉาก บางระบบอาจจะทำให้คุณนึกไปถึง Crysis เพราะทีม Crytek เองก็นำเอาไอเดียของ Far Cry นี่แหละไปใช้ต่อในเกมของตัวเอง ก่อนที่ทาง Ubisoft จะสานต่อ Far Cry 2 ในรูปแบบของตัวเองเช่นกัน

ตัวเกมสามารถทำยอดขายได้ 730,000 ชุด หลังวางจำหน่ายไปได้ 4 เดือน แม้จะได้รับคำวิจารณ์ในระดับทั่วไป แต่ตัวเกมได้รับรางวัลรองชนะเลิศในสาขา Best Shooter จาก GameSpot ในปีนั้น แต่ชนะเลิศในสาขา Best Graphic, Best Level & Game Design แทน

เนื้อเรื่องที่แหวกแนวและ “สยองขวัญ” กว่า Far Cry ทุกภาค

**สปอยล์เนื้อเรื่อง Far Cry ภาคแรกแบบจัดเต็ม**

ใน Far Cry เราจะได้รับบทเป็น Jack Carver ชายที่เราไม่รู้ที่มาที่ไปในอดีตของเขา แต่เขาต้องการที่จะละทิ้งอดีตและตัวตนไว้เบื้องหลัง จึงมาทำธุรกิจเช่าเรือในหมู่เกาะแปซิฟิก อยู่มาวันหนึ่งเขาได้รับการว่าจ้างจากหญิงสาวชื่อ Valerie Constantine ให้พาเธอไปยังหมู่แถวไมโครนีเซีย แต่ในระหว่างที่ Valerie ขี่เจ็ทสกีไปยังเกาะ เรือของ Jack ก็ถูกยิงโจมตีจนระเบิดออก เขาได้รับความช่วยเหลือจากชายปริศนาชื่อ Doyle และต้องรับมือกับพวกทหารรับจ้างฝีมือดีที่ไม่ทราบที่มาที่ไปแน่ชัด แถมยังมีพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ออกอาละวาดไปทั่วเกาะ

เมื่อเรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ เราจึงรู้ความจริงว่า หมู่เกาะแห่งนี้ แท้จริงแล้วมีศูนย์วิจัยตั้งอยู่ และมันเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองเกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Krieger Corp. ซึ่งนำโดย Dr.Krieger ส่วน Valerie เองก็เป็นสายลับ CIA ที่ถูกส่งมาตรวจสอบเกาะนี้ และตรวจสอบปฏิบัติการ Krieger ที่คอยจับคนมาทดลองให้กลายเป็น Trigens เป็นดสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม

แต่กลายเป็นว่าพวก Trigens กลับมีพลังอำนาจเกินกว่าที่จะควบคุมได้ Jack ต้องออกตามหาตัว Valerie และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย จนในที่สุด Jack ก็สามารถสังหารผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างได้ และได้ข้อมูลมาว่า Krieger ตั้งใจจะปกปิดข้อมูลด้วยอาวุธนิวเคลียร์หากเรื่องราวรั่วไหล Jack และ Valerie จึงขโมยอาวุธนิวเคลียร์ออกมาเพื่อทำลายทิ้ง Doyle ได้เตือนว่ามันอาจไปกระตุ้นสารกลายพันธุ์ได้ ให้ฉีดเซรุ่มต้านเอาไว้ก่อนทำลายอาวุธนิวเคลียร์ และเมื่อทำลายสำเร็จ ทั้ง Jack และ Valerie ก็สลบไป

เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าพวกเขาถูก Krieger จับตัวไว้ไปบนเฮลิคอปเตอร์ และผลัก Jack ตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์แต่ไม่ตาย จึงต้องต่อสู้กับฝูง Trigens ที่เริ่มมีจำนวนมากจนยึดพื้นที่เกาะเอาไว้ แต่ Jack ก็รู้ตัวว่าเขาติดเชื้อเข้าแล้ว ซึ่ง Krieger เองก็กำลังมองหาวิธีรักษาอยู่ในห้องทดลองใกล้ ๆ Jack จึงรีบไปหา Krieger และเข้าต่อสู้กัน Krieger ใช้สารเร่งกลายพันธุ์ฉีดเข้าร่างตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ Jack อยู่ดี ก่อนตาย Krieger เผยว่า ไม่มีหนทางรักษาการกลายพันธุ์แล้ว แต่เนื้อเรื่องก็หักมุม เมื่อแท้จริงแล้ว เซรุ่มที่ Doyle แนะนำให้ฉีดตอนแรก กลับเป็นสารก่อการกลายพันธุ์ซะเอง เรื่องราวถูกเฉลยว่าพวกเขาร่วมมือกันเพื่อจะนำสารก่อการกลายพันธุ์นี้ไปขายทำเงิน Jack จึงต้องออกตามล่า Doyle และฆ่าเขาลงได้ในที่สุด Jack และ Valerie หนีออกมาจากเกาะได้ และพวกเขาก็รับการรักษา และหนีออกจากเกาะไปได้

ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะห่างไกลจาก Far Cry ที่เรารู้จัก เพราะมีสัตว์ประหลาด มีองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องที่ใครหลายคนอาจจะไม่ทราบนัก แต่ในด้านของการนำเสนอ ศัตรูที่โหดร้ายอย่าง Trigens ก็แทบจะเปลี่ยนให้เกมบางช่วง กลายเป็นเกมสยองขวัญดี ๆ เกมหนึ่ง เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Far Cry ภาคแรกกันเลยทีเดียว

ระบบเกมเพลย์การเล่น ที่ “ยาก” เกินกว่าที่หลายคนจะคาดคิด

เกมเมอร์ยุคนี้อาจไม่เชื่อว่า Far Cry เนี่ยนะ คือเกมยาก ? แน่นอนว่าภาค 2 ที่มีระบบปืนขัดลำกล้อง ระบบฟิสิกส์และการหายามารักษาตัวเองอาจจะยาก แต่ในภาค 1 นั้นความยากของมันเกินกว่าที่ใครหลายคนจะคิด ด้วยความฉลาดของระบบ A.I. ที่รู้จักการโอบล้อม การยิงทะลุสิ่งที่ยิงทะลุได้ แถมความสามารถในการยิงที่แม่นยำราวกับ Aimbot แม้ว่าคุณจะอยู่ไกลสุด ๆ แต่ถ้าถูกศัตรูตรวจจับได้ มันก็จะยังยิงคุณโดนอยู่ดี แถมแม่นราวกับจับวางเลยด้วย

และในเกมยุคก่อนที่หลายเกมยังไม่รู้จักระบบการฟื้นพลังชีวิต หากคุณโดนยิงจนใกล้ตายก็ต้องแบกร่างเอาตัวรอดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงจุดที่เจอไอเทม และเกมยังใช้ระบบ Auto Save หรือบันทึกอัตโนมัติอีกด้วย ไม่สามารถเซฟเองได้ ดังนั้นถ้าผู้เล่นตายขึ้นมา จุด Checkpoint ล่าสุดอยู่ตรงไหน ก็ย้อนกลับไปตรงนั้นได้เลย เมื่อระบบนี้ผสมผสานกับความโหดของเหล่า A.I. นี่อาจเป็มเกม FPS Open World เกมแรก ๆ ที่สร้างความหัวร้อนให้กับเหล่าผู้เล่นได้

การสอดส่องศัตรูด้วยกล้องส่องทางไกล ก็มีความจำเป็นมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้น เราจะไม่รู้เลยว่าศัตรูอยู่ตรงไหนบ้าง และการบุกโจมตีโดยไม่วางแผน หรือรู้ตำแหน่งของศัตรูก่อน ในเกม Far Cry ภาคแรก และเมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วเราจะได้กล้อง Night Vision ที่ทำให้การเล่นสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ใช้ได้อย่างจำกัด และยังต้องรับมือกับศัตรูที่ฉลาดเกินตัวอยู่ดี

ในส่วนของเกมเพลย์การเล่นในช่วงกลางเกมเป็นต้นไป เมื่อผู้เล่นเจอกับศัตรูที่เป็นสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อย่าง Trigens แล้ว จะมีบางช่วงที่เกมกลายเป็นเกมสยองขวัญเลยก็มี เช่นเจอฉากสังหารโหดต่อหน้า ก่อนที่ Trigens จะหนีไป หรือเจอ Jump Scare ด้วยการกระโดดใส่หน้า แถมแรงจน One Shot Kill ก็มี จากหลาย ๆ องค์ประกอบ ทีมงานอาจไม่ได้ตั้งใจทำเกมให้มันยาก แต่เพราะเทคโนโลยีในยุคนั้น หลายสิ่งหลายอย่างเลยทำออกมาได้แบบนี้ แต่ข้อดีของมันคือ ทำให้เกมมีความสนุก ตื่นเต้น ระทึกใจ ต้องใช้ความจริงจังในการเล่นระดับหนึ่งเลยทีเดียว

Far Cry ภาคแรก อาจเป็นเกมที่ยากเกินกว่าใครหลายคนจะเล่นได้ ดังนั้นแนะนำว่า หากอยากลองเล่นจริง ๆ การกดโหมดง่ายสุดไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย และรักในเกม Far Cry ภาคนี้อาจจะเป็นภาคที่ควรค่าแก่การลองเล่นไม่แพ้ภาค 2 เลยทีเดียว

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close